NATURAL FOOTPRINTS (6) : อะไรกำลังเกิดขึ้นที่...สลักพระ
  • Social
  • Sep 25, 2019

เห็นเงียบๆ ที่แท้ไม่เงียบนะจ๊ะ ...ผมกำลังหมายถึง สลักพระ

สลักพระ ที่เป็น เขตรักษาพันธุสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตั้งอยู่ในหลายท้องที่ในอำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

อาคารทำนักงานหลังเดิมตั้งแต่เริ่มแรกประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์ยังคงอยู่กลางทุ่งสลักพระ

พื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่คนท่องไพรในยุคแรกๆ ยุคหมอบุญส่ง ยุคพนมเทียน น้อย อินทนนท์ ต้องรู้จั เพราะแต่ก่อนรู้จักกันในนาม ทุ่งสลักพระ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม คนเที่ยวป่าในวิถีล่าสัตว์รู้จักทุ่งสลักพระเป็นอย่างดี ล้วนแล้วต้องเคยมาที่นี่ ทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลในการสร้างสรรค์นิยายป่า เพชรพระอุมา หรือ ล่องไพร อยู่หลายต่อหลายตอน

เหตุที่สัตว์ป่าชุกชุมเพราะในพื้นที่มีทุ่งหญ้าธรรมชาติอยู่หลายแห่ง (แม้กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังหลงเหลือทุ่งหญ้าธรรมชาติบางส่วนอยู่ เช่น ทุ่งนามอญ ที่เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติกว่าหมื่นไร่) ป่าสลักพระ นั้นเชื่อมต่อกับผืนป่าตะวันตกหลายแห่ง ป่าทุ่งใหญ่ ป่าในอุทยานฯ ศรีนครินทร์ ป่าห้วยสลอบ (เอราวัณ) ป่าในอุทยานฯ ถ้ำธารลอด  เรียกว่า เป็นป่าใหญ่ผืนงามที่เชื่อมต่อกันจนเป็นผืนใหญ่ สัตว์ป่าเดินหากินไปมา ขนาดว่า ในปัจจุบันมีหมู่บ้าน มีถนน มีชุมชนมากมาย ป่าสลักพระก็ยังยิ่งใหญ่ แล้วในอดีตเมื่อสัก 60 ปีก่อน มันจะขนาดไหน ลองจินตนาการกันดู ลำพังแค่ย่านลำสะด่อง ผมเคยมีโอกาสบินสำรวจป่า จึงเห็นว่าป่ามันกว้างใหญ่ และมีภูเขาล้อมรอบจริง

ทุ่งนามอญ

พื้นที่ ป่าสลักพระ ไม่ได้มีคุณค่าทางระบบนิเวศป่าไม้อย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมด้วย มีการค้นพบวัฒนธรรมโลงไม้ในพื้นที่ด้วย สมัยผู้เขียนเป็นนักศึกษาเคยไปออกค่ายศึกษาธรรมชาติที่นี่ในปี 2528 ก็ยังมีการค้นพบโลงไม้ซุกอยู่ตามหลืบถ้ำ ตามหน้าผาต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีโลงไม้ที่พบในพื้นที่ตั้งโชว์ไว้ที่ที่ทำการหน่วยฯ ห้วยสะด่อง

วัฒนธรรมโลงไม้นี้นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีบอกว่า เป็นวัฒนธรรมการตายครั้งที่สอง ประมาณเดียวกับการเก็บซากคนตายหนังจากเนื้อหนังเน่าเปื่อยไปแล้ว พื้นที่สลักพระจึงมีคุณค่าในหลากหลายมิติ

ขอให้มีป่า จะมีลำห้วย ในพื้นที่นี้ก็มีลำห้วยลำห้วยที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยสะด่อง หรือ ห้วยสลักพระ ซึ่งเป็นเส้นใยชีวิตของสัตว์ป่าตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน พื้นที่ตรงนี้ได้จัดตั้งเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และประกาศในราชกิจจานุเบกษาขึ้นเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2508 มีเนื้อที่ประมาณ 963 ตารางกิโลเมตร หรือ 602,000 ไร่ ปัญหาคุกคามเขตรักษาพันธุ์สลักพระ หลังจากประกาศมา 7 ปี ก็คือ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2515 ได้การเพิกถอนพื้นที่บางส่วนเพื่อประโยชน์ในการให้สัมปทานบัตรเหมืองแร่ ซึ่งแพร่หลายมากในยุคนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2520 ก็ได้เพิกถอนพื้นที่บางส่วน เพื่อประโยชน์ในการก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ และจัดสรรพื้นที่ป่าบางส่วนให้เป็นพื้นที่สำหรับให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อน ขึ้นมาตั้งหลักแหล่งจะใช้ทีไหนก็ต้องใช้พื้นที่ป่าจึงเหลือเนื้อที่ประมาณ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 536,594 ไร่ ในปัจจุบัน

