5 ข้อที่ควรคิดก่อนตัดสินใจลงทุน
  • Biz Life
  • Nov 4, 2019

“ลงทุนง่ายๆ ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูงลิบ” การลงทุนที่นักลงทุนหลายคนแสวงหา แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้มีจุดจบแบบคำโฆษณาเหล่านี้

บรรดาผู้ลงทุนทั้งหลาย ต้องหันมามองแนวทางการลงทุนของตัวเองอีกครั้ง เมื่อเหตุการณ์ “แชร์แม่มณี” แดงขึ้น หลังเชิญชวนให้ประชาชนฝากเงินให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนเงินออม อ้างผลตอบแทนสูงสุดถึง 93% ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายมากถึง 984 ล้านบาท จากผู้เสียหายกว่า 4,000 ราย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบตัวตามหมายจับ แม่มณี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแต่ประชาชน

อีกหนึ่งกรณีที่เข้าข่ายหลอกลงทุนที่น่าจับตา คือการชักชวนลงทุนของบริษัท "FOREX 3D" ที่ชวนลงทุนในส่วนต่างค่าเงิน ที่การันตีผลตอบแทน 8-10% อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงทุ่มเงินร่วมลงทุนมากขึ้นๆ รวมกว่า 1,000 คนและสูญเงินรวมมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท

ซึ่งขณะนี้ FOREX 3D อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมเปิดให้ผู้เสียหายที่ถูกชักชวนให้ลงทุนกับบริษัทนี้ ให้ข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

เป็นที่ทราบกันดีว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่บรรดาผู้ไม่ประสงค์ดี ต่างหาวิธีชวนเชื่อ ชักชวนร่วมลงทุนแบบใหม่ๆ ผ่านจิตวิทยาในการโน้มน้าว ประกอบกับการสร้างโปรไฟล์สวยหรู ดูชีวิตดี ทั้งในและนอกโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

แม้วิธีการนำเสนอจะเปลี่ยนไป แต่กลโกงมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือใช่ช่วงแรกมักจะได้รับดอกเบี้ยตามที่การันตี หลายเดือนติดต่อกัน ทำให้ผู้ลงทุนรู้สึกว่าจะได้รับเงินแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต พูดง่ายๆ ก็คือทำให้ตายใจ โดยเอาเงินจากเรามาเป็นดอกเบี้ยให้เรา หรือเอาเงินจากคนที่ลงทุนที่มาลงทุนต่อทีหลังมาหมุนให้เป็นดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเงินชะงักจนผู้ลงทุนไม่ได้เงินตามที่โฆษณา เรื่องก็แดงขึ้นอย่างที่เห็น

อีกหนึ่งลักษณะที่ควรสงสัยว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ คือลักษณะการแนะนำการลงทุนต่อเป็นทอดๆ โดยผู้ที่แนะนำจะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุนจากลูกข่ายที่มาลงทุนต่อจากตัวเอง ยิ่งแนะนำมาก ยิ่งมีลูกข่ายมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้รับเงินตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ใครๆ ที่ลงทุนแล้วเคยได้ผลตอบแทนก็ต่างชักชวนญาติสนิท มิตรสหายมาร่วมลงทุนต่อไปเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งการชักชวนลงทุน ยังมีเรื่องของเวลามาบีบบังคับเพื่อเร่งการตัดสินใจ ทำให้ไม่มีโอกาสหาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการลงทุน

ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน เพื่อกระโดดคว้าดอกเบี้ยสูงเย้ายวนใจ ลองทบทวน “5 ข้อที่ควรคิดก่อนตัดสินใจลงทุน” เพื่อเป็นตัวช่วยลดโอกาสตกเป็นผู้เสียหายในการลงทุนเหล่านี้ได้

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่จะลงทุน

ลงทุนอะไรดีที่สุด? ลงทุนหุ้นไหนดี? ลงทุนไรได้เงินเยอะ? คำถามที่หลายคนที่มองหาการลงทุนเริ่มถามเป็นคำถามแรก

แต่สิ่งที่ควรจะเป็น เมื่อเริ่มคิดจะลงทุนอะไรสักอย่าง ไม่ควรเริ่มจากคำถามเหล่านี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วคงไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าอะไร “ดีที่สุด” ในโลกของการลงทุน

วิธีการเริ่มต้นที่ดีสุดในการลงทุนใดๆ ก็ตาม จึงควรเริ่มจากการหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนสินทรัพย์นั้นๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร นำไปลงทุนยังไง จะเกิดผลตอบแทนจากส่วนไหน ข้อดี-ข้อเสีย ใครเป็นผู้บริหารสินทรัพย์เหล่านี้ มีหน่วยงานไหนตรวจสอบ มีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ การลงทุนลักษณะนี้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้หรือไม่ ไปจนถึงแนวโน้มในอนาคตว่าการลงทุนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรต่อไปด้วย

ที่สำคัญคือการหาข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูล ทั้งออฟไลน์และออนไลน์​ เน้นสืบค้นจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือที่ปรึกษาการลงทุนที่มีใบอนุญาตเป็นหลัก และศึกษาหาข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่เราจะนำเงินไปลงทุนให้มากที่สุด โดยระลึกอยู่เสมอว่า “การลงทุนไม่มีทางลัด ต้องทำความเข้าใจก่อนลงทุน”

