4 บริษัทมีเดียยักษ์ใหญ่งัดคอนเทนต์สตรีมมิ่ง
  • Biz Life
  • Aug 19, 2019

เป็นที่ฮือฮาในวงการในแวดวงคนรักสตรีมมิ่ง หลังมีข่าวคราวของ 4 บริษัทมีเดียยักษ์ใหญ่ระดับโลกเจ้าของคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบลุกขึ้นมาประกาศเปิดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง เว็บไซต์ Quarizy ได้เปิดเผยเรื่องราวของ 4 บริษัทมีเดียระดับโลกกำลังวางแผนเปิดบริการสตรีมมิ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ได้แก่

WarnerMedia (เจ้าของ HBO และ Wanner Bros)
Disney (เจ้าของหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Marvel, Lucasfilm และ Pixar)
Apple (เจ้าของแบรนด์โทรศัพท์ Apple)
และ NBCUniversal (เจ้าของบริษัท ทีวีโชว์ และภาพยนตร์จำนวนมาก)

เป้าหมายของบริษัทเหล่านี้คือการตัดตอน “Netflix” ผู้ผูกขาดบนโลกของสตรีมมิ่งในระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อนำคลังข้อมูและเนื้อหาที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ของบริษัทมาสร้างประโยชน์ให้มากกว่าที่เคย พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าของตัวเอง และเชื่อว่าทั้ง 4 บริษัทนี้จะไม่ใช่ บริษัท ใหญ่ราย รายสุดท้ายที่จดทะเบียนเปิดตัวบริการสตรีมมิ่ง แต่ตอนพวกเขาใหญ่ที่สุดและใกล้เข้าใกล้วงการสตรีมมิ่งมากที่สุดในเวลานี้

สำหรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดตอนนี้ ทราบว่าบริการสตรีมมิ่งของทั้ง 4 บริษัท ใช้ชื่อ HBO Max, Disney +, Apple + ส่วนสตรีมมิ่งของ NBC Universal นั้นยังไม่มีชื่อ

ที่มาภาพ: Quarizy

HBO Max

WarnerMedia กำลังทำให้ HBO เป็นจุดศูนย์กลางของบริการสตรีมมิ่ง ซึ่งสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นธุรกิจที่มีกำไรมากที่สุดของบริษัท แถมยังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีชื่อเสียงที่สุด และมีคุณภาพอยู่แล้วด้วย โดยมีข่าวว่า HBO Max เวอร์ชันทดลองจะเปิดตัวในปลายปีนี้ตามรายงานของ Wall Street Journal ส่วนเวอร์ชั่นเต็มของ HBO Max คาดว่าจะวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิ 2020

ด้านบริการของ HBO Max ที่จะเกิดขึ้นนั้น WarnerMedia เปิดเผยว่าจะมีเนื้อหารวม 10,000 ชั่วโมง ซึ่งมีองค์ประกอบหลักๆ คือ

  • ทุกอย่างจาก HBO เดิม เช่น Game of Thrones, The Leftovers, The Sopranos
     
  •  การแสดงจากช่องเคเบิลของวอร์เนอร์เช่น TBS, TNT, CNN, truTV และ Cartoon Network
     
  • ภาพยนตร์ของ Warner Bros. เนื่องจาก WarnerMedia เป็นเจ้าของสิทธิ์การสตรีมภาพยนตร์นับไม่ถ้วนที่ผลิตภายใต้แบรนด์ของ Warner Bros ดังนั้น ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ เช่น A Star Is Born, Batman v Superman จะปรากฏใน HBO Max ด้วย ยกเว้นเพียงบางเรื่องที่สิทธิในการใช้งานบางอย่างเชื่อมโยงกับบริษัทอื่น เช่น Harry Potter จะสตรีมเฉพาะบน NBCUniversal จนถึงปี 2568 เป็นอย่างน้อยเท่านั้น
     
  • BBC WarnerMedia ที่เพิ่งซื้อสิทธิ์สตรีมมิ่ง ที่ผลิตโดย BBC รวมถึง Doctor Who, Luther และ Top Gear ทั้ง 11 ซีซันด้วย
     
  • รายการทีวี ภาพยนตร์คลาสสิกหลายพันเรื่องจาก Gone With the Wind ไปจนถึง Casablanca ออกอากาศตลอดทั้งปีทางช่อง Turner Classic Movies ซึ่ง WarnerMedia เป็นเจ้าของ ภาพยนตร์บางเรื่องจะมีให้สตรีมบน HBO Max ด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโปรแกรมต้นฉบับโดยเฉพาะสำหรับ HBO Max จะมีซีรีส์ Dune TV ที่สืบเนื่องไปยังภาพยนตร์สารคดีของปีหน้า และจะมีภาคต่อของ Gossip Girl ด้วย

