9 สุดยอดทักษะติดตัวที่ต้องใช้ไปจนตาย
  • Biz Life
  • Aug 29, 2019

“ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”

คำกล่าวของมหาตมะ คานธี ที่สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญที่จะอยู่คู่กับมนุษย์ไปทุกช่วงชีวิต

QUARTZ at WORK  นำเสนอบทความหนึ่งที่เกี่ยวกับทักษะที่สำคัญต่อการพัฒนาชีวิต และการทำงานของมนุษย์ที่ไว้อย่างน่าสนใจ โดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่บอกเล่าเรื่องราว Carol Dweck และเพื่อนร่วมงานของเธอ ผ่านการศึกษากับเกี่ยวกับความพยายามในการแสดงของกลุ่มนักแสดงกลุ่มนี้ในด้านต่างๆ 

ใจความสำคัญจากการวิจัยของ Dweck คือการพบข้อมูลที่ว่า “เราไม่ควรหยุดเรียนรู้” โดยการกระทำของการเรียนรู้นั้นสำคัญพอๆ กับสิ่งที่เรียนรู้ รวมถึงการเชื่อว่าคุณสามารถพัฒนาตนเอง และทำสิ่งต่างๆ ในอนาคตที่เกินความเป็นไปได้ในปัจจุบันของคุณนั้นน่าตื่นเต้นและเป็นจริง

แต่ถึงกระนั้นเวลาของแต่ละคนก็มีจำกัด จึงควรอุทิศตัวเองให้กับทักษะการเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่ง 9 ทักษะที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ที่ทุกคนควรจะเรียนรู้ พัฒนา และเก็บไว้ใช้ไปตลอดชีวิต มีดังนี้

1. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional intelligence: EQ)

ความฉลาดทางอารมณ์ มีผลต่อวิธีที่เราจัดการพฤติกรรมนำทางความซับซ้อนทางสังคม และการตัดสินใจส่วนบุคคลในเชิงบวก EQ คือความสามารถของคุณในการรับรู้และเข้าใจอารมณ์ในตัวเอง และคนอื่นๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของคนเราด้วย

ทศวรรษที่ผ่านมา TalentSmart ทำการทดสอบ EQ ควบคู่ไปกับทักษะการทำงานที่สำคัญอีก 33 ประการ และพบว่า EQ เป็นตัวทำนายประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งที่สุด

ผลการวิจัยชี้ว่า EQ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักแสดงผู้โด่งดังแตกต่างจากนักแสดงคนอื่นๆ และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปลุกพลังงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

เมื่อการแสดงของกลุ่มได้รับการประเมินอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนต่อมากลุ่มที่ได้รับการสอนให้ทำงานได้ดีขึ้นก็ยิ่งแย่ลงไปอีก กลุ่มที่ได้รับการสอนว่าพวกเขามีพลังในการเปลี่ยนสมองและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองได้ดีขึ้นอย่างมาก

จากคนทั้งหมดที่ศึกษาพบว่า 90% ของนักแสดงชั้นแนวหน้ามี EQ สูง ตามธรรมชาติแล้วคนที่มีระดับความฉลาดทางอารมณ์สูง มีโอกาสได้ค่าตอบแทนมากขึ้นเฉลี่ย 29,000 เหรียญสหรัฐต่อปี มากกว่าคนที่มีระดับความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ สะท้อนว่า EQ มีความสัมพันธ์กับรายได้โดยตรงเพราะสามารถบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่า ซึ่งกุญแจสำคัญไม่ใช่การมีรายได้เพิ่มขึ้นจากความฉลาดทางอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้มีความสุข และเครียดน้อยลงได้แม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่สู้ดีอีกด้วย

2. การจัดการเวลา

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสร้างประสิทธิภาพในการจัดการเวลาคือการทำในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่นำไปสู่สิ่งที่สำคัญในชีวิต หากเราพ่ายแพ้ต่อการจัดการเวลา เราจะใช้เวลาจำนวนมากในการทำสิ่งอื่นๆ ที่ทำให้งานเสร็จช้า ไม่เสร็จตามกำหนดเวลา หรือไม่มีคุณภาพ

ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะจัดการเวลา จึงเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างมาก เพราะทักษะนี้จะทำให้นักแสดงเป็นอิสระในการแสดงในระดับสูงสุด เช่นเดียวกับคนทั่วไปที่สามารถจัดการเวลาของตัวเองให้มีประสิทธิภาพในทุกๆ วัน และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ได้

3. การฟังที่ดี

ทักษะที่ฟังดูทำได้ง่ายแต่มีความสำคัญมาก หลายครั้งเรากำลังฟังอะไรบางอย่าง และกำลังคิดว่าจะพูดอะไรต่อในเวลาเดียวกันทำให้การฟังนั้นไม่มีประสิทธิภาพ

เพราะการฟังที่แท้จริงหมายถึงการมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่คนอื่นพูดเท่านั้น แต่ต้องนำไปสู่ความเข้าใจ ไม่ใช่การฟังเพื่อโต้แย้ง

ทักษะการฟังที่ควรจะพัฒนา จึงหมายถึงการเรียนรู้ว่าทำอย่างไรจึงไม่ตัดสินสิ่งที่ได้ยินไปในทันที และจดจ่อกับการทำความเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นกำลังพูดหรือสื่อสารกับเรา

ยิ่งไปกว่านั้นคือการเข้าถึงอวัจนภาษา เช่น โทนเสียง ภาษากาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อสารจริงๆ

4. รู้จักปฏิเสธ

การวิจัยของมหาวิทยาลัยใน California และ San Francisco พบว่ามนุษย์ต่างมีความรู้สึกว่า การพูดปฏิเสธหรือพูดคำว่า “ไม่” ทำให้รู้สึกเครียด เหนื่อยหน่าย ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า

