ปิดช่องโหว่ธุรกิจ ช่วย แฟมิลี่ บิซิเนส พ้นคำสาป 3 ชั่วคน
  • Biz Life
  • Jul 9, 2019

ถ้าไม่ปรับตัว-รับมือความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ธุรกิจครอบครัวรุ่นที่ 3 ก็จะเจ๊ง สุดท้ายก็จะเข้าตำรา ปู่เริ่ม พ่อดูแล ลูกหลานทำพัง

ข้างต้นคือคำปรามาสและข้อสังเกตต่อธุรกิจครอบครัวหรือ ‘กงสี’ ที่แม้จะรวมศูนย์เอาครอบครัวเป็นแกนกลาง แต่การบริการกลับไม่ง่าย ทำให้ธุรกิจที่คนปู่ริเริ่มและถูกสานต่อ-ขยายกิจการในคนรุ่นพ่อ ต้องกลับพังไม่เป็นท่าในรุ่นที่ 3  

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ผู้เขียนหนังสือ “สูตรสำเร็จธุรกิจครอบครัวไทยเพื่อการสืบทอดอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการระงับกรณีพิพาทในธุรกิจครอบครัวมาหลายคดีดัง บอกว่า ในบรรดาธุรกิจที่บริหารที่ยากที่สุดคือธุรกิจครอบครัว เพราะไม่มีการสอนในตำราธุรกิจในเมืองไทยที่ส่วนใหญ่เน้นการสอนเพื่อเข้าไปเป็นลูกจ้างแทนการเป็นเจ้าของธุรกิจครอบครัว

หลักสูตรธุรกิจครอบครัวจึงมีการสอนเพียงในต่างประเทศ เช่น Harvard, INSEAD, Kellogg เนื่องจากทุกธุรกิจทุกประเทศเมื่อทายาทเข้ามาสืบทอดธุรกิจพันล้านแสนล้าน ต่างก็ประสบปัญหาคล้ายกันคือทายาทไม่สามารถรักษาธุรกิจให้รอด และมีการฟ้องร้องแย่งชิงแบ่งผลประโยชน์กัน

การสร้างว่ายากแล้ว การรักษายังยากกว่าหลายเท่า การบริหารธุรกิจครอบครัวนั้น จึงถือว่ามีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน มากกว่าคำว่าหลักการบริหารธุรกิจแบบบริษัททั่วไป ไหนจะยังมีเหตุผลเรื่องความรัก ความผูกพัน การเลี้ยงดู ความชอบธรรม ระหว่างสมาชิกในตระกูล รวมไปถึงอัตตาของสมาชิกในครอบครัวที่เมื่อเข้ามาทำธุรกิจร่วมกัน เกิดความบาดหมางบางครอบครัวไม่ได้ปลูกฝังให้รักและสามัคคีตั้งแต่เยาว์วัยก็พาธุรกิจครอบครัวพังได้

จากประสบการณ์ทำคดีข้อพิพาทระหว่างตระกูลมายาวนานกว่า 30 ปี พบสาเหตุใหญ่ๆ ที่กลายเป็นช่องโหว่ทำให้ทายาทประจำตระกูลต้องมาฟ้องร้องการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างธุรกิจครอบครัวของไทยนั้นมีโครงสร้างของปัญหามาจาก 10 สาเหตุหลักที่รุ่นก่อนขาดการวางแผนในระยะยาวประกอบด้วย

1.ขาดการจัดการโครงสร้างการประกอบธุรกิจและการถือหุ้นที่ดี ผู้ก่อตั้งธุรกิจไม่ได้วางโครงสร้างเตรียมการจัดตั้งบริษัทเพื่อธุรกิจในครอบครัวเพื่อให้เป็นเจ้าของ (Holding Company)

2.ขาดเอกสารทางกฎหมายที่สำคัญ เช่น ข้อบังคับของบริษัท สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น พินัยกรรมและธรรมนูญครอบครัว จึงทำให้มีกลไกการเลือกผู้สืบทอดธุรกิจ และการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกในครอบครัวที่เหมาะสมได้

3.ขาดกลไกในการจัดสรรเรื่องผลประโยชน์ หรือความเป็นเจ้าของในธุรกิจครอบครัวอย่างเป็นธรรม โดยการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับคนในครอบครัวและทายาท ทั้งในบริษัทโฮลดิ้งและบริษัทประกอบการจะต้องมีความเป็นธรรมหรือยุติธรรม

4.ขาดการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิกในครอบครัว และจากการวิจัยทางธุรกิจพบว่าความถดถอยหรือความเสื่อมของธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ ปัญหาหลักสำคัญคือขาดการสื่อสารระหว่างเจ้าของธุรกิจครอบครัว

