วิธีปรับตัวจากคน “เบื่องาน” สู่ “รักงาน”
  • Biz Life
  • Oct 11, 2019

พ้นวันหยุดยาวทีไร ก็มักจะเกิดอาการขี้เกียจยาวตามมาด้วยทุกที ยิ่งกว่าความขี้เกียจคืออาการ “เบื่องาน” ที่รับมือได้ยากกว่าความขี้เกียจเป็นไหนๆ

Quartz เปิดเคล็ดลับ สู้รบกับความรู้สึกเบื่องานนอกเหนือจากการดูซีรีส์หลังเลิกงาน เล่นเกมในมือถือ หรือสไลด์หน้าจอ

ความเบื่อแบ่งออกได้ 2 แบบหลักๆ

การศึกษาของมหาวิทยาลัยในฟลอริด้า โดย Erin Westgate นักจิตวิทยาสังคม อธิบายความหมายของอาการเบื่อ 2 แบบนี้ว่า

แบบแรกคือ “เราจะรู้สึกเบื่อ เมื่อเราไม่สามารถใส่ใจหรือไม่สามารถค้นหาความหมายในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”ความเบื่อในลักษณะนี้อาจมากจากงานที่ง่ายหรือยากเกินไป เช่น รู้สึกเบื่อที่จะป้อนข้อมูลง่ายๆ แต่ขณะเดียวกันก็เบื่อในการพยายามแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากเป็นพิเศษ

อีกรูปแบบคือ “อาการเบื่อจากการที่เรารู้สึกว่างานของเราไม่สำคัญ” หรือที่ David Graeber นักมานุษยวิทยาคนหนึ่งเรียกงานเหล่านี้ว่า “bullshit jobs” หรืองานที่ไร้สาระ คุณจะรู้สึกว่างานเหล่านี้ไร้ความหมาย หรือไม่สามารถเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างให้กับชีวิตคุณได้เลย จะเกิดความเบื่อหน่าย ความเหงาเศร้า และล่องลอย เหมือนเราอยู่ในภาพยนตร์ศิลปะฝรั่งเศส แต่ไม่อาจสัมผัสสุนทรียศาสตร์ของความสวยงามได้

อย่างไรก็ตาม David Graeber มองว่าทุกๆ เรื่องสามารถบรรเทาเบาบางลงได้ แม้แต่ความเบื่อเหล่านี้ ถ้าเราเลือกวิธีแก้ปัญหาต่อต้านความเบื่อหน่ายอย่างชาญฉลาด ดังต่อไปนี้

สร้างความหมายให้กับงาน

เมื่อปัญหาที่พบคืองานในมือของคุณไม่มีความหมาย คุณอาจจะสามารถกลับมาทำงานอีกครั้งได้ โดยค้นหาจุดประสงค์ของการทำงาน นอกเหนือจากการทำงานตามคำสั่งทันที

Amy Wrzesniewski ศาสตราจารย์ด้านการจัดการของมหาวิทยาลัยเยล เรียกวิธีนี้ว่า “การสร้างงาน” เช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าภารโรงของโรงพยาบาลมีความพึงพอใจอย่างมากกับงานของพวกเขา เพราะพวกเขาเข้าใจจุดประสงค์หลักในการทำความสะอาดห้อง ว่าเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมกับการดูผู้ป่วย ทำให้พวกเขาทำงานต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความเต็มใจ

เลือกสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าความสนุกสนาน

เราสามารถจัดการกับความเบื่อหน่ายของเราโดยการสลับงานทั้งหมด ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ที่มักจะเปลี่ยนไปใช้สิ่งที่สนุกสนานกว่าทันที เช่น การส่องอินสตาแกรมคนอื่น การเล่นเกมในมือถือ ฯลฯ

อย่างไรก็ตามกิจกรรมที่น่าพึงพอใจ หรือสนุก แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด จะไม่ช่วยจัดการกับความเบื่อและอาจนำไปสู่ความเบื่อหน่ายไม่สิ้นสุด โดยเปรียบเปรยว่ากิจกรรมสนุกสนานที่เข้ามาแก้ความเบื่อชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนอาหารขยะให้ความพึงพอใจในระยะสั้นและส่งผลเสียในระยะยาว

ในขณะที่งานด้านความรู้ความเข้าใจที่จำเป็นโดยความสนใจนั้นไปสู่การสร้างแบบแผนและความรู้ใหม่ - สิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจในหัวข้อที่ซับซ้อน (และรู้สึกสนใจ)

กล่าวอีกนัยหนึ่งเมื่อเราเลือกกิจกรรมแก้เบื่อ ควรเป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองของเราทำงานมากขึ้น ได้ใช้ความรู้ความเข้าใจ ทำความเข้าใจในหัวข้อที่มีความซับซ้อน เช่น การเลือกที่จะดูสารคดีเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แน่นอนว่าไม่สนุก แต่จะทำให้มีการพัฒนามากกว่าเล่น Candy Crush

อีกหนึ่งตัวอย่าง คือการขยายตรรกะนี้ไปสู่บริบทของการทำงานศาสตราจารย์ที่กำลังเบื่อหน่ายขณะที่เขียนจดหมายแนะนำสำหรับนักศึกษา พวกเขาตัดสินใจหยุดพักโดยการอ่านบทความวิจัยใหม่ในสาขาของเธอ

พฤติกรรมเหล่านี้ อาจกระตุ้นให้ศาสตราจารย์เหล่านี้ เป็นผู้มีความสามารถใหม่ๆ ประสบความสำเร็จในระดับบัณฑิตศึกษา และเปลี่ยนแนวทางของเธอเป็นคำแนะนำให้กับนักศึกษารุ่นใหม่ๆ ว่า

“ความพยายามที่จะพัฒนาทักษะใหม่และมีประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการทำงาน มันจะสอดคล้องกับความสนใจงานมากขึ้นในอนาคต”

เมื่อความพยายามเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ร่างกายจะมีการผลิต “โดพามีน” สารที่ช่วยให้กระบวนการทำงานของสมองและการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ ช่วยควบคุมอารมณ์ความรู้สึก ช่วยในเรื่องของการรับรู้ ส่งเสริมระบบความจำ และการเรียนรู้ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยทางการแพทย์ยังได้วิจัยแล้วพบว่าสารนี้ยังมีหน้าที่ในการสร้างบุคลิกของผู้คนให้กลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีได้

แน่นอนว่าสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้คือ บริษัทด้านเทคโนโลยีและความบันเทิงต่างใช้เวลาและเงินไปกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อหลอกล่อ หรือดึงดูดความสนใจให้ไปใช้บริการ ฉะนั้น การควบคุมเวลาตัวเองในการใช้งานแอปพลิเคชันดูดเวลาชีวิตของเรา อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการออกจากภาวะ “เบื่องาน” อย่างที่หลายๆ คนกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

ถ้างานที่ทำอยู่น่าเบื่อ ลองเปลี่ยนวิธีแก้เบื่อจากการเล่นเกม ดูซีรีส์ หรือกิจกรรมฆ่าเวลาเพื่อคลายเครียด มาเป็นกิจกรรมที่พัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจอย่างมีเป้าหมายแทน สร้างทัศนคติที่ดีแทน คุณอาจมีโอกาสมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง