รู้ทัน 4 กลโกงดูดข้อมูลบัตรเครดิต
  • Biz Life
  • Sep 3, 2019

การรวบตัว บอย AF3 หรือ สิทธิชัย ผาบชมภู ตามหมายจับ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง / ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม/ ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม /ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์” ที่ปรากฏในข่าวนั้นทำให้เห็นว่าการปลอมแปลง "บัตรอิเล็กทรอนิกส์" หรือ บัตรเครดิต เพื่อซื้อสินค้า และบริการยังเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม 

จากรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ในการให้ข้อมูล และคำปรึกษาเรื่องร้องเรียนปี 2560-2561 พบสถิติภัยทางการเงินทั้งหมด 860 รายการ

โดย 173 รายการ คือ การถูกปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ถูกบุคคลอื่นนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ เช่น ขโมยบัตรเดบิต/บัตรเครดิต/บัตร ATM หรือถูกขโมยข้อมูลบัตร/รหัสผ่าน และนาไปใช้ซื้อสินค้า/โอนเงินออกจากบัญชี

อย่างเหตุการณ์นี้ระบุว่า มีการใช้ข้อมูลบัตรเครดิตที่มีเจ้าของเป็นชาวยุโรป 3 คน ทำรายการ 3 ครั้ง ที่ถูกโจรกรรมมาทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส cvv (ด้านหลังของบัตร) ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร ซึ่งมีธุรกรรมต้องสงสัยจำนวน 144 รายการ รวมยอดเงินกว่า 13 ล้านบาท

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ข้อมูลบัตรเครดิต,รหัส cvv (ด้านหลังของบัตร), วันหมดอายุของบัตร เป็นสลักสำคัญที่ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงการอนุมัติใช้บัตรเครดิตของผู้อื่นได้ และทุกคนที่ใช้บัตรเครดิตก็มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อด้วยกันทั้งนั้น

ผู้ใช้บัตรเครดิตจึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้บัตร และการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของตัวเองเพื่อไม่ให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงความเป็นส่วนตัวที่นำไปสู่การ “ปลอมบัตรเครดิต” ได้

ว่าแต่ แก๊งมิจฉาชีพ โจรกรรมบัตรเครดิต หรือข้อมูลบัตรเครดิตของเราไปได้อย่างไรบ้าง?

จากข้อมูลของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รวบรวมกลโกง หรือพฤติกรรมในการโจรกรรมบัตรเครดิตของแก๊งมิจฉาชีพไว้ 4 รูปแบบหลัก ที่ผู้ใช้บัตรเดบิต และเครดิตต้องระมัดระวัง

4 กลโกงดูดข้อมูลของมิจฉาชีพ

1. คัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กของบัตรโดยเครื่องสกิมเมอร์ (Skimmer) ที่ติดตั้งไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม

มิจฉาชีพมักติดตั้งเครื่องสกิมเมอร์ที่ช่องเสียบบัตรของตู้เอทีเอ็ม เพื่อคัดลอกข้อมูลจากบัตร พร้อมติดตั้งแป้น ครอบกดตัวเลขเพื่อบันทึกรหัสผ่านที่เหยื่อกด หรืออาจติดตั้งกล้องจิ๋วเพื่อแอบดูรหัสผ่าน

ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ตู้เอทีเอ็มในสถานที่เปลี่ยว เพราะมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูลไว้ได้โดยง่าย

สังเกตช่องเสียบบัตร แป้นกดตัวเลข หรือบริเวณตู้เอทีเอ็ม ว่ามีสิ่งผิดปกติ เช่น แป้นครอบตัวเลข กล่องหรืออุปกรณ์ที่ติดไว้ในระยะมองเห็นการกดรหัสหรือไม่

ที่มาภาพ: ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)

2. คัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กของบัตรโดยเครื่องสกิมเมอร์ขนาดพกพา (Handheld Skimmer)

แฮนด์เฮลด์สกิมเมอร์ เป็นเครื่องคัดลอกข้อมูลในแถบแม่เหล็กขนาดเล็กที่สามารถพกพาได้ ซึ่งมิจฉาชีพมักจะถือไว้ในฝ่ามือ และนำบัตรของเหยื่อมารูดพร้อมทั้งดูรหัสปลอดภัยจากด้านหลังบัตรโดยไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็น ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน หรือมิจฉาชีพอาจแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานธนาคารยื่นหน้าตู้เอทีเอ็ม ขอดูบัตรของเหยื่อ หรืออาจทำทีเสนอความช่วยเหลือแก่เหยื่อหากบัตรติดตู้เอทีเอ็ม แล้วคัดลอกข้อมูลผ่านเครื่องแฮนด์เฮลด์สกิมเมอร์เมื่อเหยื่อเผลอ

