รู้จัก เจริญไชย ชุมชนกระดาษไหว้เจ้าแห่งเยาวราช
  • Social
  • Jan 21, 2020

หากสีทองอร่ามจะกลายเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงผู้คนบนถนนมังกร สีแดงชาดก็คงไม่ต่างจากจิตวิญญาณของคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช โดยเฉพาะ สีสัน และความคึกคักในห้วง เทศกาลตรุษจีน ที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็จะเต็มไปด้วยผู้คน สีแดง และสีทอง

ภายใน ตรอกเจริญไชย ที่ซุกตัวอยู่ข้างๆ แยกแปลงนามก็ไม่ต่างกัน เพราะตั้งแต่หัววันจนตกบ่ายแก่ๆ วันดี ติรโสภี เจ้าของร้านตั้งเคี่ยวมิ้นยอมรับว่า ยังไม่ได้วางมือจากกระดาษเขียนบิลล์เลย

"ใครๆ ก็ต้องมาที่นี่ เพราะครบวงจรที่สุดแล้ว" เจ้าของร้านคนเดิมบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะกำลัง "ควาน" หาของให้ลูกค้าที่ยืนรออยู่

ทั้งของกิน ของใช้ ของไหว้ คือ "ครบวงจร" ในความหมายของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพูดถึง เครื่องกระดาษไหว้ ในพิธีจีนต่างๆ แล้วล่ะก็ ย่านเจริญไชย นั้น ถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว

รู้จักย่านอารยธรรมจีนโพ้นทะเล

เมื่อ ไชน่าทาวน์ ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เป็น ย่านคนจีน เท่านั้น แต่หากยังหมายถึง อารยธรรมตกทอดที่ลูกหลานจีนโพ้นทะเลช่วยสืบสานกันมา โดยมีชุมชนตลาดกรมภูธเรศ และชุมชนเจริญไชย เป็นส่วนประกอบ

"ไชน่าทาวน์ เจริญกรุงก็ตั้งแต่ 4 แยกเสือป่า จนถึง 4 แยกแปลงนาม" นั่นคือย่านเยาวราชตามคำบอกเล่าของ เคี้ยง - สมเกียรติ สมบูรณ์ปัญญากุล เด็กเยาวราชคนหนึ่งที่ยืนยันถึงสิ่งที่เห็นมาตั้งแต่จำความได้

"นั่นเป็นช่วงที่เขาเรียกว่าไชน่าทาวน์ดั้งเดิม ตรงวัดไตรมิตร ถึงซุ้มประตูเป็นช่วงของหัวมังกร ตรงนี้เป็นท้องมังกร ซอยต่างๆ แปลงนาม ผดุงด้าว ก็จะเป็นขา"

ตั้งแต่หัวรุ่ง (หรือบางคนอาจจะหมายถึงหลังเที่ยงคืน) ข้าวของในส่วนของ ตลาดเก่าเล่าตั๊กลัก ตามภาษาจีนแต้จิ๋ว ช่วงระหว่างถนนเยาวราชกับถนนทรงวาด จะถูกทยอยเรียงแผงสำหรับบรรดา อาจ้ง หรือ หัวหน้าพ่อครัว จะมาจ่ายตลาด ชิ้นเนื้อ ผักเคียง เครื่องเทศ ถูกคัดแยกตามแผ่นกระดาษที่เหล่าขาประจำยื่นให้

จนฟ้าสาง ตลาดกรมภูธเรศ หรือ ชิงตั๊กลัก ที่เรียกกันติดปากว่า ตลาดใหม่ ในซอยอิสรานุภาพที่เชื่อมระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง จะกลายเป็น "แหล่ง" สำหรับแม่บ้าน นักเรียน คนทำงาน หรือบรรดายี่ปั้วจะมาฝากท้อง รวมทั้งจับจ่ายสินค้าเพื่อเอาไปขายต่อ

หลังจากนั้น เวลา "ทำมาหากิน" ของ ป้ายคำมงคล ตุ๊กตามงคล ขนมแต่งงาน ผ้าแพร งานกระดาษ ตลอดจนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีจีน ที่กระจัดกระจายอยู่ตามร้านรวงต่างๆ ไม่ว่าจะริมถนน ในตรอก ซอก ซอย พร้อมๆ กับความหนาแน่นของการจราจร (และนักท่องเที่ยว) หมุนเวียนเปลี่ยนไประหว่าง ตลาดกรมภูธเรศ และตลาดเล่งบ้วยเอี้ย

ตกเย็น ความคึกคักก็จะถูก "ย้ายฝั่ง" ตามรสชาติของอาหารนานับชนิด ตั้งแต่ระดับ "ข้างถนน" ไปจนถึง "ขึ้นเหลา" กลับไปสู่ถนนเยาวราชอีกครั้ง

