ดิจิทัลเขย่าตลาด เปลี่ยนลูกค้า(เมือง)รอง เป็นลูกค้าหลัก
  • Biz Life
  • Jul 26, 2019

อิทธิพลของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลทำให้  “สังคมเมือง” และ “สังคมชนบท” ห่างกันแค่ชั่วนิ้วคลิก แบรนด์ต่าง ๆ จึงหันมาเจาะความต้องการเชิงลึกในชนบท ที่มีกำลังซื้อและรสนิยมไม่แพ้คนเมือง

ผลสำรวจของ We Are Social และ Hootsuite  เรื่อง Global Digital 2019 สถานการณ์การใช้งานดิจิทัล และอินเทอร์เน็ต ประจำปี 2562 พบว่า ประชากรไทย 69.24 ล้านคน มีผู้มีเบอร์โทรศัพท์ 92.33 ล้านเครื่อง นั่นหมายความว่า หลายคนมีมือถือมากกว่า 1 เลขหมาย มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน โดยมี 55 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเป็นประจำ (Active Users)

ขณะที่ 51 ล้านคนใช้งานผ่านโซเชียลมีเดียเป็นประจำ และ 49 ล้านคนใช้งานโซเชียลมีเดียบนมือถือ ส่วนช่องทางการใช้อินเทอร์เน็ตในวัยผู้ใหญ่พบว่า ผู้มีโทรศัพท์มือถือเกือบทุกคน โดยใช้งานอินเตอร์เน็ต ผ่านสมาร์ทโฟน 71 % ผ่านคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊ค 25% และ ผ่านแท็บเล็ต 12%

ผลของการใช้อินเทอร์เน็ตที่ได้เข้าถึงชีวิตคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต ทัศนคติ เปลี่ยนแปลงไป จนนักการตลาดต้องทบทวนพลังอำนาจการใช้จ่ายของคนต่างจังหวัดอีกครั้ง 

ที่เห็นได้ชัดเจน คือการเปิดศูนย์การค้าตามหัวเมืองของเครือเซนทรัล การขยายสาขาร้านโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Com7 ในต่างจังหวัด ฯลฯ รวมถึงการสนับสนุนการท่องเที่ยว 55เมืองรอง ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจในการท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากจังหวัดท่องเที่ยวเดิม สะท้อนว่าคนกลุ่มนี้มีอำนาจต่อการตลาดในปัจจุบันไม่น้อย

ผลสำรวจของ โครงการ Hunt 2019 จากมายด์แชร์ เอเยนซี่ ที่เข้าไปสัมภาษณ์เชิงลึกผ่านการพูดคุยรวม 120 ชั่วโมง ถึงทัศนคติเกี่ยวกับความสุข และวิถีชีวิตของคนเมืองรอง 4 จังหวัด อย่างลำปาง สกลนคร นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช

พบว่าคนในเมืองรองมีวิธีคิดและพฤติกรรมที่อาจคาดไม่ถึง ดังต่อไปนี้

1. ภาคภูมิใจในท้องถิ่น ชุมชน ของตัวเอง รวมถึง มีความสุขกับชีวิต (Proud of my city, Happy with my life) การเติบโตมากับท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม ประเพณี เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขารักในความแตกต่าง มีความภูมิใจกับประเพณีที่จัดประจำปีของท้องถิ่น ที่จะต้องรู้สึกหวงแหน ซึ่งทุกคนต้องมีส่วนร่วมไปช่วย และพวกเขามองความสุขเป็นเรื่องที่หาได้ง่ายดายรอบๆ ตัว

2. มีอิสระตัดสินใจเลือกแบบปัจเจกบุคคล (Making a choice of my own) คนต่างจังหวัดในเมืองรอง มีสิทธิ์เลือกการใช้ชีวิตได้เฉพาะตัว หรือ ปัจเจกบุคคล ไม่แตกต่างจากคนกรุง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ การเสพสื่อ และสินค้า (Career, Content,Consume) เริ่มจากอาชีพ ที่สร้างความมั่นคงให้กับตัวเองได้ จากอดีตที่เส้นทางความมั่นคงของชีวิต คือกรุงเทพฯ หรือการรับราชการ หรือ เป็นหมอ เพื่อความมั่นคง แต่คีย์เวิร์ด ค่านิยมของการใช้ชีวิตนั้นเปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่ตอบว่า อยากเป็นนายตัวเอง อยากเป็นผู้ประกอบการ ขณะที่คนเมืองรองต่างก็ใช้สินค้าแบรนด์เนมไม่แตกต่างจากคนกรุง รวมถึงเทรนด์รักสุขภาพ เมื่อมีการทดลองของสินค้าเพื่อสุขภาพก็ปรากฎว่ากระแสอาหารคลีนในต่างจังหวัดเติบโตไม่แพ้กรุงเทพฯ 

3. การรวมกลุ่มเป็นชุมชนเหนียวแน่น (MY bonding network) ต่างจังหวัดมีความแข็งแรงในการรวมกลุ่มท้องถิ่น จากอยู่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ยังมีวิถีชีวิตเกื้อกูลกันมากกว่า แม้จะมีอินเทอร์เน็ตเข้ามา แต่ชุมชนออฟไลน์ก็ยังแข็งแกร่ง ที่สำคัญโลกออนไลน์กลับช่วยทำให้สังคมนั้นมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ดังนั้นอิทธิพลการสื่อสารปากต่อปาก (Word of mouth) ก็ยังแพร่กระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว เช่น งานบุญ งานบวช หรืองานโอกาสพิเศษในแต่ละเทศกาล ทุกคนในชุมชนต่างพร้อมใจกันมาช่วย และเจ้าภาพก็เลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทน

