วิธีใช้บัตรเครดิต ไม่ติดกับ(ดัก)
  • Biz Life
  • Aug 19, 2019

ช่วงชีวิตของเด็กจบใหม่ รับเงินเดือนเดือนแรกๆ แบบปลอดภาระ คงเคยมีประสบการณ์รับโทรศัพท์พนักงานธนาคารเสนอบัตรเครดิตสารพัดข้อดีมาให้ใช้

แต่เมื่อใช้แบบประมาท ขาดความรู้ทางการเงินเป็นเกราะป้องกัน มักจะถูกโปรโมชันมากมายหลอกล่อให้ติดกับดักที่หอมหวาน ถึงขั้นมีหนี้เสียกันตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ เพราะเจ้าบัตรเครดิตที่แสนดีในวันนั้นเอง

Bottom Line รวบรวม วิธีใช้บัตรเครดิต 7 ข้อ ที่ไม่มีวันติดกับดัก และอาจทำให้คุณสนุกกับการบริหารเงินแบบลูกหนี้ชั้นดีได้ง่ายๆ 

1. จำกัดวงเงิน ต่อรอบบิล

ปกติวงเงินในบัตรเครดิตมักจะอนุมัติ 1.5 ของเงินเดือนขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าการมีบัตรเครดิต ทำให้เราเหมือนมีเงินสำรองก้อนหนึ่งอยู่ในมือ แต่ถ้ารูดเต็มวงเปรี๊ยะตั้งแต่รอบแรก โดยไม่มีเงินสำรองจ่าย แล้วรอเงินเดือนที่จำนวนพอๆ กับเงินที่ใช้ไปล่วงหน้าในบัตรเครดิต ชีวิตคุณจะเปลี่ยนเป็นคนทำงานเพื่อถวายตัวให้หนี้บัตรเครดิตทันที 

ฉะนั้นก่อนใช้บัตรเครดิตในแต่ละเดือน ต้องจำกัดการใช้แต่ละเดือนให้ชัดเจน โดยประเมินตามกำลังการจ่ายของตัวเอง เช่น วงเงิน 30,000 บาท จำกัดการใช้ต่อเดือน 10,000 บาท เพื่อเตือนสติไม่ให้ใช้เงินเกินกำลังที่หาได้ หรือใช้มากเกินไปในแต่ละเดือน วิธีนี้จะช่วยป้องกันการรูดเพลินเกินห้ามใจ และกลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ตามมา 

 2. ไม่จ่ายขั้นต่ำ 

หลายคนใช้บัตรเครดิตเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ คือมักรูดสินค้าหรือของหลายๆ อย่างจำนวนมากในคราวเดียว หรือรูดรวมภายในยอดบิลเดียวกัน ยอดหนี้จะกองเพนินเป็นกองใหญ่ แล้วมาทยอยจ่ายขั้นต่ำ เช่น ยอดเต็ม 10,000 บาท จ่ายขั้นต่ำที่ 10% ของยอดที่ใช้ คือ 1,000 บาทบัตรเครดิตจะคิดดอกเบี้ยขั้นต่ำ 20% ต่อปีทันที ซึ่งหากจ่ายขั้นต่ำไปจนเรื่อยๆ ทุกๆ เดือนดอกเบี้ยจะพอกพูนเป็นเงินต้นและคิดดอกเบี้ยทับอีกตลบจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ได้ 

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ายังจ่ายยอดเก่าไม่หมดแล้วรูดยอดใหญ่เพิ่มขึ้นไปอีก หนี้บัตรเครดิตเหล่านี้จะกระชากคุณลงสู่วังวนคน (เป็นหนี้) หัวโตในทันที และแน่นอนว่าถ้าไม่สามารถชำระได้หมดตามระยะเวลา คุณจะถูกตราหน้าเป็นลูกหนี้ชั้นแย่ และส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อที่จำเป็นในอนาคตได้ ฉะนั้น “ถ้าคิดจะใช้ อย่าจ่ายแค่ขั้นต่ำ”

3. ชำระเต็มจำนวน 

สเตปต่อจากการไม่จ่ายขั้นต่ำ คือ “การจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้ง” นี่เป็นวิถีของลูกหนี้ชั้นดี ที่ทำให้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่แสนจะมีประโยชน์ เพราะการชำระเต็มจำนวนตามเวลาที่กำหนดเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้หลุดเข้าไปในกับดักของหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยโตเร็วเหมือนถั่วงอก และทำให้คุณกลายเป็นลูกหนี้ชั้นดีที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิตตามมาไม่หวาดไม่ไหวอีกด้วย

4. เก็บเงินก่อนรูด 

อย่าเพิ่งคิ้วขมวด หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเก็บเงินก่อนรูด ถ้าเก็บเงินได้ก็จ่ายเงินสดแล้วสิ! 

ช้าก่อน การเก็บเงินก่อนรูดเป็นการสร้างเงินสำรองขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีกำลังที่จะชำระเงินคืนได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดควรมีเงินสดสำรองมากกว่า 50% ของสินค้าที่จะซื้อผ่านเครดิต เพื่อเตรียมสะสมสำหรับจ่ายเต็มจำนวนในเดือนถัดไป ที่ควรเป็นอย่างนั้น เพราะเกินครึ่งของคนที่ติดกับดักหนี้บัตรเครดิตคือคนที่เชื่อมั่นในตัวเองโดยว่าจะสามารถหาเงินมาจ่ายได้ในอนาคต โดยปราศจากการวางแผนในจุดนี้

5. จ่ายตรงตามเวลาเป๊ะๆ ทุกเดือน 

เป๊ะที่ว่านี้ คือการจ่ายเงินคืนบัตรเครดิตตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่จะมีช่วงวันสรุปยอดบิล และวันกำหนดชำระ ฉะนั้น ต้องจ่ายเงินตามเวลาที่กำหนดเพื่อรักษาฐานะลูกหนี้ชั้นดี และฝึกวินัยในการใช้จ่ายของตัวเองไปในตัว 

6. ตรวจสอบใบแจ้งหนี้อย่างละเอียด 

ใบแจ้งหนี้ หรือใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม การตรวจสอบใบแจ้งหนี้อย่างละเอียดทั้งวันที่สรุปยอด วันครบกำหนดชำระ โดยเฉพาะช่วงที่มีการผ่อนชำระ ที่จะมีการคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาก 

หากไม่ตรวจสอบและทำความเข้าใจการคิดอัตราดอกเบี้ย หรือรอบการจ่ายในแต่ละเดือนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนนำไปสู่การวางแผนชำระหนี้ผิด อาจส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมาได้ สำหรับผู้ให้บริการบัตรเครดิตในปัจจุบันนิยมทำแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบยอดเงินที่ใช้ ยอดเงินที่ชำระ ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของการใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างละเอียด 

7. ใช้สิทธิพิเศษของบัตรให้เป็นประโยชน์

ข้อดีของการใช้เครดิตที่แตกต่างจากการใช้เงินสดคือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เงินสดให้ไม่ได้ ซึ่งการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้จะตามมาอัตโนมัติ ถ้าใช้เราสามารถบริหารจัดการบัตรเครดิตได้ 6 ข้อด้านบน หรืออยู่ในฐานะลูกค้าชั้นดี โดยบัตรเครดิตแต่ละธนาคาร หรือบัตรแต่ละประเภทย่อมให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป 

ฉะนั้นก่อนเลือกสมัครบัตรเครดิตลองเลือกบัตรที่มีคุณสมบัติที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองมากที่สุด เช่น สายช้อป เลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ร่วมกับร้านรีเทล หรือร้านที่ใช้บริการเป็นประจำ เป็นต้น

