นักวิชาการอาณานิคมผู้ช่วยให้พุกามรอดพ้นระเบิด
นักวิชาการอาณานิคมผู้ช่วยให้พุกามรอดพ้นระเบิด
นักวิชาการอาณานิคมผู้ช่วยให้พุกามรอดพ้นระเบิด
  • Lifestyle
  • Jul 17, 2019

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ซะหย่าเวฬุ หรือ กอร์ดอน ลุซ นักวิชาการอาณานิคมอังกฤษในเมียนมาผู้พิทักษ์ปกป้องพุกาม มรดกโลกแห่งใหม่ของเมียนมา แต่ส่วนใหญ่จะรู้จักเขาในฐานะนักวิชาการด้านเมียนมาโบราณศึกษามากกว่า

ทะเลเจดีย์แห่งพุกาม เมืองมรดกโลกล่าสุด

มิน ตุ๊ หวิ่น (Min Thu Wun) กวีเมียนมานามอุโฆษ หนึ่งในกวีกลุ่มวรรณกรรมทดลองในยุคอาณานิคมแต่งบทกวีชื่อ “พุกามกับเวฬุ”

บทกวีบทนี้แสดงอารมณ์ความรู้สึกของกวีที่มีต่อ ซะหย่าเวฬุ (Hsaya Wei Lu) หรือ อาจารย์เวฬุ ใจความสำคัญของบทกวีกล่าวถึงซะหย่าเวฬุผู้มีคุณูปการอย่างมากต่อเมืองพุกามในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (ค.ศ.1941-1945) โดยกล่าวยกย่องเชิดชูซะหย่าเวฬุว่าเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องพุกามให้รอดพ้นจากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้พระธาตุเจดีย์มากมายราวสี่พันองค์ในเมืองพุกามมิได้โดนระเบิดเพลิงทำลาย 

มิน ตุ๊ หวิ่น บอกว่า เพราะมีคนอย่างซะหย่าเวฬุจึงทำให้พุกามอยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้และคงจะอยู่รอดปลอดภัย โดดเด่นเป็นสง่าเชิดหน้าชูตาชาวเมียนมาไปอีกถึงห้าพันปี

เหตุที่ มิน ตุ๊ หวิ่น กล่าวยกย่องซะหย่าเวฬุว่าเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องพุกาม เนื่องจากเหตุการณ์ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ปลายสุดของเขตแดนเมียนมาที่ วิคตอเรียพอยท์ หรือ เกาะสองในปลาย ค.ศ.1942 ทำให้เมียนมากลายเป็นสมรภูมิการรบแห่งสงครามมหาเอเชียบูรพาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยสหราชอาณาจักร และกองทัพญี่ปุ่น 

สมรภูมิเมียนมาเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ยกเว้นเมืองพุกามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรมิได้ทิ้งระเบิดเหมือนอย่างเมืองย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ และเมืองสำคัญอื่นๆ

โดยเฉพาะที่เมืองมัณฑะเลย์นั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดอย่างหนักทำให้พระราชวังหลวงมัณฑะเลย์ที่สร้างโดยพระเจ้ามินดงถูกระเบิด ไฟไหม้เสียหายอย่างใหญ่หลวง ในขณะที่เมืองพุกามซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมัณฑะเลย์มากนัก และอยู่ในพิกัดการรบของทั้งสองฝ่ายกลับมิได้โดนระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรทำลาย พุกามถือว่าโชคดีกว่ามัณฑะเลย์เพราะพุกามมีซะหย่าเวฬุช่วยพิทักษ์ปกป้องไว้

กอร์ดอน ลุซ นักวิชาการอาณานิคมอังกฤษ ผู้ยอมรับว่า เป็นคนที่หลงรักพุกามอย่างบ้าคลั่งคนหนึ่ง

ซะหย่าเวฬุ ผู้นี้เป็นใคร เหตุใดจึงมีอำนาจถึงขั้นสามารถสั่งการกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้ และกวี มิน ตุ๊ หวิ่น จึงยกย่องให้เขาเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องพุกาม

ซะหย่าเวฬุผู้นี้คือ นักวิชาการอาณานิคมอังกฤษในเมียนมานามว่า กอร์ดอน ลุซ (Gordon Hannington Luce) ชาวอังกฤษ เขาสำเร็จการศึกษาสาขาวิชาศิลปะคลาสสิก จากวิทยาลัยเอมมานูเอล (Emmanuel College) มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge)ใน ค.ศ.1911 

ขณะที่ กอร์ดอน ลุซ มีอายุ 23 ปีในค.ศ.1912 เขาได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลบริหารอาณานิคมอังกฤษให้มาเป็นอาจารย์สอนวรรณคดีอังกฤษที่วิทยาลัยกรุงย่างกุ้งซึ่งต่อมายกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ในระหว่างที่สอนหนังสือที่นี่ เขาได้รู้จักกับ เผ่ หม่อง ติ่น (Pe Maung Tin) ปราชญ์ด้านภาษาบาลี และภาษาเมียนมา ซึ่งต่อมาเขาได้ทำงานร่วมกับเผ่ หม่อง ติ่น ศึกษาวิจัยจารึกพุกาม และอารยธรรมพุกาม 