4. การใช้สื่อหลากหลายและข้ามไปอีกขั้น (My media universe is shifted) นอกจากการใช้โซเชียลมีเดียแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา อี-สปอร์ต (e-Sport) และ ไลฟ์สด (Live Content) ที่กลายเป็นมาเนื้อหาที่คนดูไม่ใช่เพียงแค่การซื้อสินค้า แต่เป็นการดูเพื่อความบันเทิง เพราะตลก ดูแล้วสนุก ผ่อนคลายโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้า

ส่วนคนที่ซื้อสินค้าทางไลฟ์ เพราะชอบกับการที่ผู้ขายตอบโต้และตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าได้ทันที เพราะธรรมชาติของคนไทยยังต้องการซื้อสินค้าโดยที่เห็นหน้าพ่อค้าแม่ค้า และตอบโต้เป็นหลัก แต่การจ่ายเงินซื้อสินค้าอาจจะต้องมีการชำระเงินปลายทาง เพราะยังไม่มั่นใจความปลอดภัย

5. โลกอินเทอร์เน็ต คือผู้สร้าง (Internet is My maker) อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นกลไกที่สร้างโอกาสยกระดับชีวิตคนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

-การสร้างตัวตน และสร้างคนให้เป็นอีกด้านที่อยากจะเป็น (Make my identity & Hype me) ทำให้รู้ตัวถึงความชอบความฝัน ความสนใจ ที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นชัดเจนขึ้น 

-สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Make a living)สร้างเงิน สร้างรายได้ ทำให้การค้าขายบนโลกออนไลน์นั้นง่ายขึ้น สามารถเป็นพื้นที่เชื่อมต่อพัฒนาการเรื่องงาน ติดต่อการทำงาน และยังสร้างรายได้ เช่น คุณแม่ผู้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ใช้เวลาระหวางวันว่างเลี้ยงลูกสร้างรายได้ให้กับตัวเอง โดยการขายมะม่วงดอง ผ่านออนไลน์

-สร้างความโดดเด่น (Make me shine) มีแพลตฟอร์มี่สร้างตัวตนทำให้เกิดตัวตนที่อยากจะเป็น ที่สามารถควบคุมชีวิต ภาพลักษณ์ และไลฟ์สไตล์ที่อยากให้คนเห็นได้บนโซเชียล มีเดีย

-สร้างความรู้และความเข้าใจใหม่ๆ (Make me wiser) เช่น การเลี้ยงลูก ที่หาข้อมูลที่มาบาลานซ์กับความเชื่อที่ว่ากันในอดีต หรือการนำมาเป็นตัวช่วยในการเดินทาง เช่น การขับรถในต่างจังหวัด ใช้อินเทอร์เน็ตหาแผนที่นำทาง

6. สนุกสนานกับตอบโต้ผ่านคนบนออนไลน์ (Enjoy a charm of human interaction) มือถือทำให้การซื้อสินค้าและการเข้าถึงเนื้อหา การสื่อสารทางออนไลน์นั้นสะดวก รวดเร็วและง่าย คนชอบที่จะซื้อสินค้าผ่านพ่อค้าแม่ค้าบนโซเชียลมีเดีย ที่ค้าขายผ่านไลฟ์ เพราะมีการตอบโต้ทันที แต่ สิ่งที่คนต่างจังหวัดในเมืองรอง มองเกี่ยวกับการซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต คือ ความต้องการเชื่อมั่นความปลอดภัย ไม่อยากโดนหลอก จึงต้องการประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ไว้ใจได้ ทำให้มักจะเลือกพูดคุยกับคนขายผ่านไลฟ์ แต่ยังไม่ไว้ใจแบบเต็มร้อย จึงให้ชำระเงินปลายทางมากกว่าออนไลน์

7. มองหาความคุ้มค่าของสินค้า (Maximizer under my given resource) ลูกค้าในยุคปัจจุบันผันตัวเป็นนักเศรษฐศาสตร์ย่อมๆ ที่บริหารจัดการทรัพยากรที่มีให้คุ้มค่า เช่น การเลือกสินค้าไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด แต่ให้มองหาความคุ้มค่าที่สุด แม้จะเป็นสาวกกับแบรนด์ และมีความจงรักภักดี แต่ก็พร้อมทดลองสิ่งใหม่ และหากถูกใจก็สวิชแบรนด์ ปรับเปลี่ยนการใช้แบรนด์อื่นทันทีหากตรงกับความต้องการ 

พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เป็นความท้าทายของนักการตลาดที่ต้องปรับตัวตาม เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล หรือ Big Data เพื่อดูพฤติกรรมการรับสื่อ การเลือกซื้อสินค้า ความสนใจ ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ของลูกค้าแต่ละคน เพื่อเสนอสินค้ากับบริการที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ามองหา ด้วยการนำเสนอเนื้อหาของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพราะ “Content is the King” และเข้าไปอยู่ในช่องทางที่ลูกค้าหาเจอ เช่น โซเชียลมีเดีย กูเกิล ฯลฯ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงสู่การซื้อหรือใช้บริการในที่สุด 

เทคโนโลยีดิจิทัล ลดช่องว่างของชนบท และเมืองเพื่อเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?