ชีวิตจะดีขึ้น เมื่อทำ 8 สิ่งนี้ทุกเช้า
  • Biz Life
  • Oct 22, 2019

“คุณกองพะเนินทุกอย่างไว้ในวันพรุ่งนี้ คุณจะพบว่าเมื่อวานคุณไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากความว่างเปล่า” 

คำคมจากตัวเองละครเพลง The Music Man ในอเมริกา ที่สะท้อนถึงความสำคัญในการบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แน่นอนว่า หากคุณไม่ใส่ใจเวลาอย่างจริงจังทุกวันเพื่อพัฒนา และปรับปรุง เวลาของคุณจะหายไปกับสุญญากาศโดยไม่ต้องสงสัย

เรื่องที่น่าเศร้า คือ ชีวิตของคนส่วนใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำเป็น และเรื่องไม่สำคัญ ไม่มีเวลาที่จะสร้างสิ่งที่มีความหมาย และอยู่ในโหมดการอยู่รอดเท่านั้น

มีคนเคยเปรียบเปรยว่า คนเราส่วนใหญ่เป็นเหมือนเนยที่ทาบนขนมปัง ที่ไม่ได้ขนมปังเป็นของตัวเองเสียด้วย นั่นมีนัยยะว่ามีน้อยคนที่พยายามใช้ชีวิตของตัวเองในแบบที่ตัวเองต้องการ

ด้วยสังคม และวัฒนธรรมหล่อหลอมให้คนใช้ชีวิตของตัวเองตามเงื่อนไขของคนอื่นมานานราวหนึ่งชั่วอายุคนแล้ว ปัจจุบันกลุ่มมิลเลนเนียล (กลุ่มคนที่มีอายุช่วงปี 1980 – 2003 ช่วงอายุ 18-37 ปี) หลายคนกำลังสานต่อกระบวนการนี้ เพียงเพราะมันได้รับการสอนต่อๆ มา

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อคุณมีสติมากขึ้น จะรับรู้ว่ามีงานและความตั้งใจมากมายที่เราสามารถทำได้ บนเส้นทางการใช้ชีวิตตามเงื่อนไขของตัวเอง ทุกคนล้วนเป็นผู้ออกแบบชะตากรรมของตัวเองได้ มีความรับผิดชอบ และต้องตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง เพราะถ้าเราไม่ตัดสินใจคนอื่นจะตัดสินใจแทน และแน่นอนว่าการตัดสินใจไม่ดี ก็คือการตัดสินใจที่ไม่ดีอยู่วันยันค่ำ แต่อย่างน้อยที่สุดการตัดสินใจนั้นๆ เป็นการตัดสินใจของตัวเราเอง

เว็บไซต์ Inc. ได้รวบรวมเคล็ด(ไม่)ลับที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกเช้า

1. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มตลอด 7 ชั่วโมง

การนอนหลับมีความสำคัญไม่แพ้การกินและดื่มน้ำ อย่างไรก็ตามยังมีผู้คนหลายล้านคนนอนหลับไม่เพียงพอ และประสบปัญหานี้จำนวนมหาศาล

มูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ จัดทำแบบสำรวจที่เปิดเผยว่าชาวอเมริกันอย่างน้อย 40 ล้านคนต้องทนทุกข์ทรมานจากความผิดปกติของการนอนหลับมากกว่า 70 ชนิด ไม่เพียงแค่นั้นผู้ใหญ่ 60% และเด็ก 69% เท่านั้นที่ประสบปัญหาการนอนหลับอย่างน้อยสองสามคืนขึ้นไปในแต่ละช่วงสัปดาห์

นอกจากนี้มากกว่า 40% ของผู้ใหญ่พบว่าง่วงนอนตอนกลางวันรุนแรงพอที่ จะส่งผลต่อกิจกรรมของพวกเขาอย่างน้อย 2-3 วันในแต่ละเดือน โดยการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพจะส่งผลต่อที่ดีต่อร่างกาย ดังนี้

  • หน่วยความจำเพิ่มขึ้น
  • ลดการอักเสบ
  • เพิ่มความคิดสร้างสรรค์
  • เพิ่มความสนใจและจดจ่อกับสิ่งที่ทำ
  • ลดไขมันและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกาย
  • ความเครียดลดลง
  • ลดการพึ่งพาสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ
  • ลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า

ที่ผ่านมา หลายคนอาจคิดว่าคนเราสามารถใช้สารกระตุ้นเพื่อชดเชยความกระปรี้กระเปร่าได้ แต่ในระยะยาวสุขภาพของคุณจะพังไม่เป็นท่า เพราะการกระทำแบบนั้นไม่ส่งผลดีแบบยั่งยืน