ทั้งหมด เป็นความคึกคักที่จับต้องได้ของ เยาวราช-ตลาดกรมภูธเรศ-ชุมชนเจริญไชย

ชุมชนกระดาษจีน

"ไม่ต่ำกว่า 30 ร้านนะ" หนุ่ม - ฉัตรชัย เติมธีรพจน์ จากร้านตังอา ที่ตั้งอยู่ในระแวกเดียวกัน คะเนร้านขายอุปกรณ์-กระดาษไหว้เจ้าที่เรียงรายตั้งแต่ แยกแปลงนามถึงวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ทะลุซอยท้ายตลาดข้างวัด ออกไปทางวัดคณิกาผล จนถึงปอเต็กตึ้ง

จากหนังสือ บันทึกเจริญไชย : คนจีนสยาม ระบุว่า ย่านเจริญไชยตั้งอยู่บริเวณริมถนนเจริญกรุงตอนบน เป็นส่วนหนึ่งของย่านที่มีผู้ประกอบกิจการ และแรงงานชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคำว่า "เจริญไชย" นั้น สันนิษฐานว่า มาจากคำว่า "เจริญกรุง"  และ "พลับพลาไชย" โดยนำมาใช้เป็นชื่อตรอกเรียกว่า ตรอกเจริญไชย โดยเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนว่า ตงเฮงโกย

...ชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทยในช่วงเวลานั้นเป็นผู้นำความรู้ ความสามารถ ภูมิปัญญา ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับประเพณีวัฒนธรรมของชาวจีนมาด้วย ประกอบกับย่านเจริญไชยถูกรายล้อมด้วยวัด และศาลเจ้า ทำให้ชาวจีนในบริเวณนี้นำความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ และประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ขึ้น

...เป็นย่านการขายสินค้าวัฒนธรรมประเพณีที่ครบทุกอย่าง ถือเป็นแหล่งเดียวที่มีของใช้ใการประกอบพิธีกรรมของชาวจีน ทั้งงานแต่งงาน งานศพ งานศาลเจ้า

เหมือนอย่างร้านของเขานั้น เป็นร้านตัดเย็บผ้าสำหรับใช้ในงานประเพณีตั้งแต่ ศาลเจ้าไปจนถึงงานศพโดยสืบทอดกิจการต่อกันมา 3 รุ่นแล้ว ปัจจุบันหนุ่มบอกว่า จะเน้นงานประเภทศาลเจ้ามากกว่า เป็นสินค้าที่แยกประเภทออกไป อย่างงาน โคมเจ้า หรือ ถ่งฮวง ในภาษาจีนแต้จิ๋ว อันถือเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมนั้น วิชาชีพเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยมากมาย และหลงเหลือสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

"ทางเมืองจีนก็จะมาดูแบบแล้วก็เอากลับไปทำนะ แต่สุดท้ายก็ต้องมาซื้อที่นี่ เพราะยังไงก็ทำไม่เหมือน" เขาเล่าด้วยรอยยิ้ม

หรือ เทียนเถ่าจี้ (กระดาษสีแดงขนาดใหญ่สำหรับไหว้เจ้า) กิมจั้ว (กระดาษเงินกระดาษทอง) กิมเต้า (ถังเงิน ถังทอง) อวงแซจี้ (ใบเบิกทาง) และตั้วกิม (เงินจีน) ที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้าร้าน วันดียืนยันว่า มักจะมีคนเดินมาถามหาอยู่ไม่ขาด

"ช่วงหน้าเทศกาลคนจะเยอะมาก ทุกวันนี้ต้องเปิดร้านตั้งแต่ 7 โมงเช้า กว่าจะปิดบางทีก็ 5 ทุ่ม ต้องรอลูกค้าที่เขาเดินทางมาไกล เพราะของไหว้นี่จะจัดมั่วไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคนที่ซื้อไปเขาไม่รู้ เอาไปไหว้ทีนี้ก็จะมั่วไปกันใหญ่"

ถึงแม้ร้านจะอยู่ด้านหลังถนนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคกับการค้าขายของเธอ และครอบครัวแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาที่ร้านนั้น จะเป็นขาประจำที่รู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว และบางครั้งก็มีบ้างที่มีขาจรหลงเข้ามา ซึ่งวันดีรับรองว่าขายให้ได้หมด

"เราจัดชุดให้ด้วย แนะนำลูกค้าได้ ทำให้เขาเห็นว่าเราจริงใจกับเขา แต่ก็ต้องมีความรู้กับของแต่ละชนิดด้วย มีทั้งขายปลีก และขายส่ง เราทำกระดาษเองแบบกระดาษก็จะมีลวดลายที่แตกต่างไปจากร้านอื่นๆ ก็ส่งไปทั่วประเทศนะ ใครมาซื้อเราก็ขายหมด ส่วนใหญ่เขาก็เอาไปขายต่อนั่นแหละ"

ไม่ทันขาดคำ เธอก็หันไปอธิบาย "ถุงไหว้เสริมพลังโชคลาภ" ออฟชั่นที่เพิ่งออกมาใหม่ สำหรับองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ยที่จะเสด็จลงมาในปีนี้โดยเฉพาะอย่างตั้งใจ

อดีต ปัจจุบัน อนาคต

ในช่วงใกล้งานเทศกาล สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกรกมลาวาส จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มุ่งหน้ามาหาฐื้อของกินของไหวเ้ ทำให้การสัญจรไปมาของผู้คนติดขัดบ้างในบางจังหวะ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับลูกหลานจีน เพราะแม้จะล่วงเลยเวลามาถึงย่ำค่ำแล้ว ร้านฮะซุ่นเส็ง (เอี๊ยะหลี) ของ เจ๊จัง (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ก็ยังมีลูกค้าเดินเข้ามาเลือกหยิบของอย่างไม่ขาดสาย

ด้วยทำเลของตึกแถวแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับกำแพงวัดมังกรฯ ทำให้ข้าวของที่นำมาขึ้นแผงวางขายกันจึงหนีไม่พ้นสินค้าวัฒนธรรม เหมือนร้านนี้ ที่เริ่มต้นมาจากร้านทำขนมเปี๊ยะจากรุ่นอากง ต่อมาจึงได้เริ่มขายกระดาษไหว้เจ้า

"ทำเองทั้งหมด ซื้อกระดาษมาแล้วก็เอามาตอก มาทาสีเอง เป็นโรงงานเล็กๆ อยู่ที่บ้านนี่ ยาวไปเกือบถึงวัดเล่งเน่ยยี่ได้ประมาณ 30 เมตรได้ มีคนที่มาจากเมืองจีนมาช่วยทำขนมบ้าง ตัดกระดาษบ้าง"

ต่อมาจึงเปลี่ยนมาทำกระดาษไหว้เจ้าอย่างเดียวมาจนถึงปัจจุบัน 

"พอผูกพันมันก็เรียนรู้เองโดยอัตโนมัตินะ" เธอยืนยัน

สิ่งหนึ่งที่เธอมองเป็นเอกลักษณ์ของย่านกระดาษไหว้เจ้าแห่งนี้ อยู่ที่ความเป็นมิตรแก่กัน ไม่เคยมีปัญหาแย่งลูกค้ากัน หากของร้านไหนไม่ครบก็แนะนำให้ลูกค้าสามารถเดินไปดูอีกร้านหนึ่งได้ ซึ่งมุมนี้ อาส หรือ ภูมิสิษฐ์ ภูริทองรัตน์ รุ่นที่ 2 ของร้านบู้เช้ง ที่มีจุดเด่นในเรื่องงานกระดาษไหว้เจ้าโดยเฉพาะ กงพั้ว สำหรับไหว้แม่ซื้อ ยอมรับว่า ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนแบบนี้ทำให้เขาสามารถตัดสินใจหันหลังจากใบปริญญาที่เรียนมา "รับช่วง" ที่บ้านทำกระดาษอย่างเต็มตัว

"เรามองว่ามันมีคุณค่า และมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเองอยู่น่ะครับ" เขาให้ความเห็น

ขณะที่ เจ๊จัง มองว่า อนาคตสิ่งที่พ่อแม่สร้างไว้นั้นลึกๆ ก็อยากให้รุ่นลูกมาช่วยสานต่อ แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเป็นแบบแผนตายตัว เพราะลูกๆ ของเธอเองหลังจากร่ำเรียนมาก็สร้างลู่ทางของตัวเองเอาไว้แล้ว

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบรรดามังกรเลือดใหม่เหล่านี้จะไม่มีแววกับเรื่องนี้เลย เพราะไม่นานมานี้ เธอก้ได้มีการพูดคุยถึงระบบการจัดสต็อกสินค้าใหม่ ที่สามารถเช็คปริมาณของ และบาร์โค้ดเพื่อสะดวกในการจัดการมากขึ้นกับลูกๆ อยู่ด้วย

"ถ้าเขามองเห็นคุณค่าตรงนี้ ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องทำต่อแน่นอน" หนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นั่นก็เพราะช่องทางการตลาด รวมทั้งโอกาสยังเปิดกว้างเสมอ

เหมือนกับการหลอมรวมวัฒนธรรมระหว่างไทย และจีนในยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ก็ยิ่งชัดเจน และเป็นที่ยอมรับได้มากขึ้นเรื่อยๆ

"บางบ้าน สวดพระไทย แต่ทำกงเต็กด้วย เพราะพ่อมีเชื้อจีน แต่เผานะ ไม่ฝังตามแบบคนจีน มันก็ผสมกลายเป็นเนื้อเดียวกันหมดแล้ว แทบจะแยกกันไม่ออก ของก็ยังทำขายได้ต่อไป ตราบใดที่ลูกจีนยังมีความเชื่อตรงนี้อยู่" หนุ่มเผยความหวัง

 

เรื่อง : ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี

ภาพ : Nation Photo
 

คำว่า "เจริญไชย" นั้น สันนิษฐานว่า มาจากคำว่า "เจริญกรุง"  และ "พลับพลาไชย" โดยนำมาใช้เป็นชื่อตรอกเรียกว่า ตรอกเจริญไชย โดยเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนว่า ตงเฮงโกย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์