น้ำตกทุ่งนามอญ

ปัจจุบันสิ่งที่เรารู้จัก สลักพระ ก็คือ เรื่องช้างป่าที่มักจะออกมาหากินนอกพื้นที่อยู่บ่อยๆ   แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่สลักพระที่สังคมควรรับทราบร่วมกันก็คือ

มีความคิดจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่มีแนวความคิดจะนำน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ มาแก้ปัญหาภัยแล้งในอำเภอห้วยกระเจา อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ โดยจะขอใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในการวางท่อน้ำ (หรืออาจจะเป็นคลองปูน  อันนี้ยังไม่แน่ชัด) ผ่านเข้ามาในพื้นที่ป่า ซึ่งแผนที่ของเขตฯสลักพระเขาก็จะวางตัวในแนวเหนือใต้ในลักษณะแบบแผนที่ที่ประกอบ ซึ่งท่อน้ำที่จะวางก็จะตัดขวางผ่ากลางป่า (ตามแผนที่) แล้วเส้นทางที่เขาเลือก เส้นทางหนึ่งคือตัดผ่านทุ่งสลักพระ อีกเส้นหนึ่งตัดผ่านทุ่งนามอญ คือ ทั้งสองทุ่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ทางเขตฯ เขาหวงห้าม ไม่ให้มีกิจกรรมใดๆ ในพื้นที่ เพื่อเก็บไว้ให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยไม่ถูกรบกวน

เราลองนึกว่าถ้าแม้นมีการก่อสร้าง อย่างแรก คือ จะต้องมีการตัดถนนเข้าไปเพื่อขนเครื่องจักรเข้าไปทำงาน สองก็คือ การใช้เครื่องจักรทำงานในป่าลึกนั้นมันมีการทำลายพื้นที่อย่างไร แล้วยังต้องมีการเข้าไปดูแลบำรุงรักษา นั่นหมายถึงจะมีคนเข้าไปเป็นระยะๆ และแน่นอนเขาไม่เดินเท้าไปแน่ เส้นทางถนนจะคงไว้ และถ้าถนนเข้าในป่า ก็นึกถึงกรณีเสือดำ นึกถึงกรณีปลัดอำเภอล่าสัตว์ได้เลย การล่าสัตว์ในทุ่งสลักพระ และทุ่งนามอญจะกลับมาอีกครั้ง ทางเขตฯ เขาก็ให้ข้อมูลไปว่ามันจะกระทบอะไรบ้าง

มีการมาเจรจาพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานเจ้าของโครงการกับ ดร.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  จนเป็นที่เข้าใจไปแล้วว่า ไม่ยินยอมให้ทำผ่านป่า แต่มีพื้นที่ทางเลือกให้หลายเส้นทางอาจจะอ้อมหน่อย แต่ก็สามารถดำเนินงานได้ ก็เข้าใจเหตุผลซึ่งกันและกันดี

เรื่องก็ผ่านไป จนวันดีคืนดี มีการประชุมชาวบ้านเรื่องภัยแล้งที่เมืองกาญจน์ หน่วยงานที่ผลักดัน ก็เล่นเอามวลชนมาบีบกรมอุทยานฯ หาว่าไม่ให้ความร่วมมือ ขัดขวางโครงการ สร้างภาพผู้ร้ายในสายตาชาวบ้านซะอย่างงั้น เห็นถึงความไม่ซื่อต่อกันก็ออกจะหวั่นใจ

ตอนนี้เรื่องนี้คงกำลังหาช่องทางกันอยู่ ผมรู้ข่าวก็เอามาบอกเล่าให้เจ้าของประเทศได้ร่วมกันรับรู้ ว่ากำลังมีอะไรที่หาทางทำกันกับป่าสลักพระ หรือกลัวว่าป่ามันจะมากไป สัตว์ป่ามันจะสบายไป จึงไม่สนใจทางเลือกอื่น

สภาพผืนป่าที่สมบูรณ์ของเขตฯ สลักพระ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะขอใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในการวางท่อน้ำ (หรืออาจจะเป็นคลองปูน  อันนี้ยังไม่แน่ชัด) ตัดผ่านทุ่งสลักพระ และทุ่งนามอญ พื้นที่ที่ทางเขตฯ หวงห้าม ไม่ให้มีกิจกรรมใดๆ ในพื้นที่ เพื่อเก็บไว้ให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยไม่ถูกรบกวน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?