ดราม่านางงาม ถึง วงการขาอ่อน เกิดอะไรขึ้นกับเวทีประกวดไทย
  • Lifestyle
  • Jul 17, 2019

วงการนางงามในไทยถูกพูดถึงอย่างแผ่หลายมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอานิสงส์ของการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 หรือการเฟ้นหานางงามจักรวาลเพียงหนึ่งเดียวจากนางงามทั่วโลกที่ได้มาจัดในประเทศไทย

Hi-Light

  • นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมากระแสข่าวในวงการนางงามมีมาเรื่อยๆ และยิ่งถูกพูดถึงในวงกว้างขึ้นเมื่อเกิดดราม่าที่ทำให้ผู้คนที่ไม่ได้ติดตามนางงามกลับมาตั้งคำถามกับการประกวดนางงามในยุค 2019 อีกครั้ง
  • การประกวดสาวงามในไทยมีการจัดประกวดที่สำคัญ 3 เวทีได้แก่ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสไทยแลนด์เวิลด์
  • ทั้งสามเวทีมีแนวคิดในการเฟ้นหาสาวงามที่ต่างกันออกไปซึ่งก็สะท้อนถึงตัวตนที่ผู้จัดการประกวดของแต่ละเวทีต้องการให้เห็นและรับรู้นางงามในเวทีของตนเองอย่างไร

ซึ่งกระแสความสนใจในการประกวดนางงามปีนี้อีกครั้ง ก่อนที่กระแสนางงามจะปะทุออกมาสู่คนวงกว้างมากยิ่งขึ้นกับดราม่านางงามและประเด็นการดูถูกล้อเลียนเรื่องรูปร่างหรือ Body Shame ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นมาจากช่วงระหว่างการเก็บตัวผู้เข้าประกวดเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 หนึ่งในผู้เข้าประกวดอย่าง โกโก้ - อารยะ ศุภฤกษ์ แชร์ภาพนางงามจากสองเวทีระดับนานาชาติคือ แครทริโอน่า เกรย์ จากเวทีมิสยูนิเวิร์ส และคลารา โซซา มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนลพร้อมกับข้อความเชิงเปรียบเทียบรูปร่าง นำมาซึ่งกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และชื่อของโกโก้ยิ่งถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม เธอได้สวมมงกุฏมิสแกรนด์ไทยแลนด์คนล่าสุด นอกจากคำยินดีที่ได้รับมงกุฎแล้ว อีกสิ่งที่การถูกถามถึงประเด็นนี้พร้อมกับกระแสต่อต้านเธอคนนี้เริ่มก่อตัว

การต่อต้านและยอมรับไม่ได้ของแฟนนางงามลุกลามไปถึงการเป็นข่าวที่สื่อต่างชาตินำไปพูดถึงว่าตัวแทนสาวงามจากไทย คือ คนที่ดูถูกล้อเลียนรูปร่างผู้อื่นหรือที่ต่างชาติเรียกกันว่า Body Shame และตีกลับกลายมาเป็นกระแสข่าวที่สื่อหลักในบ้านเรายังต้องพูดถึง

หากมองในมุมคนนอกหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้เป็นประเด็นขนาดนี้ เมื่อทบทวนบทสัมภาษณ์ต่างๆ อาจพบว่าประเด็นนี้ลุกลามใหญ่โตเพราะมุมมองกับเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

การให้สัมภาษณ์สื่อเป็นอีกเหตุการณ์ที่นางงามต้องเจอ และมักเป็นจุดที่ท้าทายความสามารถในการแสดงไหวพริบ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของพวกเธออยู่เสมอ 

ขณะที่ทางฟากฝั่งของสาวโกโก้มองว่า การกระทำดังกล่าวตนนั้นคือส่งต่อข้อเท็จจริงว่าเธออยากมีหุ่นแบบคลารา และไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนภาพของสาวงามอีกท่านหนึ่งเลย แต่ในอีกมุมหนึ่งที่การชื่นชอบรูปร่างแบบใดไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผิดที่ภาพนั้นถูกวางคู่กันเพื่อเปรียบเทียบพร้อมกับข้อความที่ตีตราไว้ และทำให้หลายคนเข้าใจได้ว่านั่นคือการล้อเลียน

แม้ประเด็นร้อนนี้หลายคนเฝ้ารอว่าอีกไม่นานกระแสก็คงเงียบไป แต่สิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปที่อยู่วงนอกจากวงการนางงามยังคงรู้สึก และยิ่งตอกย้ำภาพจำเดิมๆ นั่นคือ วงการขาอ่อนยังวัดกันเพียงแค่ความสวยที่ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไร พร้อมกับข้อสงสัยว่า ในบ้านเรายังมีการประกวดทำนองนี้อยู่อีกหรือ

แท้จริงแล้วในการประกวดสาวงามในช่วงที่ผ่านมากลับมาได้รับความสนใจจากแฟนนางงามจากการพยายามปรับตัวของผู้จัดการประกวดในแต่ละเวทีซึ่งในประเทศไทยมีเวทีประกวดสำคัญอยู่ 3 เวทีคือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสไทยแลนด์ เวิลด์ ซึ่งทั้ง 3 เวทีก็มีการปรับตัวและมีจุดยืนที่ต่างกัน

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปีนี้เป็นปีที่พลิกโฉมการประกวดอย่างราบคาบนับตั้งแต่การเปลี่ยนมือของผู้จัดการประกวดจากผู้ถือลิขสิทธิ์มาอย่างยาวนานสู่ผู้ถือลิขสิทธิ์ที่เจ้าของเวทีไว้วางใจ เมื่อหัวเรือเปลี่ยนทิศทางเดินเรือของเวทีมิสยูนิเวิร์สก็เปลี่ยนตามด้วย

ตั้งแต่การเสริมทัพความเข้มข้นในการคัดเลือก และปลุกปั้นนางงามด้วยทีม Expert ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญแค่เรื่องความงามแต่รวมไปถึงบุคลิกภาพ การแสดง ความคิดและการสื่อสาร

เพื่อให้นางงามในปีนี้ตอบโจทย์ของการ Empower Women หรือ ความสวยงามที่เป็นมากกว่าความงามจากรูปลักษณ์ภายนอก

ดังนั้นการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ครั้งนี้สาวงามที่เข้าร่วมการประกวดจึงไม่ได้มาเพียงแค่ความสวยแต่มาพร้อมแรงบันดาลใจและเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้กับผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะสาวงามที่เพียบพร้อมที่สุด และคว้ามงกุฎไปครองนั่นก็คือ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น

ขณะที่ เวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ที่ในปีนี้ยังคงแนวคิดตัวแทนจากทุกจังหวัดสู่การมาเป็นตัวแทนประเทศ แม้ว่ากระแสที่ผู้คนพูดถึงในช่วงต้นจะเงียบเหงาเพราะสีสันจากการประกวดครั้งนี้ยังคงชูโรงด้วยเรื่องการแนะนำตัวของสาวงามแต่ละจังหวัด ที่ปีนี้เห็นได้ชัดเจนว่าซักซ้อม และออกแบบมาอย่างดีว่า จะพูดอย่างไรให้กลายไปเป็นคลิปที่ถูกส่งต่อทางโลกออนไลน์

กิจกรรมเก็บตัวของนางงามแต่ละเวทีก็สะท้อนวิธีสื่อสาร และจุดยืนของเวทีประกวดได้เป็นอย่างดี

แต่ในเรื่องแนวคิดของกิจกรรมการเก็บตัวในครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจที่ยังคงพาสาวงามทั้งหมดไปทำกิจกรรมร่วมกันใน 5 จังหวัดชายแดนใต้คือ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล ซึ่งเป็นความคิดที่ดีที่จะใช้เวทีการประกวดเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความเป็นอยู่ของผู้คนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ และยังจะเป็นแนวทางเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดดังกล่าวอีกด้วย

ภาพการจัดงานที่ออกมาจึงเน้นที่การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในวงกว้าง

ดังนั้นผลลัพธ์ของเวทีนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่การประกวดในเวทีนานาชาติเท่านั้น แต่คือการต่อยอดให้สาวงามกลายมาเป็นดารา นักแสดงในวงการต่อไป

ทางด้านเวทีการประกวด มิสไทยแลนด์เวิลด์ ที่มาเริ่มการเฟ้นหาสามงามเป็นเวทีท้ายสุดในปีนี้ ยังคงเฟ้นหาสาวงามที่สวยและมีความสามารถหลากหลายด้านตามแบบฉบับของเวทีนานาชาติอย่าง มิสเวิลด์ ด้วยการพาสาวงามทั้งหมดไปร่วมกันทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ ต่อด้วยการเล่นกีฬาที่ได้รับความร่วมมือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมไปกับการฝึกอบรมทั้งด้านภาษา บุคลิกภาพอย่างเข้มข้นเพื่อให้พร้อมกับการทำกิจกรรมเก็บคะแนนภายในกองประกวด จนกว่าจะถึงเวทีการประกวดจริงในเดือนสิงหาคม

นอกจากความเข้มข้นของกิจกรรมการเก็บตัวที่อาจเรียกได้ว่ามีกิจกรรมหลากหลายและหนักหน่วงมากกว่าเวทีอื่นๆ แล้ว อีกสิ่งที่เป็นจุดขายมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมาคือการเน้นเอาความเป็นไทยมาถ่ายทอดผ่านสาวงามทั้งหมด สิ่งเหล่านี้จึงเป็นที่ผู้จัดการประกวดมุ่งหวังว่าสาวงามที่จะได้รับตำแหน่งคือ

สาวงามที่จะสะท้อนความเป็นไทยได้พร้อมกับมีศักยภาพที่ครบถ้วนพอสำหรับการประกวดในเวทีนานาชาติ

กระแสนางงามไม่ใช่แต่เพียงการออกไปอวดโฉมให้กรรมการตัดสินว่าใครสวยที่สุดเท่านั้น แต่ยังต้องมีรายละเอียดความเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับสังคม รวมทั้งบรรดากองเชียร์ที่จะมีผลส่งให้นางงามคนนั้น "ดัง" หรือ "ดับ" ได้

จากทั้ง 3 เวทีในการประกวดสาวงามของไทยนอกเหนือจากการถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องแล้ว บ้านเรายังได้นางงามที่เป็นตัวแทนประเทศแตกต่างกันไปตามแต่ละเวทีอีกด้วย ซึ่งการวางตัวหรือการกระทำสาวงามผู้มาเป็นตัวแทนจากแต่ละเวทีก็เป็นตัวสะท้อนถึงสิ่งที่เวทีการประกวดให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายปลายทางของทุกเวทีจึงไม่ใช่การมองหาสาวงามที่มาเดินอวดขาอ่อนอย่างที่เคยเป็นภาพจำ แต่คือการให้พื้นที่กับผู้หญิงได้แสดงจุดยืนและมุมมองที่กว้างขึ้น

ขณะเดียวกันยังช่วยจุดประกายประเด็นทางสังคมให้เกิดการรับรู้ที่มากขึ้น

เรื่อง: พสธร ขอขจายเกียรติ

ภาพ:  Nation Photo

กราฟิก: ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม

เป้าหมายปลายทางของทุกเวทีจึงไม่ใช่การมองหาสาวงามที่มาเดินอวดขาอ่อนอย่างที่เคยเป็นภาพจำ แต่คือการให้พื้นที่กับผู้หญิงได้แสดงจุดยืนและมุมมองที่กว้างขึ้น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์