ทำไม Frist Jobber ต้องรีบเตรียมเกษียณ
  • Biz Life
  • Oct 30, 2019

คุณเคยลองจินตนาการไหมว่า ถ้าแก่ตัวไปแล้วชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร?

  • เที่ยวรอบโลกพักผ่อนชิวๆ อยู่บ้าน
  • ยังทำงานที่ชอบไปเรื่อยๆ
  • เลี้ยงหลานช่วยลูก

ฯลฯ

แม้ความฝันในบั้นปลายของแต่ละจะไม่เหมือนกัน แต่จุดเริ่มต้นของชีวิตแบบที่ฝันต้องเริ่มต้นที่ “การวางแผนเกษียณ” ที่ดี

คนไทยส่วนใหญ่เกษียณไม่สวย

จากข้อมูลของกรมการปกครอง ระบุว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุอยู่ 10,666,803 คน (ข้อมูลปี 2561) หรือมีอัตราผู้สูงอายุ 16 คนต่อประชากร 100 คน

ขณะเดียวกันข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พบว่าในจำนวนนี้กลับมีผู้สูงอายุเพียง 5% ที่มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ อีก 5% ยังต้องทำงานอยู่ 36% มีอายุยืนไม่ถึง 65 ปี และมากกว่าครึ่งหรือ 54% ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น

ที่น่าเป็นห่วงต่อไปเป็นลูกโซ่คือกลุ่มคนไทย วัยทำงาน วัยกลางคน และวัยใกล้เกษียณในตอนนี้ที่ยังไม่ได้วางแผนทางการเงินสำหรับชีวิตในวัยเกษียณ ซึ่งมีแนวโน้มที่เข้าสู่ชีวิตเกษียณที่ค่อนข้างลำบาก

ยืนยันจากผลสำรวจของ GoBear Financial Health Index ร่วมกับองค์กรวิจัย Kadence International พบว่าจำนวนของประชากรไทยกลุ่มอายุ 18-25 ปี 38%, อายุ 26-35 ปี 30% และกลุ่มอายุ 36-45 ปี อีก 26% ยังไม่ได้เริ่มวางแผนเกษียณอายุเลย

ขณะที่ประชากรไทยที่เริ่มต้นวางแผนเกษียณแล้ว พบว่ามีเพียงกลุ่มอายุ 26-35 ปีจำนวน 48% และกลุ่มอายุ 36-45 ปี จำนวน 54%

สังเกตได้ว่า คนไทยกว่าครึ่งยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวางแผนเกษียณเท่าที่ควร โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุน้อย

แม้การเกษียณอายุการทำงานจะดูไกลแสนไกลกับชีวิตช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ หรือ First Jobber แต่ช่วงนี้เวลานี้ กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเริ่มวางแผนชีวิตในบั้นปลายแบบที่ตัวเองต้องการ โดยเฉพาะด้านการเงิน

จากตารางด้านบนสะท้อนให้เห็นว่ายิ่งวางแผนเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงาน ยิ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากยิ่งขึ้นตามการคำนวณแบบดอกเบี้ยทบต้น (สะสมไปเรื่อยๆ โดยไม่ถอนออก) โดยเฉพาะหากทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกๆ เดือน 

เหตุผลที่ควรเตรียมเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ

  • มีเวลาสะสมเงินนาน ทำให้ไม่ต้องสะสมเงินมากจนกระทบการเงินในแต่ละเดือนมากเกินไป
  • มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในการลงทุนได้นานกว่า จากการทยอยสะสมเงินไม่ว่าจะการออม หรือการลงทุนที่สม่ำเสมอ
  • สร้างวินัยการทางเงินที่ดีตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน เหมือนกับที่ หนุ่ม The Money Coach ได้กล่าวไว้ว่า “การใช้จ่ายของเราในวันนี้ คือตัวกำหนดอนาคตทางการเงินของเราในอีก 15-20 ปีข้างหน้า”

เริ่มต้นที่ความคิด

เริ่มต้นของการวางแผนที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด คือ Mindset หรือแนวความคิดที่เห็นความสำคัญของการวางแผนการเงิน

หลายคนมองว่า “เก็บเงินไปทำไม ตายไปก็ไม่ได้ใช้” ประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าหลังจากตายไปแล้วไม่มีทางได้ใช่ทรัพย์สินที่มีอยู่แน่ๆ แต่อีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่แฝงอยู่ในทางกลับกัน ที่น่ากังวลมากกว่า คือ “เงินหมดแล้ว แต่ยังไม่ตาย”

มุมมองในการเก็บเงินที่ต่างกัน นำไปสู่การเริ่มต้นที่ต่างกัน และในความเป็นจริงแล้วการวางแผนเกษียณสามารถทำควบคู่ไปการวางแผนเที่ยว หรือวางแผนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้

วางแผนตามไลฟ์สไตล์ตัวเอง

แผนเกษียณแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และมีความต้องการใช้เงินในชีวิตประจำวันที่ต่างกัน เป้าหมายเกษียณสิบล้าน ยี่สิบล้าน จึงไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน

วิธีคำนวณหาตัวเลขที่เราต้องใช้ในอนาคตแบบคร่าวๆ ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง คือประมาณจากการใช้เงินแต่ละเดือนในปัจจุบัน คูณทบไปตามปีที่คิดว่าจะอยู่ถึง พูดง่ายๆ ก็คือคิดว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่

เช่น ปัจจุบันใช้จ่ายต่อเดือน 10,000 บาท และอยากใช้เงินจำนวนนี้ในทุกๆ เดือนหลังเกษียณ (ตั้งแต่อายุ 60) ยาวไปจนถึงอายุ 80 ปี เท่ากับว่าจะต้องมีเงินเพียงพอสำหรับ 20 ปีที่เหลือ

ยกตัวอย่าง เงินที่ต้องการใช้ต่อเดือน x จำนวนปีที่ต้องใช้เงิน x 12 (เดือน) = เงินที่จำเป็นต้องมี

10,000 x 20 x 12 = 2,400,000 บาท (ยังไม่รวมอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)

แม้จะลองคิดแบบคร่าวๆ แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ยิ่งต้องการความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากขึ้น ยิ่งจำเป็นต้องมีเงินมากขึ้นตามไปด้วย

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในอนาคต

- เงินเฟ้อในอนาคต ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ประมาณการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยในอนาคตอยู่ที่ 1.1% ต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยย้อนหลัง 22 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี 2538 ถึงสิ้นปี 2559 จากกระทรวงพาณิชย์เท่ากับ 2.72% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าเงินจำนวนเท่าเดิมจะมีมูลค่าลดลงในอนาคต ทำให้จำเป็นต้องสะสมเงินไว้เผื่อไว้ในส่วนนี้ให้มากขึ้นด้วย เช่น หากสินค้าชนิดหนึ่งราคา 100 บาทในปัจจุบัน หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 2.72% ต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 20 ปีจะต้องใช้เงินสูงถึง 171 บาท หรือผ่านไป 30 จะต้องใช้เงิน 224 เลยทีเดียว 

- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในวัยเกษียณ ไม่ใช่แค่อุปโภคบริโภคที่ต้องจ่ายเท่านั้น แต่ยังมีค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พักอาศัย เงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน 

- อายุขัยเฉลี่ยของคนที่เพิ่มขึ้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่าอายุขัยของคนไทยเพิ่มขึ้นจากอดีต เพศชายมีอายุเฉลี่ย 76 ปี ส่วนเพศหญิงมีอายุ 83 ปี ซึ่งทำให้เราทุกคนต่างมีโอกาสมีชีวิตอยู่นานขึ้น และจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้นตามไปด้วย

ช่องทางสะสมเงินให้เติบโตตามความเสี่ยงที่รับได้

  • หุ้น มีโอกาสรับผลตอบแทนสูง 10% หรือขาดทุนแบบติดลบ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด และความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่ลงทุน
  • กองทุนรวม มีโอกาสรับผลตอบตั้งแต่ 2-10% ตามลักษณะของสินทรัพย์ที่ลงทุน สภาวะตลาด มีความเสี่ยงขาดทุนตามลักษณะกองทุนที่เลือก
  • ตราสารหนี้ มีโอกาสรับผลตอบแทน 1-5% ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น
  • ฝากเงิน ความเสี่ยงต่ำมากหรือแทบไม่มี ซึ่งมีผลตอบแทนต่ำมากเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน (ปี 2562) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ทุกธนาคารเฉลี่ยอยู่ที่ 0.05-2.25%
  • กองทุนประกันสังคม, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 
  • ฯลฯ

แต่ละคนสามารถเลือกวิธีการสะสมเงินที่แตกต่างกัน ไปตามความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งทุกคนรับความเสี่ยงได้ต่างกัน ซึ่งการลงทุนหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้สิ่งใดๆ ก็ตาม จำเป็นที่จะต้องศึกษาเรียนรู้ ทำความเข้าใจด้วยกันทั้งนั้น

ในทางเดียวกันการเก็บเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ต้องขัดใจตัวเองดูอยู่ดี แต่การเริ่มเรียนรู้ที่จะขัดใจ และสร้างวินัยให้ตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้ลำบากน้อยกว่าในบั้นปลาย

ฉะนั้น ระหว่างที่ทำงานหาเงิน ใช้เงินส่วนหนึ่งหาความสุขให้ตัวเองแล้ว อย่าลืมแบ่งสัดส่วนเงินเพื่อสะสมสำหรับเตรียมเกษียณตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้า

เรื่องเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณ แต่เป็นเรื่องที่เด็กจบใหม่ หรือวัยทำงานต้องเริ่มต้นวางแผนไปพร้อมๆ กับแผนอื่นๆ ในชีวิต ยิ่งวางแผนเร็ว ยิ่งมีวินัย ยิ่งสบายกว่า

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง