ลมหายใจสุดท้าย สกุลช่างเมืองเพชรบุรี  
  • Social
  • Nov 11, 2019

“เดี๋ยว หยุด ๆ ถ้าตอกมันลงไปในไม้สักที่ฉลุลายลึกเกินไป ที่ทำมาทั้งหมดจะเสียหายนะ”

“ขอโทษครับครู” เด็กหนุ่มวัย 16 ปีเอ่ย สีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนรีบยกสิ่วขึ้น 

เมื่อปีที่แล้ว สวนโจวย์รีสอร์ท ใน อ.เมือง จ.เพชรบุรี สถานที่สร้างสรรค์งานฝังลายไม้มูก ยังพอมีชีวิตชีวา อยู่บ้าง แต่มาปีนี้เสียงสนทนาก็เงียบสนิท เหลือแต่เสียงไสไม้ครืดคราด บนโต๊ะไม้ตัวเก่าเปื้อนริ้วรอย แผลที่บ่งบอกถึงประสบการณ์การทำงานของช่างอย่างยาวนาน

“เด็กมันไม่เอาหรอก ต้องมาคอยนั่งฉลุไม้สักให้ได้ทรงและยังต้องแกะไม้มูกไปเรื่อย ๆ ให้ขนาดพอดีกับรูที่ฉลุไว้ ทำเป็นร้อยเป็นพันครั้งมันไม่สนุก เทียบกับงานเขียน งานปั้น พลาดไปบางครั้งยังแก้ได้ แต่นี่พลาดแม้เพียงอย่างเดียวถึงกับต้องทำใหม่ทั้งชิ้นอีกเป็นเดือน ๆ”

นิยม ราชเจริญ วัย 44 ปี ช่างแกะสลักไม้ฝังลายไม้มูกคนสุดท้ายของสกุลช่างเมืองเพชรบุรี บอกขณะมือง่วน อยู่กับการแกะแผ่นไม้สีขาว

สำหรับงานแกะสลักฝังลายไม้มูกบนตู้ไม้สักหลังนี้ เขาทำมาแล้ว 7 เดือนกว่า อีก 1 เดือนก็น่าจะเสร็จ แล้วนำไปประกอบกับตัวโครงตู้ไม้สักซึ่งใช้เวลาทำราว 1-3 เดือน

ปกติแล้ว ตู้ไม้สักฝังลายไม้มูกหลังหนึ่งกว่าจะทำเสร็จ ถ้าเร่งหน่อยก็ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน ขายได้ 100,000 บาท ดูเหมือนเป็นรายได้ที่มากโข ทว่างานฝังลายไม้มูกมีต้นทุนวัตถุดิบสูง ร้อยละ 70 เป็นโครงตู้ทำจากไม้สัก ต้องใช้ไม้หน้าใหญ่ขนาด 8x12 นิ้ว ราคา 6,000-7,000 บาท ถ้าเป็นตู้หลังใหญ่จะใช้ประมาณ 10-11 แผ่น รวมเป็นเงินประมาณ 60,000  บาท และอีกร้อยละ 30 เป็นลายฉลุไม้มูก ใช้ขนาดกว้าง 8 นิ้ว ยาว 2 เมตร ราคา 300-500 บาท จำนวนมากกว่า 6 แผ่น รวมต้นทุนวัสดุทั้งหมดจะอยู่ราว ๆ 80,000 บาท

ถ้าไม่นับค่าแรงของพวกเขาเอง 3 พี่น้องครูช่างก็จะได้กำไรเพียง 20,000 บาท เมื่อเทียบกับระยะเวลาการทำจึงไม่คุ้มค่าเหนื่อยด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องทำเครื่องเรือนตกแต่งบ้านอื่นๆ เป็นอาชีพหลักเลี้ยงชีพ

ยังไม่นับว่า ไม้เหล่านี้ยังต้องสั่งจากกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งค้าไม้ที่ถูกกฎหมาย แต่ปัญหาคือสั่งจองนานทำให้ช่างไม่สามารถผลิตงานออกมาได้รวดเร็วตามความต้องการของลูกค้า แม้ภายหลัง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ. 2562 มาตรา 7 บัญญัติว่า ไม้หวงห้ามที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม ทำให้ ซื้อหาวัตถุดิบได้ง่ายมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องรอไม้สักจากกรมป่าไม้อย่างเดียว แต่กระนั้นราคาก็แพงกว่าการสั่งจองจากกรมป่าไม้ 2-3 เท่าตัว

