1 นาทีก็มีค่า : ซื้อของไม่เกี่ยงราคา ขอเจอ “ลิซ่า” เป็นพอ
  • Biz Life
  • Sep 7, 2019

เรียกได้ว่าบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหากันเลยทีเดียวสำหรับศิลปินชื่อดังหนึ่งในสมาชิกวง BLACKPINK อย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล สาวไทยคนเก่งที่สมาชิกวงไอดอลเกาหลีที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และเธอยังถูกเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้สังกัดเดียวกันกับค่ายเพลงในเกาหลีอย่าง Moonshot ก่อนจะบินมาจัดกิจกรรมแฟนไซน์ในไทยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

แม้การจัดกิจกรรมแฟนไซน์ลิซ่ากับเครื่องสำอางแบรนด์นี้ จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว (ครั้งแรกถูกจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2561)  แต่พลังความรักของแฟนคลับที่มีชื่อเรียกว่า บลิ้งค์ (Blink) ก็ยังถูกส่งมาให้ลิซ่าอย่างล้นหลาม เห็นได้จากการรวมตัวกันไปรับเธอที่สนามบิน รวมถึงแฮชแท็กต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีชื่อ “ลิซ่า” ห้อยอยู่ก็ติดเทรนด์อย่างต่อเนื่อง ถือว่าฮอตฮิตสมกับที่ผู้จัดอีเว้นท์ไหนๆ ต่างก็อยากได้ตัวเธอ

แฟนไซน์นั้น สำคัญไฉน?

ไฮไลท์ของการได้พบลิซ่าในฐานะพรีเซนเตอครั้งนี้ คือการแจกลายเซ็นแบบสดๆ ให้ผู้โชคดี 200 คนที่ซื้อสินค้าแล้วเป็น ผู้โชคดีจากการสุ่มจับรางวัล หรือซื้อสินค้าเป็นจำนวนเงินมากที่สุด (Top Spender) การได้รับลายเซ็นหรือที่เรียกกันในภาษาแฟนคลับว่า แฟนไซน์ นั้น สำหรับศิลปินเกาหลีถือว่า เป็นเรื่องที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้

เพราะโดยปกติการที่ศิลปินเกาหลีจะมาไทยสักครั้ง ก็มักจะมาในรูปแบบของการจัดคอนเสิร์ตกับแฟนมีตติ้ง แม้ว่าอย่างหลังอาจจะมีไฮทัช หรือการ การแปะมือ บ้าง แต่ทั้งหมดก็ไม่อาจให้ความรู้สึกพิเศษได้มากเท่ากับการได้มีช่วงเวลาพูดคุยส่วนตัวกับศิลปินระหว่างที่กำลังเซ็นลายเซ็นให้ แม้จะเป็นเวลาเพียงสั้นๆ ก็ตาม

สิทธิพิเศษระดับนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่ว่าแฟนคลับคนไหนก็อยากได้ ทำให้มันถูกตีราคาสูงขึ้นๆ ตามพลังของการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิ์นั้นมา การต่อสู้มากขึ้นมีค่าเท่ากับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งถ้าจับมาเทียบกับการที่แบรนด์ขายสินค้าเพื่อแลกสิทธิ์ แน่นอนว่ามันก็จะทำให้ยอดขายดีดตัวสูงขึ้นด้วย

อย่างที่เราเห็นได้จากยอดขายที่แบรนด์ได้รับจาก Top Spender เพราะมีชาวบลิ้งค์ใจทุ่ม ซื้อสินค้าแลกสิทธิ์พบกับสาวลิซ่าไปเป็นจำนวนเงินกว่า 1 แสนบาทอยู่หลายคนเลยทีเดียว

ทำไมต้อง ลิซ่า

พูดถึงความดังของลิซ่า อาจเรียกได้ว่าทั้งตัวเธอ และวง BLACKPINK กำลังมีกระแสโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ในไทย ไม่ว่าใครต่างก็รู้จัก เพราะนอกจากยอดจองบัตรคอนเสิร์ตที่ไม่ว่าจะเปิดกี่รอบก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว ความโด่งดังของเธอยังการันตีได้ด้วยยอด follower ในอินสตราแกรมส่วนตัวที่มีมากถึง 24.6 ล้านแอคเคาท์ ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดใช้งานมาได้เพียง 1 ปีเศษเท่านั้น

การที่ลิซ่ามียอดผู้ติดตามเป็นจำนวนมากเช่นนี้ (แถมหลายๆ คนในนั้นยังเป็นดาราเซเลบอีกต่างหาก!) บอกได้เลยว่ามีแต่ได้กับได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ลิซ่ามีอีเวนต์หรือโพสต์อะไรในไอจี ก็เท่ากับว่าจะมีผู้มองเห็นที่มีจำนวนผู้ติดตามมากๆ ให้การตอบรับกับโพสต์ของเธอออกต่อไปเป็นทอดๆ ซึ่งเราสามารถคาดคะเนได้ว่า จะมีคนเห็นโพสต์และกดไลก์ให้ราวๆ หนึ่งล้านครั้งเป็นอย่างต่ำ

เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่การได้ลิซ่ามาเป็นตัวพรีเซนต์สินค้าจะมั่นใจได้แล้วครึ่งหนึ่งว่าต้องดังระเบิด เช่นเดียวกับ เอ วราวุธ เจนธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ที่มีแผนจะขยายไลน์ธุรกิจเข้ามาในตลาดเครื่องสำอาง และดึงตัวลิซ่ามาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในตลาดรีเทล ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง

กลยุทธ์ “Presenter’s Pick”

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการตลาดของ moonshot ในปีนี้คือ การต่อยอดความสำเร็จจากปีที่แล้วด้วย แคมเปญพิเศษ คอลเล็กชั่นเครื่องสำอาง 3 ชิ้นที่ลิซ่าเป็นคนเลือก ฟังดูเหมือนธรรมดา แต่กลับเป็นหนึ่งช่องทางในการสร้างกำไร แถมยังได้ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้กลับมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

การใช้ Presenter’s Pick แบบนี้ ถือว่าเป็นการสร้างความใกล้ชิดระหว่างตัวพรีเซนเตอร์กับแฟนคลับ ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อใจในฐานะที่เป็นแฟนคลับว่า “เพราะลิซ่าบอกว่าดี” จึงทำให้เกิดความรู้สึกสนใจ อยากทดลองใช้ตามที่เธอบอก และยิ่งบนผลิตภัณฑ์มีลายเซ็นของพรีเซนเตอร์อยู่บนนั้น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอยากได้ อยากเก็บมากขึ้นไปอีก

ท้ายที่สุดแล้ว เราคงต้องบอกว่า เสียงตอบรับอย่างล้นหลามของบลิ้งค์ไทยที่พร้อมใจกันซื้อสินค้าเพื่อที่จะได้ไปเจอลิซ่า ไม่ว่าจะเป็นคราวก่อนหรือคราวนี้ก็ตาม ได้สร้างความพึงพอใจให้เหล่าผู้จัดงานและเจ้าของแบรนด์สินค้าไปได้ไม่น้อย โดยแรงสนับสนุนระดับมหาศาลเช่นนี้ จะทำให้การตัดสินใจของผู้จัดที่กำลังพิจารณางานอื่นๆ สามารถตัดสินใจได้ง่าย และมีโอกาสจะพาเธอมาหาพวกเราได้อีกบ่อยๆ อย่างแน่นอน.

ยิ่งคุณแสดงพลังว่าสนับสนุนศิลปินของคุณมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสได้ใกล้กับศิลปินของคุณมากเท่านั้น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์