ฉะนั้นหากใช้บัตรกับร้านค้าควร หลีกเลี่ยงร้านค้าที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต เช่น สถานบริการน้ำมัน สถานบันเทิง ควรอยู่ในบริเวณที่มองเห็นการทำรายการ และให้บัตรอยู่ในสายตาตลอดเวลา เพื่อป้องกันพนักงานนำบัตรไปรูดกับเครื่องสกิมเมอร์

3. ปลอมแปลงเอกสาร เพื่อสมัครบัตรเครดิต

มิจฉาชีพอาจปลอมแปลงหรือใช้เอกสารส่วนตัวของเหยื่อ หรือข้อมูลสำคัญของใครก็ตามมาสมัครบัตรเครดิต เช่น สำเนาบัตรประชาชนที่ได้ขโมยมา แล้วนำไปใช้สมัครบัตรเครดิต หรือแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนบัตร โดยแจ้งให้สถาบันการเงินส่งเอกสารและบัตรที่ออกใหม่ให้กับมิจฉาชีพโดยตรง เมื่อได้รับบัตรเครดิตก็นำไปใช้จ่ายในนามของเหยื่อ

นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทุกคนต้องรักษาข้อมูลส่วนตัวของตัวเองอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขบัตรประชาชน การเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาบัตรประชาชนที่ต้องเซ็นกำกับ และเขียนระบุอย่างชัดเจนว่าใช้ในธุรกรรมใด หรือใช้ในกิจกรรมใดๆ เท่านั้น เพื่อปิดช่องโหว่ให้มิจฉาชีพไม่สามารถนำไปใช้ได้ง่ายๆ

4. ขโมยข้อมูลจากใบบันทึกรายการ (ATM Slip)

มิจฉาชีพจะเก็บใบบันทึกราย (ATM Slip) ตามตู้เอทีเอ็มที่มียอดคงเหลือค่อนข้างมากไปใช้ค้นหาข้อมูลสำคัญ ๆ ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน โดยใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป เช่น แอบอ้างเป็นข้าราชการไปขอข้อมูลทะเบียนราษฎรจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือค้นหาเลขที่บัญชีให้ครบ 10 หลักแล้วนำไปทดลองโอนผ่านธนาคารออนไลน์เพื่อให้ทราบชื่อเจ้าของบัญชี

เมื่อได้ข้อมูลของเหยื่อแล้ว มิจฉาชีพจะปลอมแปลงบัตรประจำตัวราชการปลอมโดยใช้ชื่อของเหยื่อเป็นเจ้าของบัตรแต่ติดรูปภาพของมิจฉาชีพ แล้วนำบัตรดังกล่าวไปขอเปิดบัญชีเงินฝากและทำบัตรเอทีเอ็มใหม่ของธนาคารเดียวกันแต่คนละสาขา พร้อมทั้งขอเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์กับทุกบัญชีเงินฝากของเหยื่อ เพื่อโอนเงินทั้งหมดไปที่บัญชีเงินฝากที่เปิดใหม่ แล้วใช้บัตรเอทีเอ็มถอนเงินออกไป

ฉะนั้นทุกครั้งที่ใช้บัตรควรใช้มือปิดบังไม่ให้ผู้อื่นมองเห็นแป้นกด ในขณะที่กำลังกดรหัสผ่าน เก็บใบบันทึกรายการทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบยอดการใช้จ่าย ตรวจสอบรายการใช้จ่ายหรือยอดเงินอย่างสม่ำเสมอ หากมีรายการผิดปกติ ให้แจ้งธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตรเพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข

นอกจากนี้ วิธีป้องกันเบื้องต้น คือ ไม่ควรให้เอกสารข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงินแก่บุคคลอื่น โดยข้อมูลที่สำคัญที่มักจะใช้ในการยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ควรเผยแพร่คือ เลขบัตรเครดิต เลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ พาสเวิร์ด รหัส cvv (ด้านหลังของบัตร) แม้แต่วันหมดอายุของบัตร ที่สามารถนำไปยืนยันการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ได้ ที่สำคัญคือการติดตามข่าวสารกลโกง เพื่อรู้เท่าทันกลโกงใหม่ๆ อยู่เสมอ

หากบัตรสูญหายหรือถูกขโมย ควรแจ้งธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตรเพื่ออายัดบัตรทันทีสำหรับใครที่พบปัญหาทางการเงิน สามารถรับคำปรึกษา หรือร้องเรียน ได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร.1213 หรือ เว็บไซต์ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)

ผู้ที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้ดีที่สุดคือตัวเราเอง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?