“อยู่ไม่ได้หรอกครับถ้าทำงานนี้อย่างเดียว มันเป็นงานฝีมือใช้เวลาทำนาน คนสั่งซื้อก็พอหาได้ แต่เขาไม่รอ ปีหนึ่งถ้า เร่งจริง ๆ ทำได้ 2-3 หลัง ได้เงินแสนกว่าบาท เทียบเคียงแล้วเป็นรายได้เฉลี่ยวันละ 333 บาท พอ ๆ กับอัตราค่าแรงขั้นต่ำของ ประเทศไทย” นิยมบอก

งานประณีต-ทำนาน แต่ขายไม่คุ้มทุน

ไม่ต่างจาก สิริลักษณ์ ศรีทองคำ ทายาทรุ่น 3 ของตระกูลป้าฉิว หรือ นางฉิว บุญศิริ ช่างทองโบราณตระกูลสุดท้าย ของเพชรบุรี บอกว่า กรรมวิธีการทำทองโบราณมีขั้นตอนที่ประณีต ช่างจะต้องหล่อทอง รีดทอง จับดอก (คล้ายกับการทำไข่ปลา) สลัก และดุน จากนั้นจึงนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเชื่อมเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของงานทองโบราณสกุลช่างเมืองเพชรบุรี

“ทองคำแท่งแม้เป็นเพียงเศษผงก็มีราคา หากช่างขาดความรอบคอบก็อาจทำให้ทองสูญหาย ส่งผลให้ชิ้นงานมีน้ำหนักทองไม่ครบตามที่ตกลงไว้กับลูกค้า หรือหากช่างทำไม่ละเอียดจนเกิดความผิดพลาดระหว่างการทำ ถ้างานนั้นเสียหายจน ไม่สามารถแก้ไขและทำต่อไปได้ ช่างก็จำต้องเอาไปหลอมและเริ่มงานใหม่ทั้งหมด” สิริลักษณ์ เล่าถึงความพิถีพิถัน

เธอบอกว่า เคยมีลูกค้ามาสั่งทำชุดเข็มขัดทองสำหรับงานแต่งงาน ใช้เวลาทำประมาณ 1 ปี แต่เงินที่ได้มาเพียงแค่ 100,000 บาท เมื่อหักค่าแรงลูกน้อง และค่าอุปกรณ์ประกอบด้วย แป้นชักลวด คีมตัดทอง เครื่องเป่าทอง และอุปกรณ์จิปาถะที่ใช้ในการทำ รวมแล้วประมาณ 70,000 บาท ทำให้ขายได้ไม่คุ้มทุน

“ยังไม่นับราคาทองคำแท่งที่แต่ละวันที่ไม่คงที่ บางครั้งเปลี่ยนวัตถุดิบจากทองมาเป็นเงินเพราะราคาต้นทุนต่ำกว่า แต่เมื่อหักค่าแรงลูกน้องประมาณ 15,000 บาท รวมไปถึงค่าอุปกรณ์ก็ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย” ทายาทช่างทองโบราณตระกูลสุดท้ายแห่งเมืองเพชรบุรีครวญ

หนังใหญ่-ปั้นหัวโขน-หัวสัตว์คงเหลือแค่ชื่อ

สกุลช่างเมืองเพชรบุรีเป็นงานช่างที่สืบทอดกันมานาน งานมีความโดดเด่น เพราะมีลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ในงานตกแต่ง ประดับ และสร้างผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ ประกอบไปด้วยงานช่าง 11 ประเภท คือ งานปูนปั้น งานลายรดน้ำ งานลงรักปิดทองประดับกระจก งานจิตรกรรม งานแทงหยวก งานตอกกระดาษ งานจำหลักหนังใหญ่ งานปั้นหัวโขนหัวละคร งานปั้นหัวสัตว์ งานฝังลายไม้มูก และงานทองโบราณ

