เพรียกนกเงือกเทือกเขาบูโด (4) : เรื่องของนกชนหิน
  • Social
  • Sep 26, 2019

ผมได้ข่าวการล่านกชนหินได้ลุกลามมาถึงเทือกเขาบูโดแล้ว

จากข้อมูลของชาวบ้านผู้ช่วยวิจัยโดยพรานอาชีพจากรือเสาะก็ทำให้รู้สึกกังวล​ สิ่งที่เราตั้งข้อสงสัยจากข้อมูลว่าทำไมการทำรังลดน้อยลง และจำนวนประชากรของมันก็ลดลงด้วย​ จากจำนวนโพรงรังที่สำรวจพบทั้งสิ้น 23 รังปีนี้มีการทำรังเพียง 1 รัง​

หากเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์นั้นค่อยๆ หรี่เงียบลง และหายไปจากป่า​ สาเหตุก็มาจากการล่าของมนุษย์นั่นเอง

นกชนหิน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Helmeted Hornbill อันหมายถึง นกที่ใส่หมวกกันน็อก​ภาษายาวีเรียก บูรงตอเราะ

นกชนหิน ถือกำเนิดมาเมื่อ 45 ล้านปีรองจาก นกเงือกหัวหงอก (กำเนิดเมื่อ47ล้านปี​) นกชนหินเป็นนกเงือกชนิดเดียวที่มีโหนกตัน​ ฉะนั้น​หนังเปลือยจึงต้องมีมากกว่าชนิดอื่นเพื่อช่วยในการระบายอากาศ เพราะนกเงือกชนิดอื่นนั้นโหนกจะกลวง​หนังเปลือยจึงมีเพียงเล็กน้อย​ ​อีกทั้งการทำรังก็นานกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ

โดยปกติ​นกเงือกจะทำรังวางไข่ใช้ระยะเวลา 3 - 4 เดือน แต่นกชนหินนั้นยาวนานถึง 5 เดือนแม่จะออกพร้อมกับลูก อีกทั้งโพรงรังก็จะต้องเป็นปุ่มปม หรือ ตะโหงก ยื่นออกมาเพราะมันไม่สามารถใช้เล็บเกาะป้อนอาหารกับต้นไม้ได้​ และเวลาที่มันต่อสู้ก็จะบินชนกันกลางอากาศทำให้เกิดเสียงดังคล้ายหินกระทบกันจึงเป็นที่มาของชื่อ "ชนหิน" หางที่ยื่นยาวออกมานั้นใช้เพื่อถ่วงหัวที่หนักตันไม่ให้ทิ่มลงเวลาบินพร้อมกับทำหน้าที่หางเสือเพื่อบังคับทิศทางไปด้วย

ความเฉพาะเจาะจงของนกชนิดนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีกในการดำรงเผ่าพันธุ์​ ซ้ำร้ายการล่าเพื่อเอาโหนกของมันก็เป็นที่นิยมในหมู่พวกมีรสนิยมต่ำๆ​ เพื่อแค่เอามาแกะสลักเป็นรูปต่างๆไว้อวดโชว์​

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

การล่านกชนหินมีมานานแล้วโดยเฉพาะในอินโดนีเซียมีการส่งโหนกของมันเป็นสินค้าออกไปยังจีนโดยมีมูลค่าเทียบเท่ากับหยกเลยทีเดียว และยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อมันเริ่มจะหายากและใกล้สูญพันธุ์เต็มที​ในตลาดรับซื้อเรียกว่า งาแดง​ มีราคาแพงกว่า งาดำ หมายถึงนอแรดและแพงกว่า งาขาว หรืองาช้างหลายเท่า

จากการล่าหัวนกชนหินในอินโดนีเซีย​ และมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว​จนกระเกือบหมดสิ้น​ ปัจจุบันได้แผ่ขยายมาถึงภาคใต้ของประเทศไทย และในที่สุดข่าวร้ายก็มาเยือนเทือกเขาบูโด​ แหล่งอาศัยของนกเงือกที่หนาแน่นที่สุดของเมืองไทย

จากการวิจัยและเก็บข้อมูลมาตลอดกว่า 20 ปี​ น่าจะมีนกชนหินบนเทือกเขาบูโดไม่ต่ำกว่า ​50 ตัวจากพื้นที่เพียงแสนไร่เศษ

เป็นที่น่าเศร้าว่า​ วันนี้มีการล่านกชนหินที่เขาบูโดกันแล้วโดยข้อมูลจากคนตัดไม้และคนดักนกเล็กๆ พบเห็นการยิงนกเงือกชนิดนี้ที่นี่ ซึ่งนับจากนี้ไปหนทางการอยู่รอดของมันก็ยิ่งลำบาก​ การทำงานอนุรักษ์ของเราก็คงต้องจบสิ้นในอีกไม่ช้า

ได้เวลาแล้วหรือยังที่เราจะใส่ใจและตระหนักเห็นคุณค่านกหน้่ตาโบราณนี้เพราะกว่าที่มันจะดำรงเผ่าพันธุ์มาได้ยาวนานถึง 45 ล้านปีแทบไม่น่าเชื่อว่า มันจะมาสิ้นสุดในยุคของเรานี่เอง

น่าสมเพชเวทนาเหลือเกิน..มนุษย์เนรคุณผู้ไม่รู้คุณค่าของผู้สร้างป่าให้เราได้พึ่งพาอาศัย.

นกชนหิน.. นกเพี้ยนแห่งป่าฝน​ มันจะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้จริงๅหรือ?

ฟังซิ.. ตู๊ก​ ตู๊ก​ ตู๊ก​ตู๊กๆๆๆๆๆ.. ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตลอดกว่า 20 ปี​ น่าจะมีนกชนหินบนเทือกเขาบูโดไม่ต่ำกว่า ​50 ตัวจากพื้นที่เพียงแสนไร่เศษ การล่าหัวนกชนหินในอินโดนีเซีย​ และมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว​จนกระเกือบหมดสิ้น​ ปัจจุบันได้แผ่ขยายมาถึงภาคใต้ของประเทศไทยและในที่สุดข่าวร้ายก็มาเยือนเทือกเขาบูโด​ แหล่งอาศัยของนกเงือกที่หนาแน่นที่สุดของเมืองไทย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์