"กระทรวงการคั่ว” ร้านกาแฟบรรยากาศกลางสวน
"กระทรวงการคั่ว” ร้านกาแฟบรรยากาศกลางสวน
"กระทรวงการคั่ว” ร้านกาแฟบรรยากาศกลางสวน
"กระทรวงการคั่ว” ร้านกาแฟบรรยากาศกลางสวน
  • Biz Life
  • Sep 4, 2019

เพราะอย่างน้อยๆ การมาเสพบรรยากาศคาเฟ่แบบภาคเหนือแกล้มกับกาแฟพันธุ์พิเศษ ในโลเคชั่นที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่ายๆ

หรือถ้าคุณเป็นผู้ติดตามความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊ค คุณก็คงจะผ่านตากับสารทักทายประชาชนจากปลัดกระทรวงการคั่ว ที่กำลังสนทนากับ “ประชาชนที่รักยิ่ง”  ของเขามาบ้าง ยิ่งใน Feed ของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องกาแฟ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ สายพันธุ์ การคั่วกาแฟ  พร้อมกันนั้นเขายังเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาแวะเวียน เรียนรู้ และค้นหาทักษะใหม่ๆ ว่าด้วยการชิมกาแฟที่กระทรวงการคั่ว (Ministry of Roaster) อยู่สม่ำเสมอ

อนุวัฒน์ กอบน้ำเพ็ชร เป็นอดีตสถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนจะสถาปนาตัวเองเป็นปลัดกระทรวงการคั่ว เพื่อเป็นพ่อค้าและวิทยากรพิเศษเพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ศาสตร์กาแฟในปัจจุบัน

ส่วนคนรักข้างกายอย่าง ทัศวรรณ สิทธิราษฎร์ ถูกยกเป็นรัฐมนตรีกระทรวง (มีอำนาจเหนือปลัดฯ) ต้องการสานความชอบ และสร้างพื้นที่ของคนชอบกาแฟให้โคจรมาพบกัน จนมาเจอที่แปลงหนึ่งในซอยสุขุมวิท 101/1 ซึ่งมีพื้นที่มากพอจะทำความฝันในการทำร้านและเป็นโรงเรียนเล็กๆ สำหรับคนที่เป็นคอกาแฟเหมือนกัน

“ก่อนจะเป็นกระทรวงการคั่ว เราก็คิดมาตลอดว่าทำร้านออกมาอย่างไรให้มีคอนเซ็ปต์… เราเองจบสถาปัตย์ ทำงานเป็นสถาปนิก เป็นอาจารย์ เวลาคิดอะไรต้องมีคอนเซ็ปต์ที่มา-ที่ไป และที่ผ่านมาเราก็ชอบชื่อบริษัทสถาปัตย์ฯ ทำนองว่าเป็น Department of architecture หรือฟังดนตรีก็มีวง Ministry of sound”

“พอวันหนึ่งไปขับรถไปแถวซอยอารีย์ แล้วรถติด หันไปเจอ Ministry of finance ซึ่งเป็นชื่อของกระทรวงการคลัง แล้วมันก็ดันพ้องกับการคั่ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำกาแฟ เราก็เลยหยิบมาเล่นเป็น “กระทรวงการคั่ว” แล้วพอเป็นภาษาอังกฤษมันก็เป็น Ministry of Roaster ซึ่งมันเท่ดี แล้วก็มีธีม (Theme) ให้เราเล่นต่อ”

“จากนั้นผมก็เลยคิดทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องราว เริ่มจากตัวเองที่ตั้งตัวเองเป็นปลัดกระทรวงการคั่ว แล้วก็พยายามสื่อสารทำให้ภาพลักษณ์ของร้านดูเชยๆ วินเทจ ล้อไปกับความเป็นราชการ ทั้งโลโก้ ตัวหนังสือ ซึ่งในหน้าฟีดส์ของกระทรวงการคั่วก็จะเป็นการให้ข้อมูลเรื่องกาแฟ กระบวนการทำ การปลูก รวมถึงประชาสัมพันธ์เมื่อมีเมนูใหม่ๆ ให้กับผู้คนที่สนใจ”