ความเสี่ยงที่รับได้

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” ประโยคคุ้นหูที่ยังขลังและเหมาะกับทุกยุคทุกใหม่ และข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งคือ “แต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน” ก่อนการลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนจึงต้องประเมินแบบทดสอบความสามารถในการรับความเสี่ยงด้วยตัวเองทุกครั้ง และเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสอดคล้องกับความเสี่ยงตัวเองรับได้

“การลงทุนไม่มีความเสี่ยง ได้ผลตอบแทนสูง แถมการันตีดอกเบี้ย” เป็นเรื่องที่ต้องรีบ เอ๊ะ! เพราะเมื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยงนั้นไม่มีอยู่จริง และเมื่อถึงเวลาที่การขาดทุนมาถึงจริงๆ จะไม่มีใครมาแบกรับแทนคุณ เพราะนั่นคือการตัดสินใจของคุณเอง

เช่น การลงทุนในหุ้น หรือกองทุน จะมีการทำแบบประเมินความเสี่ยงจากผู้แนะนำการลงทุน ซึ่งนอกจากการคำนึงถึงความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ตามแบบทดสอบแล้ว ยังต้องลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วย เพราะในบางครั้งหลายคนไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากพอเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ

ความเป็นไปได้ของผลตอบแทน

แน่นอนว่าคนที่คิดว่าตัวเองอยากลงทุนล้วนต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นกันทั้งนั้น แต่หากทุ่มทุนลงไปโดยไม่คำนึงถึงความเป็นไป ยิ่งมีโอกาสสูญเงินมากเท่านั้น

การเสนอผลตอบแทนที่สูงมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติจึงต้องคิดทบทวนแล้วทบทวนอีก และวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของผลตอบแทนที่จะได้รับ ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ผศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ อาจารย์ภาควิชาการธนาคาร และการเงินคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลกับทีม Bottom Line ถึงการวิเคราะห์การลงทุนไว้ว่า

“อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้บอกว่าผลตอบแทนสูงความเสี่ยงต่ำไม่มีจริง แต่คำถามคือ ทำไมถึงทำได้ ทำไมถึงตกมาถึงเรา ผลตอบแทนมาจากไหน เป็นไปได้หรือเปล่า ถ้าพอใจคำตอบของคำถามเหล่านี้ยังอยากลงทุนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเห็นผลตอบแทนสูงความเสี่ยงต่ำโดยที่ไม่มีข้อมูลอื่นประกอบการตัดสินใจ อย่าเพิ่งเชื่อว่าเราจะได้สิ่งนั้นจริงๆ”

กำลังทรัพย์

กำลังทรัพย์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยท่ีที่ควรคำนึงถึงก่อนลงทุน เงินที่ควรการลงทุนควรเป็น “เงินเย็น” ซึ่งหมายถึงเงินส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ด่วน ไม่ใช่เงินสำรองในชีวิตประจำวัน หากเงินก้อนนี้หายไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ลงทุน และที่สำคัญต้องไม่ใช้เงินกู้เพื่อมาลงทุนอย่างเด็ดขาด

ถามว่าถ้าเงินน้อยอยากลงทุนจะหาเงินเย็นมาจากไหน ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านการเงิน เข้ามามีส่วนช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อย สามารถใช้เงินจำนวนน้อยๆ ลงทุนได้มากขึ้น หรือทยอยลงทุนเรื่อยๆโดยไม่จำเป็นจำเป็นทุ่มเงินก้อนโตเหมือนในอดีต

เป้าหมายของตัวเอง

สิ่งสำคัญที่ลืมทำไม่ได้ก่อนจะลงทุน คือการกำหนดเป้าหมายในการลงทุนว่าลงทุนเพื่ออะไร

เพราะไม่ว่าจะนำเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ตาม ไม่ควรหลุดจากเป้าหมายของตัวเอง เช่น สะสมเงินสำหรับดาวน์บ้าน แต่งงาน เรียนต่อ หรือเตรียมเกษียณ ฯลฯ

และไม่นำเงินสำรองฉุกเฉิน หรือเงินสะสมสำหรับอนาคตมาทุ่มลงทุนทั้งหมดเพียงเพราะต้องการผลตอบแทนที่สวยหรูแบบที่ผู้ชักชวนโฆษณา หรือใช้ความโลภเป็นแรงผลักดันในการลงทุน จนลืมเป้าหมายที่สำคัญในชีวิต

ที่สำคัญคืออย่าลืมคิดว่าหากขาดทุนจะจัดการกับเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไร เพราะการลงทุนมีทั้งโอกาสประสบความสำเร็จและล้มเหลว ถ้าลงทุนอย่างไรเป้าหมายและขาดการวางแผน แทนที่จะได้ดอกเบี้ยสูงอาจได้บทเรียนราคาแพงแทนก็ได้

การแสวงหาผลตอบแทนที่มากขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่คงจะดีไม่น้อยถ้าโอกาสรับผลตอบแทนเหล่านั้นไม่ได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแบบไร้ความระมัดระวัง เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ไม่มีใครที่จะดูแลเงินของเราได้ดีที่ตัวของเราเอง”

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง