NATURAL FOOTPRINTS (4) : ปลดไทยออกจากบัญชีดำไซเตส
  • Social
  • Aug 29, 2019

มีข่าวที่น่ายินดี จากการประชุมในการประชุมภาคีสมาชิกอนุสัญญาไซเตส (COP-18) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 สิงหาคม 2562 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำทีมผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมไซเตส (COP-18) ในครั้งนี้ ซึ่งผลการพิจารณาวาระการรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) พบว่า ปีนี้ไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายอีกแล้ว

หมายถึง ไทยเราหลุดพ้นจากการที่จะต้องเป็นประเทศที่ต้องพัฒนา และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติแล้ว

ซึ่งเราถูกขึ้นบัญชีมาตั้งแต่ปี 2558 โดยข้อหาที่ทำให้ไซเตสไม่สบอารมณ์อย่างมากก็คือ เรื่องงาช้างจากแอฟริกานี่เอง ซึ่งแต่ก่อน ประเทศไทยเราเป็นทั้งทางผ่านของงาช้างที่จะไปที่อื่นต่อ และเป็นทั้งปลายทางของงาช้าง แน่นอนว่า มีงาช้างนั่นย่อมหมายถึงการที่ช้างเจ้าของงาถูกล่า ตราบใดที่เส้นทางการค้างาช้างยังคงดำเนินการ นั่นก็หมายความว่า ช้างจะถูกฆ่าไปเรื่อยๆ ก็สมควรที่ไซเตสเขาจะเคืองเราในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ TRAFFIC รายงานไซเตสว่า ไทยเราทั้งเตะถ่วงการแก้กฎหมาย ส่งเสริมอาชญากรรมใต้ดิน มีพฤติกรรมฟอกงาช้างจากแอฟริกา จากงาที่ผิดกฎหมายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายจนเราถูกขึ้นบัญชีดำ เป็นประเทศที่มีปัญหาลักลอบและเป็นเส้นทางค้างาช้างแอฟริกาผิดกฎหมาย

แล้วสำนักเลขาธิการไซเตส ก็ให้ประเทศไทยทำ แผนปฏิบัติการงาช้าง หรือ NIAP เราก็แก้ปัญหามาเรื่อยๆ จนปี 2560 ประเทศไทยเราก็ถูกปรับสถานะดีขึ้น เป็นเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หรือ primary concern ปรับดีขึ้นมาเรื่อยๆ จนมามีข่าวดีในปีนี้

การถูกขึ้นแบล็คลิสต์ไซเตสนั้น มันบ่งบอกถึงความไม่เอาไหนของเรา อย่างที่เขาว่า การไม่เอาจริงเอาจัง อยากเป็นอารยะ ไปสมาคมกับประเทศที่เจริญแล้ว ร่วมลงนามร่วมกับเขาใน แต่กลับไม่ทำจริงจัง  รวมทั้งเป็นข้ออ้างในการแบนการค้าขายของเรากับนานาชาติด้วย คือผลเสียหลายอย่างที่ตามมา   และที่สำคัญสุด นานาชาติเขาก็ดูถูกดูแคลนประเทศเรา การออกสู่สังคมประชาชาติก็อายๆเขา

นับแต่เราถูกไซเตสขึ้นบัญชีดำประเทศเราในเรื่องงาช้างเป็นหลักนี่ ประเทศเราไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงเป็นภารกิจที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุพืชจะต้องเร่งแก้ไข ตามที่ไซเตสให้การบ้านมาทำเรียกว่า แผนปฏิบัติการงาช้าง หรือ NIAP

โดยมีการแก้ไขกฎหมาย เช่น มีการออก พ.ร.บ.งาช้าง ในปี 2558 ที่เราเคยได้ยินข่าวว่าให้ใครก็ตามที่มีงาช้างไว้ในครอบครอง มาลงทะเบียน ให้รู้ว่าใครครอบครองงาช้างบ้าง หรืออย่างกรณี นายเปรมชัย กรรณสูตร ที่กำลังจะมีการพิจารณาข้อหามีงาช้างไว้ในครอบครอง ก็เป็นผลมาจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้

รวมทั้งมีการปรับปรุง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เพิ่มรายชื่อสัตว์คุ้มครองไปอีกหลายอย่าง แม้ไม่เกี่ยวกับการค้างาช้างโดยตรง แต่แสดงให้เห็นว่าเราเอาจริงสำหรับการค้าสัตว์ป่าและพืชป่า

มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ ปรับปรุงวิธีการจดทะเบียนตั๋วรูปพรรณ ช้างเลี้ยงของไทย เพื่อกำหนดตัวตนของช้าง มีการตรวจ DNA ป้องกันการค้าช้าง นำช้างป่ามาสวมทะเบียน เหล่านี้เป็นต้น

มีการตั้งด่านตรวจไซเตสตามสนามบิน รวมทั้งด่านตรวจสัตว์ต่างๆทั่วประเทศ   ก่อนนี้ด่านตรวจที่สนามบนสุวรรณภูมิ ตรวจเจอเสือดาว อริน-อรัญ ลูกเสือดาววัย 1 เดือนและสองอาทิตย์ ถูกน็อคยาแล้วซ่อนในกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ รวมทั้งด่านตรวจสัตว์ป่าที่ตั้งขึ้นมาจากการลงนามในอนุสัญญาไซเตส ที่ตรวจตรา สกัดการค้าขายสัตว์ป่าข้ามชาติได้หลายอย่างนอกจากงาช้างอีกด้วย

มีการเร่งขยายการขับกุม  ตรวจตราอย่างเข้มงวด หลังจากเร่งแก้ไขเรื่องการค้างาช้าง ที่ผ่านมามีการจับกุมได้แต่ไม่ปรากฏว่ามีล็อตใหญ่ (500 กก. ขึ้นไป) อีกเลย

รวมทั้งการประชาสัมพันธ์อย่างมาก ที่ใช้ช่องทางทุกอย่างที่มีประชาสัมพันธ์เรื่องการค้างาช้างนี้  ปรากว่าเราแก้ไขได้เป็นรูปธรรม มีการจับกุม และทำลายของกลางไม่มีที่ลักลอบออกไปตลาดมืด  แสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง แล้วปรากฏว่าในบ้านเราไม่มีทีงาช้างเข้ามาแต่ไปโผล่ที่ประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

ก่อนหน้านี้เราถูกปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) เราก็แก้ไขจนปลดจากบัญชีดำเรียบร้อย หรือ ไอยูยู และการค้ามนุษย์ หรือ เทียร์ รวมถึง ต่อมา ก็มีการแก้ไขมาตรฐานการบิน (ICAO) จนปลดจากธงแดง แล้วก็มาถึงการแก้ไขการปลดเราให้พ้นจากบัญชีดำในเรื่องไซเตส นี้อีกเรื่อง (ที่ยังเหลือเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ หรือ เทียร์ ที่อเมริกาให้เราอยู่ในเทียร์ 2 คือยังต้องแก้ไขต่อไป แต่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา)

ไม่แปลกใจที่พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะกล่าวชื่นชม เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศ ที่หมักหมมมานาน จนต่างชาติเขาไม่เอาด้วย จนกระทั่งประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรยินดียิ่งกับความสำเร็จครั้งนี้

ไทยหลุดพ้นจากการที่จะต้องเป็นประเทศที่ต้องพัฒนา และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติตามหลักเกณฑ์ของไซเตสแล้ว จากความร่วมมือของทุกฝ่ายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์