หลังจากตื่นนอนจากการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพ การสวดมนต์และนั่งสมาธิเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปรับทิศทางของคุณไปสู่การมองโลกในแง่ดี

2. การสวดมนต์ และทำสมาธิ

หลังจากตื่นนอนจากการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพ การสวดมนต์และนั่งสมาธิเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปรับทิศทางของคุณไปสู่การมองโลกในแง่ดี

การสวดมนต์ และการทำสมาธิช่วยให้คุณสำนึกในบุญคุณที่คุณมี ความกตัญญูกตเวทีมีความคิดมากมาย เมื่อมีความกตัญญูต่อสิ่งที่คุณมี คุณจะดึงดูดสิ่งที่ดีเข้ามา

ที่สำคัญความกตัญญูกตเวทีอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ มันถูกเรียกว่า แม่ของคุณธรรมทั้งหมด หากคุณเริ่มต้นทุกเช้าทำให้ตัวเองมีพื้นที่แห่งความกตัญญู และสร้างความชัดเจนในจุดนี้ขึ้นมาคุณจะดึงดูดสิ่งที่ดีที่สุดในโลกเข้าหาตัว และไม่ฟุ้งซ่าน

3. การออกกำลังกายอย่างจริงจัง

หากคุณต้องการเป็นหนึ่งในคนที่มีสุขภาพดี มีความสุข และทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ลองฝึกนิสัยการออกกำลังกายเป็นประจำ

หลายคนอาจเลือกวิธีไปออกกำลังกายที่โรงยิม หรือจะเลือกใช้การทำงานที่บ้านในเวลาไม่กี่ชั่วโมงในตอนเช้า ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว

จากการศึกษา พบว่าการออกกำลังกายเพื่อลดความวิตกกังวล ความเครียดและลดโอกาสในการเกิดภาวะซึมเศร้า ยิ่งไปกว่านั้นมันเกี่ยวข้องกับความสำเร็จที่สูงขึ้นของการทำงานในอนาคต เพราะหากไม่ใส่ใจร่างกายอย่างจริงจัง ทุกแง่มุมของชีวิตคุณก็จะต้องทนทุกข์ทรมานในอนาคตอย่างแน่นอน

4. กินโปรตีน 30 กรัม

Donald Layman ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ แนะนำให้บริโภคโปรตีนอย่างน้อย 30 กรัม เป็นอาหารเช้า

เช่นเดียวกับ Tim Ferriss ที่เขียนในหนังสือของเขาว่า แนะนำโปรตีน 30 กรัม 30 นาทีหลังจากตื่นนอน

โดยให้เหตุผลว่า อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนช่วยให้คุณอิ่มนานกว่าอาหารชนิดอื่นเพราะจะใช้เวลานานกว่าที่จะออกจากกระเพาะอาหาร นอกจากนี้โปรตีนยังรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ซึ่งจะช่วยป้องกันความหิวโหย การกินโปรตีนก่อนจะลดความอยากคาร์โบไฮเดรตสีขาวของคุณ

ทิมให้คำแนะนำสี่ข้อในการรับโปรตีนที่เพียงพอในตอนเช้า

1) กินอาหารที่เป็นโปรตีนอย่างน้อย 40% ของแคลอรี่อาหารเช้า

2) ใช้ไข่สองหรือสามฟอง (ไข่แต่ละฟองมีโปรตีนประมาณ 6 กรัม)

3) หากคุณไม่ชอบไข่ ให้ใช้เบคอนไก่งวง เบคอนหมูอินทรีย์ ไส้กรอกหรือคอทเทจชีส

หรือ 4) คุณสามารถจับโปรตีนด้วยน้ำได้ สำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมเนื้อสัตว์และไข่มีโปรตีนจากพืชหลายชนิด พืชตระกูลถั่ว, ผัก, ถั่วและเมล็ดพืชล้วนอุดมไปด้วยโปรตีน

5. อาบน้ำเย็น

Tony Robbins นักเขียนและนักพูดด้านการพัฒนาตนเอง ชาวสหรัฐฯ เผยว่าเขาเริ่มทุกเช้าด้วยการกระโดดลงสระว่ายน้ำ 57 องศาฟาเรนไฮต์

Tony มองว่าการแช่น้ำเย็นอย่างรุนแรงช่วยให้ร่างกาย และจิตใจมีสุขภาพดี เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอจะให้การเปลี่ยนแปลงในระยะยาวกับระบบภูมิคุ้มกันน้ำเหลืองระบบไหลเวียนโลหิต และระบบย่อยอาหารของร่างกายซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มการสูญเสียน้ำหนักเพราะมันช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ด้วย