ค่าบริการ HBO Max

ยังไม่รู้แน่ชัด แต่ Wall Street Journal รายงานว่า WarnerMedia กำลังจับตาที่ 16-17 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งจะมากกว่าการสมัครสมาชิก HBO แบบสแตนด์อโลน 2 ดอลลาร์ และมากกว่า Netflix ประมาณ 4 ดอลลาร์

ที่มาภาพ: Quarizy

Disney +

อาณาจักรของดิสนีย์นั้นไร้ขอบเขต ตอนนี้ดิสนีย์พยายามที่จะเข้าร่วมการสตรีมด้วยคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และราคาถูกกว่า Netflix ที่ใช้ประโยชน์จากคลังเนื้อหาที่กว้างใหญ่ Disney ซึ่งเป็นเจ้าของเนื้อหา โดยมีข่าวคราวออกมาว่า Disney + น่าจะเปิดตัววันที่ 12 พ.ย. นี้

เมื่อถามว่า Disney + จะให้บริการอะไรบ้างนั้น ลิสต์รายการยาวเป็นหางว่าว และเชื่อว่าหลายคนคงกำลังตั้งตารอ

  •  Star Wars ภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องอดีตปัจจุบัน และอนาคตที่เกิดขึ้นในจักรวาล Star Wars ของ Lucasfilm จะมีอยู่ใน Disney + รวมถึงผู้สูงอายุทุกคนอย่าง Star Wars: A New Hope นอกจากนี้ยังมี The Mandalorian ซีรีส์ที่จะมาถึงที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับบริการสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
     
  •  ภาพยนตร์ Marvel: Disney + จะเป็นบ้านสตรีมมิ่งสำหรับภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe (MCU) ในอนาคตทั้งหมด โดยจะมีภาพยนตร์ Marvel อย่างน้อย 4 เรื่องจะเป็นส่วนหนึ่งของ Disney + ได้แก่ Captain Marvel, Iron Man, Iron Man 3 และ Thor: The Dark World ร่วมกับ Avengers: Endgame หลังจากเปิดตัวบริการ หลังจากนั้น Disney จะเพิ่มชื่อ Marvel อื่น ๆ อีกหลายรายการรวมถึง Black Panther เข้ามาให้บริการประมาณช่วงปีแรก อย่างไรก็ตามภาพยนตร์บางเรื่องใน Marvel เชื่อมโยงกับบริการอื่น ๆ จะไม่สามารถให้บริการได้
     
  • New Lucasfilm และ Marvel exclusives: จะมีเนื้อหา Marvel ใหม่มากมายที่ไม่เหมือนใครใน Disney + เช่น Marvel TV ซีรีส์ Loki, Hawkeye, WandaVision และ Star Wars ที่ Mandalorian
     
  • Pixar: ภาพยนตร์ Pixar ทุกเรื่องยกเว้น Toy Story 4 (ซึ่งเพิ่งออกฉายในโรงภาพยนตร์) จะมีวางจำหน่ายใน Disney + แทน
     
  • The Simpsons ทั้ง 30 ซีซั่น
     
  • ภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิกของดิสนีย์ทั้งหมด: การ์ตูนสุดคลาสสิกของดิสนีย์ทุกคนจะปรากฏตัวในบริการของ Disney + รวมถึง The Lion King, Aladdin, Beauty and the Beast, The Little Mermaid, Bambi ฯลฯ
     
  • รายการโทรทัศน์ภาพยนตร์และเนื้อหาต้นฉบับของดิสนีย์อื่น ๆ: โดยรวมคาดว่าจะมีภาพยนตร์ประมาณ 500 เรื่อง และโทรทัศน์ 7,500 ตอน

ทั้งนี้ ดิสนีย์ได้เริ่มดึงรายการ และภาพยนตร์จำนวนมากออกจากบริการสตรีมคู่แข่งตามข้อตกลงลิขสิทธิ์ของพวกเขาแล้ว คาดว่าส่วนใหญ่จะหายไปจาก Netflix ภายในสิ้นปีนี้

ค่าบริการ Disney +

เบื้องต้นการสมัครสมาชิก Disney + แบบสแตนด์อโลนจะมีค่าใช้จ่าย 7 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 70 ดอลลาร์ต่อปี