“ธุรกิจครอบครัวไทยมักมีการสื่อสารแบบสั่งการ เพราะคนรุ่นก่อนคิดว่าเป็นจักรพรรดิ หรือ King ผู้ที่ปักธงความสำเร็จให้กับครอบครัว โดยลืมว่าเป็นยุคที่เกมเปลี่ยน วิธีการรุ่นพ่อก็ใช้ไม่ได้ในรุ่นลูก จึงต้องมีวิธีการสื่อสารและยอมรับความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน”

5.ขาดแนวคิดในการที่จะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างประเด็นธุรกิจและทางครอบครัว เมื่อมีปัญหาต้องพิจารณาถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องยากมากที่จะแบ่งแยกและตัดสินใจเพราะสมาชิกในครอบครัวเติบโตมาพร้อมกันด้วยความผูกพัน มีความอาวุโส ต่างมีความเห็นที่แตกต่างกันเพราะมีช่องว่างระหว่างเจเนเรชั่น ใช้ความรู้สึกส่วนตัว

6.ขาดการวางแผนการสืบทอดธุรกิจและการเลือกสมาชิกในครอบครัวเข้าเป็นผู้นำ การสืบทอดอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจครอบครัวและไม่ใช่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญเป็นจนถือเป็นปัญหาทั่วไป ทั้งที่เป็นธุรกิจครอบครัวหรือไม่เป็นธุรกิจครอบครัว

7.ขาดนโยบายการจ้างงานโดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัวที่เข้ามาทำงานในบริษัทครอบครัวโดยไม่มีความสามารถที่แท้จริง หรือการดูว่าสมาชิกคนในครอบครัวคนใดที่เหมาะสม

8.ขาดมืออาชีพ หรือ กรรมการอิสระ ที่มีความรู้และมีประสบการณ์เข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เนื่องจากผู้ที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ และมีประสบการณ์เหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นทายาท

 9.ขาดมาตรการบริหารความเสี่ยง เป็นการวางระบบเพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงเข้าสู่วิกฤติจากธุรกิจในครอบครัว ซึ่งมีการสรุปไว้ใน 5 D ที่เป็นสาเหตุของการทำให้ธุรกิจครอบครัวต้องสะดุดจนมีจุดเปลี่ยน ประกอบด้วย การหย่าร้าง (Divorce), การถึงแก่ความตาย (Death), ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน (Distrust), ทายาทหรือคนในครอบครัวไม่สนใจในการสานต่อธุรกิจ (Disinterest), และความเสี่ยงจากความตกต่ำของวงจรธุรกิจ (Deterioration) สิ่งเหล่านี้ต้องมีการเตรียมการวางระบบเพื่อรองรับ โดยการสร้างกลไกเข้ามาขจัดความเสี่ยงทั้งป้องกัน และแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เช่น มีการวางข้อบังคับในบริษัท ทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น วางธรรมนูญครอบครัว และเขียนพินัยกรรม

10.ขาดการวางแผนกลยุทธ์ทั้งด้านธุรกิจและการเงิน การวางแผนทั้งเรื่องธุรกิจครอบครัวและสมาชิกในครอบครัวรวมถึงหลักการบริหารความเสี่ยง ทำให้ต้นทุนด้านการเงินมีปัญหา และมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจไม่ทันสมัยจึงไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะกติกากฎเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบการค้าการลงทุน และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องทำให้ธุรกิจครอบครัวเปลี่ยนรูปแบบการบริหารให้สอดคล้องกับพลวัฒน์ทางธุรกิจในทุกยุคสมัย

จากการศึกษาของ The Williams Group ที่ได้สัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจครอบครัว 3,250 ราย พบว่าสาเหตุของอัตราการสืบทอดธุรกิจครอบครัวในปัจจุบันที่ล้มเหลวมากกว่า 70% มีสาเหตุหลักของความล้มเหลวมาจาก 4 เรื่องหลักๆ ประกอบด้วย ขาดการสื่อสาร (Communication) 60%, ขาดการวางแผนสืบทอดกิจกิจการ 25%, ไม่มีจุดมุ่งหมายหรือพันธกิจชัดเจน 12% และความบกพร่องของผู้เชี่ยวชาญ 3%

เหตุผลสำคัญที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 60% คือ ขาดการสื่อสารและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสมาชิกในครอบครัว ต้นเหตุของการสื่อสารมีความจำเป็นที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และจะทำให้มีการบริหารจัดการต่างๆ ได้ลงตัว เกิดความรักและความสามัคคี

ดังนั้นถ้าอุดช่องว่างทั้งหมด ธุรกิจกงสีก็จะฝ่าวิกฤติไปได้

เรื่อง: ประกายดาว แบ่งสันเทียะ

เรียบเรียง : Bottom line

ถึงจะเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ก็ต้องใช้หลักการบริหารแบบมืออาชีพ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์