แต่ฐานข้อมูลสถานการณ์การสืบทอดงานช่างของสำนักวัฒนธรรม จังหวัดเพชรบุรี ฉบับล่าสุดซึ่งจัดทำปี 2556 ระบุว่า

งานจำหลักหนังใหญ่ งานปั้นหัวโขนหัวละคร งานปั้นหัวสัตว์ งานฝังลายไม้มูก และงานทองโบราณ เป็น 5 สกุลช่างที่น่าเป็นห่วงเพราะขาดทายาทสืบทอด หลังจากไม่มีตลาดรองรับ

ปัจจุบัน ในจำนวนนี้ 3 งาน คือ งานจำหลักหนังใหญ่ งานปั้นหัวโขนหัวละคร และงานปั้นหัวสัตว์ เหลือแค่เสียงเล่าขาน ไม่มีช่างสืบทอดงานต่อไปอีกแล้ว

ธานินทร์ ชื่นใจ ครูช่างงานลายรดน้ำแห่งสกุลช่างเมืองเพชรบุรี ชี้ว่า เมื่อคนเลิกดูหนังใหญ่หันไปเสพความบันเทิงทางสื่อสมัยใหม่ทำให้ครูช่างประเภทนี้เลิกทำงานจำหลักหนังใหญ่อย่างถาวร เช่นเดียวกับงานปั้นหัวโขนหัวละครที่ตัวงานไม่ได้ต้องทำเพื่อใช้แสดงโขนอีกต่อไปเนื่องจากคนไทยนิยมดูโขนน้อยลง ครูช่างประเภทนี้ในเพชรบุรีจึงเลิกทำ

ขณะที่ เฮือน เครือมา ภรรยาของ อรุณ ชื่นอารมณ์ ครูช่างงานปั้นหัวสัตว์คนสุดท้ายแห่งสกุลช่างเมืองเพชรบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่สามีเสียชีวิตก็ไม่ได้ทำงานปั้นหัวสัตว์ต่อ เพราะด้วยปัญหาสุขภาพทำคนเดียวไม่ไหว

“สมัยนี้สัตว์ที่จะนำมาปั้นมีจำนวนน้อยลง เช่น กวาง กระทิง สัตว์บางชนิดยังกลายเป็นสัตว์สงวน ทำให้ไม่มีใครกล้านำมาปั้นเพราะกลัวผิดกฎหมาย จึงทำให้งานประเภทนี้หายไปจากเพชรบุรีอย่างถาวร” เธอบอก

ห่วง‘ฝังลายไม้มูก-ทองโบราณ’ไร้ทายาท

สำหรับอีก 2 งานสกุลช่าง อย่างงานฝังลายไม้มูก และงานทองโบราณ ก็อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง บ้านครูนิยม ไม่มีลูกหลานสืบทอด แม้จะมีคนมาเรียนรู้งาน แต่ก็มาแค่ 3 เดือน และกว่าวัตถุดิบคือไม้ที่สั่งจากกรมป่าไม้ก็ใช้เวลา 1-2 เดือนทำให้การถ่ายทอดวิชาต้องหยุดชะงัก

อีกทั้งงานฝังลายไม้มูกไม่ใช่แค่มีความรู้เรื่องศิลปะการแกะสลักไม้และฝังลายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้เรื่องเนื้อไม้ด้วย เพราะต้องตอกไม้ ขึ้นโครงเครื่องเรือน ว่ากันว่า ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ถึงจะทำทั้งโครงตู้ และฝังลายได้อย่างชำนาญ

ขณะที่งานช่างทองโบราณ ก็ถ่ายทอดกันแค่คนในครอบครัว หรือคนนอกตระกูลที่ครูช่างไว้วางใจสูงเท่านั้น เพราะทองคำแท่งมีมูลค่ามาก แม้จะมีนักเรียนจากกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง จังหวัดนครปฐม มาขอฝึกงานตาม หลักสูตรของสถานศึกษา แต่ก็ใช้เวลาแค่ 1 เดือน ไม่สามารถฝึกจนชำนาญนำไปประกอบอาชีพได้ ซึ่งต้องใช้เวลาราว 1-3 ปี