ที่มาภาพ: Quarizy

Apple TV+

หลังจากแสร้งทำเป็นเวลาหลายปีว่าไม่สนใจที่จะพัฒนาเนื้อหาที่มีอยู่ ในที่สุด Apple ก็ยอมรับสิ่งที่เรารู้ว่าเป็นความจริง ว่ากำลังพัฒนาเนื้อหา และตอนนี้มันต้องการแพลทฟอร์มที่จะเผยแพร่เนื้อหาเหล่านี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสู่ Apple TV + สำหรับเนื้อหาที่คาดว่าจะปรากฏในบริการสตรีมมิ่งของ Apple TV + ในครั้งนี้ ประกอบด้วย

  •  ภาพยนตร์ต้นฉบับของ Apple จำนวนหนึ่ง
     
  •  The Morning Show หนังเกี่ยวกับเบื้องหลังของรายการทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์ในอเมริกาที่นำแสดงโดย Reese Witherspoon, Steve Carell และ Jennifer Aniston
     
  • For All Mankind ละครประวัติศาสตร์ทางเลือก ซึ่งแสดงให้เห็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นถ้าสหภาพโซเวียตลงจอดบนดวงจันทร์ก่อนสหรัฐฯ และการแข่งขันในอวกาศจะไม่สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นผลงานที่ร่วมสร้างโดยโปรดิวเซอร์ Battlestar Galactica Ronald D. Moore
     
  • Mythic Quest คอมเมดี้เกี่ยวกับสตูดิโอพัฒนาวิดีโอเกม ร่วมสร้าง และนำแสดงโดย Rob McElhenney of It’s Always Sunny ใน Philadelphia
     
  • Truth Be Told ละครกฎหมายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบางส่วนของ Pot Cast Octavia Spencer และ Aaron Paul

นอกจากนี้ยังมีการแสดงอื่น ๆ เช่นการสร้างซีรีย์เรื่อง sci-fi กวีนิพนธ์เรื่องใหม่ของ Steven Spielberg เรื่องตลกของ Emily Dickinson และละคร dystopian ที่นำแสดงโดย Jason Momoa จาก Game of Thrones ฯลฯ

ค่าบริการของ Apple TV +

Apple ไม่ได้ออกมาเปิดเผยค่าบริการ แต่มีการคาดเดาว่าจะใกล้เคียงกับ 7 ดอลลาร์ ของ Disney + หรือมากกว่า 12 ดอลลาร์ของ Netflix โดยพิจารณาว่าในช่วงแรก Apple + จะมีเนื้อหาน้อยกว่า Netflix แต่เป็นไปได้ว่าค่าบริการอาจอยู่ระหว่าง 4-15 ดอลลาร์

ที่มาภาพ: Quarizy

NBCUniversal กับบริการสตรีมมิ่งที่ยังไม่มีชื่อ

NBCUniversal เจ้าของ Comcast มีแบรนด์มากมายภายใต้ร่มรวมถึงช่องเคเบิลทีวีไม่ว่าจะเป็น CNBC, MSNBC, Bravo, E!, USA Network, Syfy, ฯลฯ รวมถึงสตูดิโอภาพยนตร์ Universal Pictures (ซึ่งเป็นที่ตั้งของ แฟรนไชส์ Fast and Furious และ Jurassic World และอื่น ๆ) แน่นอนว่าจะมีการแสดง และภาพยนตร์จำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์เหล่านั้นจะรวมอยู่ในบริการสตรีมมิ่ง NBCUniversal ด้วย โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน ปี 2020

ค่าบริการ NBCUniversal

ให้บริการฟรีสำหรับส่วนของโฆษณา สำหรับการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกเคเบิลทีวี NBC ในสหรัฐอเมริกา โดยแต่เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า NBC จะเรียกเก็บเงินค่าบริการเท่าใด

การลุกขึ้นมาสตรีมมิ่งขององค์กรมีเดียเจ้าของลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ มีนัยยะสำคัญในการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ที่สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่หันไปใช้บริการสตรีมมิ่งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในทางเดียวกันปรากฏการณ์นี้น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า สตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Netflix ที่เติบโตอย่างมากจากการนำคอนเทนต์ส่วนหนึ่งจากบริษัทเหล่านี้ไปใช้ จะเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของ Netflix เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตัวเองได้อย่างไร และ Netflix จะเอาอะไรขึ้นมาเป็นจุดขายเพื่อรักษาชิ้นเค้กก้อนเดิมของตัวเองให้สวยงามเหมือนเดิม

การลุกขึ้นมาสตรีมมิ่งคอนเทนต์ของ 4 บริษัทมีเดียยักษ์ใหญ่ นับเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนว่าโลกดิจิทัลกำลังปฏฺิเสธการผูกขาดได้กลายๆ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?