  • เปิดนโยบายกระทรวง

สินค้าและบริการของกระทรวงการคั่วจะเน้นไปที่กาแฟคุณภาพสูง แบบ Premium Coffee รวมไปถึงกาแฟพันธุ์พิเศษ (Specialty Coffee) ซึ่งแตกต่าง และลงลึกไปถึงคุณภาพสายพันธุ์ แหล่งปลูก เพราะองค์ประกอบต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นดิน สภาพอากาศ ความสูงจากระดับน้ำทะเล กระบวนการทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว ทำให้กาแฟแต่ละแบบมีรสชาติต่างกัน จักรวาลของกาแฟจึงมีรสชาติเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น รอให้ผู้คนมาลิ้มลอง

กระทรวงการคั่วจะแบ่งพื้นที่ 2 ส่วนหลักๆ คือในส่วนของคาเฟ่ ซึ่งให้บรรยากาศร้านกาแฟในสวน ที่ได้ฟีลอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ด้านนอกมีสวนหย่อมเล็กๆ และมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะกาแฟ ซึ่งมีให้เลือกหลายสายพันธุ์ โดยที่แต่ละเมนูก็มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น รัฐมนตรีเบลนด์ (Minister Blend) ซึ่งใช้กาแฟเอธิโอเปีย วอชโปรเสสบวกกับไทยเชียงราย ซึ่งให้กลิ่นรสสว่างสดใส มีกลิ่นโทนดอกไม้ ผลไม้กลุ่มซิตรัส เบอร์รี่หวาน เหมาะกับเมนูกาแฟดำ

ปลัดเบลนด์ (Palad Blend) ซึ่งเป็นกาแฟไทยแม่จันใต้ เนเชอรัลโปรแสสผสมไทยเชียงใหม่ ซึ่งให้กลิ่นรสสุกฉ่ำ หวานคล้ายผลไม้เมืองร้อน เหมาะกับเมนูกาแฟนม หรือจะเป็น ข้าราชการเบลนด์ (Official Blend) กาแฟบราซิลที่ให้รสชาติโทนดาร์กช็อกโกแลต เหมาะกับสายเข้ม และยังมีเมนูอีกมากมายซึ่งเป็นทั้งกาแฟไทยและกาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีทีมงานคัดเลือกเองทั้งหมด

ขณะที่ในส่วนของ Academy ที่กระทรวงการคั่วก็จะเน้นที่เรื่องการคั่วกาแฟตามร้าน โดยพวกเขามีเครื่องคั่วกาแฟและมีส่วนที่เรียกว่าห้อง Sensory Evaluation ซึ่งจะสอนการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมอง การดม การชิม และการสัมผัส ซึ่งคุณอนุวัฒน์ ในฐานะปลัดกระทรวงฯ จะนำความรู้ทั้งหมดที่เคยไปเรียนมาจากต่างประเทศ มาถ่ายทอดและพัฒนาทักษะผู้ดื่ม

“ในอดีตตลาดกาแฟพิเศษเข้าถึงยาก คนมาลองดื่มก็คิดว่าทำไมเปรี้ยว ทำไมไม่ขม ซึ่งมันคือความเคยชินของลูกค้า แต่ปัจจุบันก็เริ่มมี Specialty Coffee หรือกาแฟพิเศษที่เริ่มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะจาก 10 กว่าปีก่อนที่แทบไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ปัจจุบันตัวมูลค่าของ Specialty Coffee นั้นสูงขึ้น”

จากประสบการณ์ของคุณอนุวัฒน์ ตลอด 15-16 ปีที่ผ่านมาเห็นการเปลี่ยนแปลงเห็น Coffee Culture ของคนไทยที่ค่อยๆ ขยับ และเห็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