จะอยู่ให้รอดต้องปรับตัว

มีคำอธิบายจากครูช่างแขนงอื่น ๆ ถึงสถานการณ์การสืบทอดงานสกุลช่างเมืองเพชรบุรี อย่าง บุญเจือน เอมโอษฐ์ ครูช่างแขนงงานปูนปั้น ว่า งานปูนปั้นชิ้นหนึ่งใช้เวลาในการทำเพียง 5-7 วัน กรรมวิธีไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขึ้นโครงสร้างด้วยเหล็กเส้นดัดเป็นรูปต่างๆ จากนั้นขึ้นรูปด้วยปูนซีเมนต์และปั้นทับด้วยปูนโบราณสูตรเฉพาะของที่นี่ ทำให้ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานสู่ตลาดอย่างไม่ขาดสาย และยังมีช่างปูนปั้นอีกหลายครอบครัวที่ยังคงผลิตผลงานอยู่

“นายจ้างก็คือวัดที่จ้างให้ไปปั้นปูนประดับตกแต่งโบสถ์ หรือวิหาร รวมทั้งตกแต่งบริเวณโดยรอบ ทำให้พวกเรามี รายได้ 50,000-100,000 บาท ต่อหนึ่งงาน หักค่าวัตถุดิบอาทิ ปูนขาว กาว น้ำตาล และอุปกรณ์จิปาถะ ราว 30,000 บาท ก็ยังเหลือเงินไว้ใช้จ่ายในแต่ละเดือน ทำให้ยังคงยึดอาชีพนี้อยู่”

ครูบอกอีกว่า ยังมีการปรับปรุงงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย เช่น นำลวดลายงานปูนปั้นไปผลิตเป็นต่างหู กิ๊บหนีบผม กรอบรูป และกรอบนาฬิกา เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

เช่นเดียวกับครูช่างอีก 4 คน จาก 4 สาขา ได้แก่ ธานินทร์ ชื่นใจ ช่างลายรดน้ำ พิทยา ศิลปะศร ช่างตอกกระดาษ พิพัฒน์ พึ่งแตง ช่างจิตรกรรม และวิเชียร เถาพันธ์ ช่างลงรักปิดทองประดับกระจก ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขายังสามารถผลิตงานออกสู่ตลาดได้ แต่ก็ต้องประยุกต์งานให้ตอบสนองกับความต้องการของคนในปัจจุบัน

ผุด ‘เมืองช่างแห่งสยาม’ สืบทอดเอกลักษณ์

เกิดความกังวลจากกลุ่มช่าง สถาบันวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาชนว่า สกุลช่างเมืองเพชรบุรี จะค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมโดยเฉพาะงานไม้ฝังลายไม้มูก และงานทองโบราณ อาจไร้ผู้สืบทอดเหมือน 3 งานก่อนหน้านี้ ทำให้จังหวัดเพชรบุรีบรรจุนโยบาย ส่งเสริม และพัฒนางานช่างในยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดปี 2561-2564 โดยให้ทำควบคู่ไปกับการส่งเสริม และพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวด้วยการให้จัดกิจกรรมนำผลงานออกสู่สาธารณะ

ล่าสุด จังวัดเพชรบุรีประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 จัดทำแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนจังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองช่างแห่งสยาม ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2567 เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญามรดกทาง วัฒนธรรมสาขางานช่างฝีมือดั้งเดิมของเพชรบุรีให้สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ในอนาคต

แสนประเสริฐ ปานเนียม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี เผยว่า กำลังจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญางานช่างเมืองเพชรบุรี และผลักดันมหกรรมศิลปหัตถกรรมช่างเมืองเพชรบุรีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงให้มีการจ้างช่างไปแสดงผลงานตามงานสำคัญต่างๆ เช่น งานพระนครคีรี-เมืองเพชรฯ มีการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเรียนรู้งานช่างเมืองเพชรบุรี ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปในพื้นที่การทำงานช่างมากขึ้น

เขาบอกอีกว่า ที่ผ่านมามีการหารืออยู่ตลอด โดยเชิญครูช่างฝังลายไม้มูก ครูช่างทองโบราณ รวมไปถึงช่างสกุลต่างๆ อีก 9 สกุล มาพูดคุย ให้ดูแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานเพื่อความโปร่งใส และแต่งตั้งช่างในแต่ละงานเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนจังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองช่างแห่งสยามอีกด้วย