การพูดคำว่าไม่ เป็นความท้าทายสำคัญสำหรับหลายคน และเป็นคำที่หลายคนกลัวที่จะใช้ ซึ่งเป็นที่มาของการใช้กลุ่มคำเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “ไม่” เพียวๆ เช่น “ฉันไม่แน่ใจ” “ฉันคิดว่าไม่สามารถทำได้” ทั้งๆ ที่ต้องการปฏฺิเสธตรงๆ ดังนั้น การที่คุณเรียนรู้ที่จะพูดว่าไม่ หรือปฏิเสธ ตามสมควรจะทำให้สามารถปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น ช่วยเพิ่มเวลา และพลังงานสำหรับสิ่งสำคัญในชีวิต

5. การขอความช่วยเหลือ

การยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จำเป็นต้องใช้ความมั่นใจ และความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างมาก

ทักษะนี้มีความสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะสิ่งสุดท้ายที่ผู้นำต้องการ คือการเห็นพนักงานทำงานไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ไม่อายที่จะถามจนหรือภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำจนเกินกว่าที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่

ฉะนั้น การขอความช่วยเหลือในสิ่งที่เหมาะสมจึงเป็นทักษะที่มีค่าอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเรียกความกล้าหาญของตัวเองออกมา ที่สำคัญกว่าคือการปฏิบัติตามความช่วยเหลือนั้นได้อย่างดี

6. การนอนหลับที่มีคุณภาพสูงสุด

เรารู้อยู่เสมอว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพนั้นดีต่อสมองของทุกคน โดยงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้จากมหาวิทยาลัย Rochester มีการศึกษาพบว่าเมื่อนอนหลับอย่างเพียงพอ สมองของมนุษย์จะกำจัดโปรตีนที่เป็นพิษได้อย่างอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

แต่เมื่อคุณไม่ได้หลับลึกอย่างมีคุณภาพโปรตีนพิษจะยังคงอยู่ในเซลล์สมองซึ่งทำให้ความสามารถในการคิด และความสร้างสรรค์ของคุณลดลง

ยิ่งไปกว่านั้น คาเฟอีนที่หลายๆ คนดื่มเพื่อหวังกระตุ้นสมอง ไม่สามารถซ่อมแซมหรือช่วยแก้ปัญหานี้ได้ การเรียนรู้ที่จะนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นประจำนั้นเป็นทักษะที่ยากในการควบคุม แต่ต้องฝึกฝนหรือจัดระเบียบได้ดี ฉะนั้นจงนอนให้เพียงพอ และตัดสิ่งรบกวนในสมองออกไปก่อนนอนให้ได้ เพราะการลงทุนกับการนอนมันจ่ายเงินปันผลมหาศาลในวันถัดไป

7. รู้จักเงียบ

ธรรมชาติของมนุษย์ มักจะใช้วิธีการพิสูจน์ว่าตัวเองถูกด้วยการอธิบายหรือเถียงในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่การทำแบบนี้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก

เพราะทำให้เกิดความขัดแย้งทางอารมณ์ได้ไม่สิ้นสุด และการต่อสู้ด้วยการอธิบายหรือเถียงอาจจะทำให้ความสัมพันธ์เสียหายอย่างรุนแรงได้เมื่อคุณตกอยู่ในการตอบโต้ของอารมณ์ ทักษะที่ควรฝึกฝนคือการเรียนรู้ที่จะเงียบเมื่อเจอกับเหตุการณ์เหล่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นทักษะการตอบโต้อย่างชาญฉลาด ด้วยการเงียบนั่นเอง

8. คิดริเริ่มสร้างสรรค์

ความคิดริเริ่มคือทักษะสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาว ในทางทฤษฎีความคิดริเริ่มนั้นง่าย แต่พอจะเริ่มลงมือทำมักจะมีสิ่งอื่นๆ เข้ามาขวางทางเสมอ หลายคนกลัวหรือขี้เกียจเกินไปที่จะต้องใช้ความคิดริเริ่ม เมื่อเกิดเหตุการนี้จำเป็นต้องรับความเสี่ยง และผลักดันตัวเองออกจากเขตความสะดวกสบายของคุณและทำมันเรื่อยๆ จนกว่าการริเริ่มจนเป็นปรกติวิสัย เพราะความคิดริเริ่มคือทักษะสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เรา “แตกต่าง”

9. มองโลกเชิงบวก

อุปสรรคที่แท้จริงในการมองโลกในแง่ดีคือสมองของมนุษย์มักจะค้นหา และมุ่งเน้นไปที่ภัยคุกคามตามสัญชาตญาณ กลไกการเอาชีวิตรอดนี้ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อของความคิดทางลบอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งกลไกที่ก่อให้เกิดการมองโลกในแง่ร้ายจะทำหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบ “ภัยคุกคาม” โดยสัญชาตญาณเหล่านี้ขยายความน่าจะเป็นที่รับรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่าดีหรือไม่ดีไปตามจินตนาการ ซึ่งกลไกความคิดแง่ลบจะทำให้มุมมองที่ไม่ดีเหล่านี้มีแนวโน้มเป็นจริงสูงขึ้น และสร้างความหายนะในชีวิตของคุณ

ฉะนั้น การรักษาความคิดเชิงบวกจึงเป็นทักษะที่ควรพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อท้าทายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในช่วงรายวัน และระยาว เพื่อเอาชนะความคิดในเชิงลบที่ตัวเองสร้างขึ้น

ที่มา: QUARTZ at WORK

การไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และการหมั่นฝึกฝนทักษะที่มีอยู่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้เราพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่เกินเข้ามาหาเสมอ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?