“และในฐานะร้านกาแฟเล็กๆ เราก็โตขึ้นตลอด และเราเห็นว่าธุรกิจใหญ่ๆ จะจับสินค้ากาแฟหมด ห้างสรรพสินค้าก็ทำกาแฟด้วย แม้แต่แบรนด์รถยนต์ก็ยังเข้ามาร่วมวงในธุรกิจกาแฟพิเศษ ตลาด Coffee culture เป็นไลฟ์สไตล์คนเมือง และคนที่อยู่ในเขตเมือง”

“เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวแบบ Cafe Hobper ก็เป็นที่นิยม บางคนไปต่างจังหวัด ไปเชียงใหม่ ไปขอนแก่น หรือแม้กระทั่งไปต่างประเทศ คนเหล่านี้ก็จะไป Hopper กัน ไปชิมร้านกาแฟ ถ่ายรูปสนุกสนาน ควบคู่กับการท่องเที่ยวแบบอื่น ซึ่ง Culture แบบนี้ก็เกิดขึ้นในเมืองไทยมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ตลาดกาแฟบ้านเราจะเติบโตมากขึ้น”

 

  • โรดแมปพัฒนาผู้บริโภค

แน่นอนว่า ในอดีตคนไทยอาจรู้จักกาแฟไม่กี่สายพันธุ์ แต่เมื่อโลกเปลี่ยน รสนิยมของผู้คนก็เปลี่ยนไป เป้าหมายของกระทรวงการคั่วฯ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งให้เกิดการพัฒนาผู้บริโภค

“ผมและทีมงานสนใจที่จะไปเรียนรู้ในต่างประเทศ ไปศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็อยากจะเอาความรู้นั้นกลับมาพัฒนาผู้บริโภคในไทย เพราะเมื่อผู้บริโภคไปไกลขึ้น ตลาดก็จะโต การอยากให้ตลาดโต”

“Bottom line ของเรื่องนี้คือการพัฒนาวัฒนธรรมการดื่มของผู้บริโภค ในฐานะผู้ที่จะมาจับจ่ายใช้สอย นั่นเพราะถ้าเขาไม่มีความรู้เรื่องกาแฟ specialty ดื่มไม่เป็น-ชิมไม่เป็น ตลาดกาแฟก็จะกระจุกตัว ไม่สามารถขยายออกไปได้ นี่แหละผมเลยคิดว่าเราจะเน้นเรื่อง Education มากขึ้น การศึกษา ประชาสัมพันธ์งานอีเวนท์ที่เกี่ยวกับกาแฟ นี่คือโรดแมปหลักเลยที่กระทรวงการคั่วจะทำ”

นอกจากนี้ที่นี่ยังร่วมมือกับสถาบัน Global Coffee School(GCS) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะสอน อบรม และฝึกทักษะด้าน Sensory evaluation ซึ่งเป็นพื้นฐานของผู้บริโภคที่ควรจะรู้เกี่ยวกับกาแฟ มีการแข่งขันคั่วกาแฟ Roast master ซึ่งผู้ชนะไปแข่งที่ประเทศเกาหลีฯ

ในขณะที่วัฒนธรรมคาเฟ่นิยมหรือ Cafe Hopping ยังเดินหน้า เพราะความเชื่อที่ว่ากาแฟนั้นมีเสน่ห์ การปลูกและการปรุงกาแฟไม่ต่างอะไรกับการทำไวน์ชั้นเลิศ ที่บ่มเพาะและพิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ ไปจนถึงการชงกาแฟ

เหตุนี้การพัฒนาศักยภาพนักดื่มกาแฟจึงน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ที่กระทรวงการคั่วจะมีให้แก่ประชาชนที่รักของพวกเขา

ความนิยมใน Specialty Coffee หรือกาแฟพิเศษที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด...นี่เป็นโอกาสในทางธุรกิจและเป็นเรื่องที่ผู้คนต้องพัฒนาวัฒนธรรมและศักยภาพการดื่มให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น


Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?