สำหรับสิทธิพิเศษของบัตรมีหลายรูปแบบ ขอยก 3 ตัวอย่างที่มีให้ในบัตรเครดิตส่วนใหญ่ อย่างการใช้แต้มบัตรเครดิต การผ่อน 0% และการรับเครดิตเงินคืน

ใช้แต้ม: ทุกครั้งที่มีการใช้และจ่ายคืนผ่านบริการผ่านบัตรเครดิตจะได้รับแต้มสะสมตามข้อกำหนดของแต่ละบัตร ซึ่งบรรดาแต้มเหล่านี้จะค่อยๆ ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อใช้จ่ายอย่างมีวินัย แต้มเหล่านี้สามารถสะสม เพื่อแลกรับของกำนันรูปแบบต่างๆ ได้ ตั้งแต่ของเล็กๆ น้อยๆ อย่างชานมไข่มุก ไต่ขึ้นไปของใช้ เช่น กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ส่วนลดค่าบริการร้านอาหารในร้านชั้นนำ ซึ่งแต้มเหล่านี้คือกำไรที่สามารถลดต้นทุนการใช้เงินในครั้งต่อๆ ไปได้

ผ่อน 0%: โปรโมชั่นยอดฮิตที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่ต้องการซื้อสินค้าบางอย่างที่มีมูลค่าสูงได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เปลี่ยนทยอยจ่ายเป็นก้อนเล็ก โดยไม่มีเสียดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การผ่อน 0% มีข้อควรระวัง คือการเลือกการผ่อนเป็นระยะเวลานาน พร้อมกันหลายๆ สินค้า ซึ่งทำให้ต้องแบกภาระต่อไปเป็นเวลานาน และอาจมีเงินไม่เพียงพอต่อการผ่อนจ่าย ซึ่งเป็นกับดักให้หลายต่อหลายคนเดินทางไปสู่วังวนของการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาเพราะชักหน้าไม่ถึงหลัง และโดนหนี้ล้มทับในที่สุด

เครดิตเงินคืน: หรือที่เรียกกันติดปากว่า Cashback เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้ได้เงินคืนเข้าสู่บัญชีบัตรเครดิตทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เสมือนได้ส่วนลดในการใช้จ่ายแต่ละรอบ แต่อย่ารูดเพื่อหวังเงินคืนท่าเดียวจนลืมมองดอกจันตัวเล็กๆ ที่ระบุเงื่อนไขอยู่ด้วย

 หลายคนที่อาจจะเผลอใช้บัตรเครดิตหละหลวมไปจาก 7 ข้อที่กล่าวถึง บางข้ออาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมาก แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือบ่อยครั้งขึ้น ผลของการใช้บัตรเครดิตแบบไม่ระมัดระวังเหล่านี้จะกลับมาเล่นงานในระยาวได้เช่นกัน 

เพราะเจ้าหนี้ในอนาคตของคุณจะสามารถตรวจสอบพฤติกรรมการชำระหนี้ย้อนหลังที่ปรากฏในเครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) เป็นเวลา 36 เดือนหรือ 3 ปี ซึ่งหากประวัติการชำระหนี้ไม่น่ารักอย่างที่ควรจะเป็นก็มีส่วนทำให้โอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อที่มีความจำเป็นหลุดลอย(ในระยะเวลาหนึ่ง)ได้เช่นกัน

"บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดี แต่ถ้าใช้ไม่ได้ก็เจอดีได้เหมือนกัน" ฉะนั้นก่อนที่จะสมัครบัตรเครดิต หรือก่อนหยิบบัตรเครดิตมาใช้ทุกครั้ง อย่าลืมทบทวนถึงวิธีการใช้บัตรเครดิตทั้ง 7 ข้อนี้ เพื่อสุขภาพการเงินที่ดีของตัวเอง

การมีบัตรเครดิตไม่น่ากลัวเท่ากับการใช้บัตรเครดิตโดยปราศจากความรู้ในการบริหารเงิน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์