ใน ค.ศ. 1915 เขาแต่งงานกับ มะ ตี่ ตี่ (Ma Ti Ti) น้องสาวของ เผ่ หม่อง ติ่น ในระหว่างที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมียนมา เขาได้อุทิศเวลาเกือบทั้งหมดในเมียนมาลงศึกษาภาคสนามที่เมืองพุกาม เทียวตระเวนอ่านจารึกพุกามจนเขียนเป็นหนังสือชุด Old Burma—Early Pagan จำนวนสามเล่ม ต่อมากลายเป็นคัมภีร์อ้างอิงหลักในแวดวงวิชาการจารึกและอารยธรรมพุกาม ผู้ที่ศึกษาจารึกและอารยธรรมพุกามรุ่นหลังต่างอ้างอิงงานของเขาแทบทั้งสิ้น 

นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาษา และวัฒนธรรมเมียนมาโบราณอีกเป็นจำนวนมากที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเอาจริงเอาจัง และเป็นผู้ที่อินกับพุกามเป็นอย่างมาก

กอร์ดอน ลุซ มีชื่อเป็นภาษาเมียนมาว่า เวฬุ พระสังฆราชต่อง ขวิ่ง ผู้เป็นอาของพ่อของภรรยาของเขาเป็นผู้ตั้งให้ บรรดาลูกศิษย์ของเขากล่าวกันว่า เขาเป็นผู้ที่หลงรักพุกามเหมือนชายหนุ่มหลงรักหญิงสาวแบบเทให้หมดใจ ถึงขนาดสั่งเสียลูกศิษย์ของเขาไว้ว่าหากเขาตายที่เมียนมาขอให้เอาร่างของเขามาฝังไว้ที่พุกาม และให้สร้างกู่เล็กๆ และเขียนป้ายกำกับไว้ด้วยว่า

“คนที่หลงรักพุกามอย่างบ้าคลั่งคนหนึ่ง”

ระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา เขาและภรรยาได้ลี้ภัยไปอยู่ที่อินเดียพักหนึ่ง ในขณะที่ลี้ภัยอยู่ที่อินเดีย ซะหย่าเวฬุได้พยายามติดต่อไปยังกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีฐานประจำการอยู่ที่เมืองเดลี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรให้ยกเว้นการทิ้งระเบิดในบริเวณทุ่งทะเลเจดีย์เมืองพุกามเพราะเป็นเขตอู่อารยธรรมโบราณของเมียนมาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน

กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรพิจารณาคำร้องขอของซะหย่าเวฬุและมีคำสั่งให้งดเว้นการทิ้งระเบิดตามคำร้องขอของเขา จึงเป็นเหตุให้พุกามรอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรมาได้ และเป็นเหตุให้ มิน ตุ๊ หวิ่น กวีผู้อยู่ร่วมสมัยได้ยกย่องให้เขาเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องพุกาม และประกาศเกียรติคุณในบทกวี “พุกามกับเวฬุ” 

มิน ตุ๊ หวิ่น ผู้รจนาบทกวี “พุกามกับเวฬุ” 

หลังสงครามจบลง เขาและภรรยาเดินทางกลับเข้ามาในเมียนมา และยังคงเดินทางใช้ชีวิตนักวิชาการในท่ามกลางดงเจดีย์เมืองพุกามทุกปี เพื่อเดินหน้าศึกษาวิจัยภาษา และวัฒนธรรมเมียนมาโบราณและผลิตงานศึกษาวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่อง

ซะหย่าเวฬุต้องจำใจเดินทางออกจากประเทศเมียนมาใน ค.ศ.1964 เฉกเช่นเดียวกับชาวต่างชาติคนอื่นๆ หลังจากนายพลเนวินทำรัฐประหาร ใน ค.ศ. 1962 รัฐบาลเมียนมาออกนโยบายกดดัน และผลักให้ชาวต่างชาติออกจากเมียนมาเนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ ทำให้มีกลุ่มทุน อดีตข้าราชการอาณานิคม อาจารย์ ปัญญาชน กว่า 3 แสนคนถูกขับไล่ออกจากเมียนมาอย่างขมขื่น 

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ซะหย่าเวฬุ หรือ กอร์ดอน ลุซ นักวิชาการอาณานิคมอังกฤษในเมียนมาผู้นี้เป็นผู้สั่งให้กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรรักษาพื้นที่เมืองเก่าพุกามไว้ แต่เมื่อเอ่ยถึงชื่อ กอร์ดอน ลุซ คนส่วนใหญ่จะรู้จักเขาในฐานะนักวิชาการด้านเมียนมาโบราณศึกษามากกว่าที่จะนึกถึงเขาในฐานะผู้พิทักษ์ปกป้องพุกาม มรดกโลกแห่งใหม่ของเมียนม

เรื่อง: วทัญญู ฟักทอง

ภาพ: Shutter Stock

ทุ่งทะเลเจดีย์เมืองพุกามเป็นเขตอู่อารยธรรมโบราณของเมียนมาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?