ข้างฝั่งภาคประชาชน กลุ่ม ‘ลูกหว้า’ ซึ่งเป็นเยาวชนลูกหลานคนเมืองเพชรบุรีจากหลายโรงเรียน ก็ได้รวมตัวหวังพัฒนาสืบทอดอนุรักษ์งาน 2 ประเภทที่กำลังจะเลือนหาย ด้วยการจัดการสัมมนาเชิญครูช่างมาเป็นวิทยากร และร่วมกับภาครัฐในการอนุรักษ์ โดยให้มีการจัดรวบรวมองค์ความรู้ไว้ที่หอศิลป์สุวรรณาราม วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเผยแพร่ให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ

ปัญหาใหญ่รัฐไม่ช่วยหาตลาด

อย่างไรก็ดี การไม่มีตลาดรองรับบางงานช่างยังเป็นปัญหาใหญ่ แต่ ภูตะวัน อยู่ทอง ฝ่ายบริหารงานทั่วไป พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี อ้างว่า งานฝังลายไม้มูกและงานทองโบราณ ไม่ได้ไร้ตลาดรองรับ แต่การหาตลาดเป็นหน้าที่ของวัฒนธรรมจังหวัดที่จะต้องเป็นคนส่งสินค้า และข้อมูลของสินค้านั้นให้กับพาณิชย์จังหวัด เพื่อประชาสัมพันธ์ และส่งสินค้าไปขายตามพื้นที่ต่าง ๆ

“ที่ผ่านมาทางวัฒนธรรมจังหวัดไม่ได้ส่งสินค้าและข้อมูลสินค้าให้กับเรา เราจึงไม่ทราบ และไม่สามารถจัดหาตลาดให้เข้ากับงานทั้ง 2 ประเภทนี้ได้ มีเพียงแค่โครงการเมืองช่างแห่งสยามที่เราทำร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัด และวัฒนธรรมจังหวัดเท่านั้น” พาณิชย์จังหวัด ระบุ

หวังนักออกแบบช่วยผลิตงานตอบผู้บริโภค

อีกด้านหนึ่ง วรรณภา บุตรเจียมใจ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยืนยันว่า หน่วยงานได้ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัด และพาณิชย์จังหวัดในการเพิ่มมูลค่า และยกระดับผลิตภัณฑ์งานฝังลายไม้มูก และงานทองโบราณให้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT: Cultural Product of Thailand) ของจังหวัด และยังได้เร่งจัดหานักออกแบบให้มาทำงานร่วมกับช่างทั้ง 2 ประเภท เพื่อให้เกิดการประยุกต์งานให้เหมาะสมกับปัจจุบัน เช่น นำลวดลายเดิมที่เป็นเอกลักษณ์มาผลิตเป็นสินค้าที่เข้าถึงภาคครัวเรือน และสามารถวางขายได้ตามท้องตลาด

“ทั้งงานฝังลายไม้มูก และงานทำทองโบราณเป็นงานที่มีความประณีตสูง อีกทั้งยังเป็นงานที่สืบทอดมาจากโบราณ ดังนั้นเราต้องหานักออกแบบที่สามารถมาประยุกต์ลวดลายดั้งเดิมให้เข้ากับความต้องการในปัจจุบัน”

นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ชี้แจงบทบาทภาครัฐในการช่วยสืบสานทั้ง 2 สกุลช่างบ้านสุดท้าย และว่า ภายในปี 2562 จะทำถนนสายช่างให้เสร็จลุล่วงตามที่วางแผนไว้ และจะจัดหานักออกแบบเพื่อมาทำงานร่วมกับช่างตามแผนที่ได้วางไว้ภายในปี 2563 แต่ขณะนี้ ยังอยู่ในช่วงของการพิจารณาจากรัฐบาลว่า จะได้รับงบประมาณสนับสนุนเท่าไหร่

สกุลช่างเมืองเพชรบุรีเป็นงานช่างที่สืบทอดกันมานาน งานมีความโดดเด่น เพราะมีลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ในงานตกแต่ง ประดับ และสร้างผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ ประกอบไปด้วยงานช่าง 11 ประเภท

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?