เมาไม่ขับ กลับอย่างไร?
  • Biz Life
  • Sep 4, 2019

ทันทีที่มีข่าวว่าอดีตซีอีโอ U Drink I Drive “สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์” ฟ้องร้องผู้ถือหุ้นบริษัท ยิ่งทำให้สปอตไลต์ส่องมายังแบรนด์นี้มากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการพนักงานขับรถในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตจนมีผู้เล่นในตลาดทั้งจากต่างประเทศและสตาร์ทอัพในประเทศ

Bottom Line หยิบเอา Driver Sevice 3 ราย มาเปรียบเทียบให้เห็นถึงความโดดเด่นและการให้บริการว่าแตกต่างกันอย่างไร

U Drink I Drive
บริการขับรถปลอดภัยสำหรับผู้รักงานปาร์ตี้ เกิดจากวิทยานิพนธ์ของ 1 ในผู้ถือหุ้นของบริษัทที่มีความหวังดีต่อสังคมว่าลดปัญหาอุบัติเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย โดยผู้ให้บริการรายนี้ มีราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท 5 กิโลเมมตรถัดไปเพิ่มขึ้นครั้งละ 50 บาท ซึ่งหากคุณเป็นผู้หญิงทางบริษัทจะจัดคนขับรถให้เป็นผู้หญิงอัตโนมัติ

ในส่วนของคนขับและการให้บริการ ยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ จะให้บริการเป็นรายบุคคล ซึ่งจะมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนขับกับกรมตำรวจแห่งชาติ ตรวจยาเสพติดและประวัติการพนันของคนขับ รวมถึงอบรมการขับรถยี่ห้อต่างๆ ให้พร้อมเพื่อที่คนขับจะได้สามารถขับรถได้อย่างชำนาญทุกรุ่น

และถ้าใครเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของรถที่คนขับอาจจะควบคุมรถไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุ หรือมีการทำให้เสียหายไม่ว่ากรณีใด ถ้าเป็นการกระทำโดยคนขับหรืออีกนัยหนึ่งก็คือพนักงานบริษัทนั้น จะให้ประกันภัยของลูกค้าประเมินค่าเสียหายและจะมีการชดใช้ค่าเสียหายให้ตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ขับรถ ซึ่งยูดริ้งค์ ไอไดรฟ์ สามารถติดต่อจองได้ทั้งทางแอพพลิเคชั่น ไลน์ เว็บไซต์และโทรศัพท์

Grab Drive Your Car
สำหรับแกร็บ บริษัทที่ไม่ต้องอธิบายอะไรมากนักทุกคนก็คงจะพอคุ้นหูคุ้นตากันอยู่บ้าง นอกจากจะให้บริการเกี่ยวกับการขับรถรับส่งลูกค้าทั้งแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ส่วนตัวของผู้ขับแล้ว แกร็บก็ยังมีบริการเรียกเพียงคนขับเท่านั้นมาขับรถไปส่งลูกค้าถึงที่หมายด้วยในชื่อ แกร็บโชเฟอร์

ค่าบริการของแกร็บโชเฟอร์นั้นจะคิดเป็นรายระยะทาง เริ่มต้นที่ 350 บาทสำหรับระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก และเมื่อครบ 5 กิโลเมตรถัดไปจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 100 บาท แต่ค่าบริการนี้ไม่รวมกับค่าทางด่วน และค่าบริการในการรอของคนขับ ถ้าสมมติว่าคุณให้คนขับรถรอนานเกิน 20 นาที ก็จะมีค่าบริการเพิ่มอีก ซึ่งก็ขึ้นอยู่การการคำนวณและการแจ้งเข้าระบบของคนขับ

แต่สำหรับแกร็บคงต้องลุ้นหน่อยว่า เราจะได้รับบริการจากคนขับคนไหน เพราะเราไม่สามารถเลือกได้ว่าคนขับคนนั้นเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง ระบบจะทำการสุ่มคนขับให้เอง แต่คุณไม่ต้องกังวลไป เพราะทางบริษัทยืนยันว่า คนขับที่จะมาให้บริการนั้น เป็นผู้ให้บริการระดับพรีเมี่ยม ที่จะต้องไม่มีประวัติคดีอาชญากรรม ไม่มีการร้องเรียนจากลูกค้า และต้องมีใบขับขี่อย่างน้อย 5 ปี การันตีประวัติของผู้ให้บริการด้วยการตรวจสอบประวัติจากบริษัทถึง 2 รอบ

ในกรณีที่เกิดความเสียหายโดยผู้ให้บริการ ทางบริษัทมีนโยบายประกันทรัพย์สินต่อคน ต่อกรณีไม่เกิน 5 ล้านบาท รวมถึงมีการประกันทรัพย์สินให้กับลูกค้าด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถจองคนขับได้ที่ Application Grab เท่านั้น

Drive4U
และผู้ให้บริการขับรถลูกค้าส่งถึงที่หมายที่น่าสนใจรายสุดท้ายคือ “ไดรฟ์ฟอร์ยู” บริษัทให้บริการคนขับรถลูกค้าทั้งแบบบุคคลทั่วไปและรายบริษัท มีจุดเด่นอยู่ที่การสื่อสารของคนขับที่สามารถสื่อสารได้ด้วยภาษาอังกฤษ และคิดค่าบริการเป็นระยะเวลาเดินทาง คือ 4 ชั่วโมงแรกจะเริ่มที่ราคา 1,100 บาท และเพิ่มขึ้น 100 บาทในชั่วโมงถัดไป

เรื่องคนขับรถของไดรฟ์ฟอร์ยู ลูกค้าจะสามารถเลือกคนขับได้ว่าจะใช้คนขับแบบไหน ถ้าลูกค้ามีการติดต่อธุรกิจกับชาวต่างชาติก็สามารถเลือกได้กระทั่งคนขับรถที่ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าคนขับที่สื่อสารได้เฉพาะภาษาไทยอยู่ราวๆ 3,000 บาท รวมถึงเรื่องของความปลอดภัย บริษัทก็เคลมมาให้เรียบร้อยว่าคนขับจะได้รับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากกรมตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสามารถให้ความมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยหายห่วง

และส่วนสุดท้ายคือส่วนของการประกันทรัพย์สิน ไดรฟ์ฟอร์ยูจะมีวงเงินประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เป็นจำนวน 300,000 บาท สามารถติดต่อขอใช้บริการได้ทั้งทางโทรศัพท์และเฟซบุ๊กแฟนเพจ

จะเห็นได้ว่า ผู้ให้บริการทั้ง 3 บริษัทมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่ได้มีเพียง 3 บริษัทนี้ที่เรายกตัวอย่างมาเท่านั้นที่พร้อมให้บริการขับรถในเวลาที่คุณไม่สะดวกขับรถได้ด้วยตนเอง เพื่อความปลอดภัยทั้งกับตัวคุณและกับผู้อื่น ลองเลือกผู้ให้บริการที่ใช่ กับเงื่อนไขที่ชอบทำหน้าที่ไปส่งคุณให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยดูก็แล้วกัน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?