จากการศึกษาในปี 2550 พบว่าการอาบน้ำเย็นเป็นประจำสามารถช่วยรักษาอาการซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ายา นั่นเป็นเพราะน้ำเย็นทำให้เกิดคลื่นประสาทที่กระตุ้นอารมณ์ซึ่งทำให้คุณรู้สึกมีความสุข

แน่นอนว่ามีความกลัวครั้งแรกในการอาบน้ำเย็น แต่สำหรับ Tony มองว่าการอาบน้ำเย็นเพิ่มความมุ่งมั่นของเขา เพิ่มความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจได้ และรู้สึกมีชีวิตชีวา

“ขณะยืนอยู่กับน้ำที่กระทบกับหลังของฉันฉันฝึกการหายใจช้าลงและสงบลง ฉันรู้สึกมีความสุขและเป็นแรงบันดาลใจ ความคิดมากมายเริ่มไหลและฉันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจในการบรรลุเป้าหมายของฉัน”

6. เน้นฟังหรืออ่านเนื้อหาสาระ

คนธรรมดาแสวงหาความบันเทิง ผู้คนที่ไม่ธรรมดามักแสวงหาการศึกษาและการเรียนรู้ จนเป็นเรื่องปกติที่คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกอ่านหนังสืออย่างน้อยหนึ่งเล่มต่อสัปดาห์ และต้องการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

ฉันสามารถฟังหนังสือเสียงหนึ่งเล่มต่อสัปดาห์ โดยฟังในระหว่างการเดินทางไปโรงเรียนและในขณะที่เดินในมหาวิทยาลัย ใช้เวลา 15 ถึง 30 นาทีของทุกเช้า

เมื่อช่วงเวลาผ่านไป พฤติกรรมการอ่านหนังสือหรือฟังหนังสือเสียงทุกเช้าจะได้ความรู้จากหนังสือหลายร้อยเล่ม คุณจะมีความรู้หลากหลายประเด็น คุณจะคิดและมองโลกที่แตกต่าง และสามารถเชื่อมต่อระหว่างหัวข้อต่างๆได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ

7. ทบทวนแนวทางชีวิตของคุณ

การเขียนเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวของคุณ แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่เมื่ออ่านทบทวนเรื่องราวชีวิตเหล่านี้ของคุณสม่ำเสมอจะทำให้ คุณจะคิดถึงเป้าหมายนั้นๆ ทุกวัน ใช้เวลาทำงานกับเป้าหมายนั้นๆ ทำให้เป้าหมายเหล่านั้นก็ขึ้นได้จริง

การบรรลุเป้าหมายคือวิทยาศาสตร์ ไม่มีความสับสนหรือความกำกวม หากคุณทำตามรูปแบบที่เรียบง่ายคุณสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้ไม่ว่าจะใหญ่เพียงใด

8. ทำอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ต่อเป้าหมายระยะยาว

อำนาจของจิต เปรียบเสมือนกล้ามเนื้อเพราะมันจะหมดไปเมื่อออกกำลังกาย ในทำนองเดียวกันความสามารถของเราในการตัดสินใจคุณภาพสูงกลายเป็นความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน ยิ่งคุณตัดสินใจมากเท่าไหร่คุณภาพของพวกเขาก็จะต่ำลงเท่านั้น

หากคุณก้าวไปหนึ่งก้าวสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของคุณทุกวัน คุณจะตระหนักถึงเป้าหมายเหล่านั้นไม่ได้อยู่ไกล

หลังจากที่คุณทำสิ่งนี้แล้วไม่ว่าคุณจะกำหนดเวลาสำหรับวันไหนก็ตามคุณจะได้ทำสิ่งสำคัญก่อน คุณจะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ และเข้าใกล้ความฝันของคุณมากขึ้น

เพราะการลงมือทำตามเป้าหมายจะทำให้เก่งในงานที่ทำ จะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น จะมีความสุขมากขึ้น จะมีความมั่นใจมากขึ้น จะกล้าหาญ และกล้าหาญมากขึ้น จะมีความชัดเจน จะวิสัยทัศน์มากขึ้น และชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปในไม่ช้า

คุณไม่สามารถมีตอนเช้าแบบนี้ ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถ้าคุณไม่ตื่นขึ้นมาลงมือทำ แต่ถ้ามีการเริ่มต้น คุณจะพบว่าคุณกำลังทำงานที่คุณหลงใหลอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ของคุณจะหลงใหลมีความหมายลึกซึ้งและสนุกสนาน คุณจะมีอิสระและความอุดมสมบูรณ์ โลกและจักรวาลจะตอบสนองคุณในรูปแบบที่สวยงามอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ที่มา: Inc. 

การบริหารจัดการเวลาในช่วงเช้าก่อนทำงานได้เหมาะสม มีส่วนช่วยให้เราสามารถจัดการชีวิตและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?