เมื่อ “ความรัก” ต้องมากับ “ความรวย” ?
  • Biz Life
  • Nov 11, 2019

ความรักและมวลมนุษยชาติเป็นสิ่งที่พรากจากกันไม่ได้ จากคอลัมน์หาคู่ หรือแม่สื่อแม่ชักชวนเดท ผันตัวมาอยู่ในรูปแอปพลิเคชันหาคู่ ที่สามารถค้นหาคนที่ถูกใจได้เพียงช่วงนิ้วคลิก

แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มหาคู่ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ และมีผู้ให้บริการลงสนามโชว์ฟังก์ชันหาคู่เพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็น “Beetalk” แอปหาคู่ชื่อดังจากสิงคโปร์ ที่มากับหลายลูกเล่น เช่น เขย่าจับคู่คนที่อยู่ใกล้ๆ “Skout” แอปหาคู่ที่เน้นตีตลาดต่างชาติ เป็นที่นิยมในต่างประเทศและคนไทยสาย ฝ. “Tinder” แอปพลิเคชันหาคู่สัญชาติ ที่คนไทยนิยมปัดซ้ายขวา แมชต์คนที่ถูกใจเพื่อทำความรู้จักตามใจชอบ ฯลฯ

ล่าสุดแอปพลิเคชันหาคู่ “Sugarbook” หาคู่สไตล์ใหม่จากมาเลเซีย เข้ามาตีตลาดคนโสดไทยภายใต้ให้สโลแกน ‘Where Romance Meets Finance’ หรือ ความรักที่มาพร้อมกับความมั่นคงทางการเงิน ที่นับว่าเป็นแอปฯ หาคู่รูปแบบที่ไม่เคยมีในประเทศไทย

ด้วยวิธีการนำเสนอโฟล์ของฝ่ายชายที่เรียกว่า “Sugar daddies” โชว์ความมั่นคงทางการเงินแต่ละเดือนแต่ละปีอย่างเปิดเผย ขณะที่สาวๆ ที่เรียกว่า “Sugar babies” ก็สามารถพิมพ์ลิสต์ความต้องการของตัวเองบนโปรไฟล์แบบตรงไปตรงมา เช่น ต้องการผู้ชายที่มีความมั่นคงทางการเงิน ต้องการคนที่ไม่จู้จี้จุกจิก เป็นต้น

แอปพลิเคชันนี้ นิยามตัวเองว่าเป็นแอปพลิเคชันหาคู่ที่เน้นความซื่อสัตย์และโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะก่อนที่จะเข้าใช้แอปพลิเคชันจะต้องยืนยันตัวตนด้วยเอกสารสำคัญส่วนบุคคล รวมถึงสเตทเมนต์เงินเดือนที่ได้รับจริง ซึ่งไม่เคยมีในแอปพลิเคชันหาคู่อื่นๆ ที่เคยมีมา 

โดยจะต้องโชว์โปรไฟล์รายได้ของตัวเองแบบเน้นๆ เพื่อรับการพิจารณาก่อนนำไปสู่การแชท นัดพบ เพื่อทำความรู้จักต่อไป 

ด้วยความแปลกใหม่ และดูเหมือนจะสามารถตอบโจทย์ใครหลายๆ คนได้ ทำให้แอปพลิเคชันนี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาแล้วไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อเมริกา สิงคโปร์ ฯลฯ

สะท้อนจากสถิติของแอปพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2560 มีสมาชิกที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 350,000 รายจากทั่วโลก

โดยมีสาวๆ ที่ตามหาความรักที่มาพร้อมความมั่นคงทางการเงินที่มีอายุระหว่าง 21-35 ปี มากถึง 70% ของผู้ใช้งานแอปพลิเคชันทั้งหมด

แบ่งสัดส่วนเป็นนักเรียนนักศึกษา 45% คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว 35% ผู้ที่อยู่ในสถานะหย่าร้าง 10% และ อื่นๆ อีก 10% โดยนอกเหนือจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษา มากกว่าครึ่งทำอาชีพเกี่ยวกับการบริการ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และงานต้อนรับ

ส่วน บุรุษสายเปย์มีอายุเฉลี่ยระหว่าง 30-55 ปี คิดเป็น 30% ของผู้ใช้งานแอปพลิเคชันทั้งหมด ซึ่งส่วนหนึ่งของสัดส่วนนี้มีเหล่าสตรีสายเปย์ที่ตามหาความรักซ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน

มีสัดส่วนของคนโสด 60% อยู่ในสถานะหย่าร้าง 30% แยกกันอยู่ 5% และอื่นๆ 5% โดยมากกว่าครึ่งเป็นเจ้าของกิจการ วิศวกร ทำงานด้านสุขภาพ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ตลอดจนเป็นนักการเมือง

หากมองในมุมธุรกิจแอปฯ หาคู่ก็คล้ายกับแอปฯ อื่นๆ ที่ทำให้คน 2 คนหรือมากกว่ามาทำความรู้จักกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดของแอปฯ หาคู่ที่กำลังมาแรง

แต่หากมองลึกไปถึงแนวคิดที่ชูเรื่องของรายได้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมาจะเห็นนัยยะของความรักแง่มุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ที่ว่า 

“ผู้หญิงชอบผู้ชายรวยกันหมด?”

หากอธิบายในทางจิตวิทยา เคยมีทฤษฎีที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่าผู้ชายต่างมองหาผู้หญิงที่มีสุขภาพดีและมีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งจะมีลูกหลานที่มีคุณภาพสูงสำหรับพวกเขา 

โดยใช้วิธีสังเกตจากลักษณะของความงามของผู้หญิง เช่น อัตราส่วนเอวต่อสะโพกต่ำผิวใสและผมเงางาม ล้วนเป็นสัญญาณที่ผู้ชายมองว่าสิ่งเหล่านี้น่าดึงดูด

ในทางตรงกันข้ามตามทฤษฎีผู้หญิงตกอยู่ในความเสียเปรียบทางธรรมชาติเมื่อพูดถึงการได้มาซึ่งทรัพยากร พวกเขาอ่อนแอกว่าทั้งทางร่างกาย และความคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ การเลี้ยงดูเด็ก ดังนั้นผู้หญิงจึงขึ้นอยู่กับผู้ชายในการจัดหาสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้หญิงและลูกๆ ของพวกเขา นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงจึงให้ความสำคัญกับทรัพยากรในการมองหาคู่ครอง

พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้หญิงมักจะมองหาผู้ชายที่มีศักยภาพในการเลี้ยงดูลูกมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งปัจจุบันตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพ หรือความสามารถในการทำงานของผู้ชาย คือตัวเลขรายได้เข้ามานั่นเอง 

เมื่อพูดถึงความรัก ความสัมพันธ์ จึงปฏิเสธได้ไม่เต็มปากนักว่า ความรักไม่เกี่ยวข้องกับความรวย ตราบใดที่โลกยังดำเนินไปในลักษณะของทุนนิยม แม้ความเป็นจริงจำนวนเงิน หรือตัวเลขในบัญชี หน้าที่การงานที่ได้รับการยอมรับในสังคม จะไม่ได้บ่งชี้ถึงความรักที่ยืนยาว หรือสมบูรณ์แบบอย่างที่หลายคนต้องการ

ธุรกิจแอปพลิเคชันหาคู่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในยุคที่คนโสด และคนเหงามากขึ้น ทำให้ความรักกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ที่ผู้ใดก็ตามที่ต้องการต้องพิจาณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจใดๆ

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?