ส่องเส้นทาง "ลิบรา"
  • Biz Life
  • Jul 15, 2019

พอ Facebook  ร่วมกับ 27 พันธมิตรพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ที่เรียกว่า ‘ลิบรา’ (Libra) ทั่วโลกก็ต่างจับตา และตั้งทีมงานขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าท่ามกลางโอกาสของการเกิดเงินสกุลใหม่ ก็ต่างมีข้อสงสัยและข้อกังวลมากมาย

งานฟินเทควีค ครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นกลางกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นงานประจำปีที่รวมตัวผู้คนในแวดวงฟินเทค นอกจากพวกเขาจะสนใจเรื่องเบร็กซิทแล้ว ปีนี้หลายคนตั้งตำถามถึงอนาคตของเงินเสมือน

ใครไม่อยากใช้ลิบรายกมือขึ้น”  พิธีกรตั้งคำถามในวงเสวนาที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนราว 100 คน ผู้ฟังราว 2 ใน 3 ยกมือแสดงตัวว่าไม่ไว้ใจสกุลเงินที่เพิ่งตั้งไข่นี้

สำหรับ เฮเลน ดิสนีย์ ผู้ก่อตั้งและประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร อันบล็อกอีเวนท์ บริษัทที่ปรึกษาด้านบล็อกเชน เทคโนโลยีเบื้องหลังคริปโตเคอร์เรนซี ก็รู้ดีว่าผู้คนเริ่มตั้งคำถามกันมากขึ้นว่า ใครกันแน่ที่ต้องเป็นผู้ดูแลและควบคุมการใช้เงินลิบรา

“ผู้คนกังวลว่า วิธีการกำกับดูแลจะเวิร์กมั้ย ชุมชนคริปโตเคอร์เรซีคิดอะไรเสรีมาก เป็นการให้อำนาจกับประชาชน สร้างประชาธิปไตยทางการเงิน ถอยห่างจากธนาคารและบริษัทใหญ่ที่ควบคุมเศรษฐกิจ” ดิสนีย์อธิบาย

งานฟินเทควีคจัดขึ้น 1 เดือน หลังจากเฟซบุ๊กประกาศกับโลกว่า มีแผนสร้างสกุลเงินเสมือน ‘ลิบรา’ ที่หลายคนมองว่า จะมาท้าทายแชมป์โลกอย่างบิทคอยน์ คาดกันว่าลิบราจะเปิดตัวช่วงครึ่งแรกของปี 2563

ถ้าเทียบคุณลักษณะกันแล้วบิทคอยน์ไม่รวมศูนย์ ขณะที่ลิบราจะมีหุ้นส่วน 100 บริษัทร่วมจัดการ รวมทั้งมี "คาลิบรา" แผนบริการการเงินน้องใหม่ของเฟซบุ๊ก การเข้าถึงลิบราผ่านสมาร์ทโฟน ผู้ใช้จะต้องเข้าผ่านกระเป๋าเงินเสมือนที่ชื่อเดียวกันว่า คาลิบรา

ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของลิบราอยู่ที่มีตะกร้าเงินสกุลเงินจริงหนุนหลัง ส่วนบริษัทที่อยู่เบื้องหลังลิบรามีทั้งขาใหญ่อย่างวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเพย์พาล แม้แต่บริษัทบริการเรียกรถโดยสารอย่างลิฟต์และอูเบอร์ ก็ลงเรือลำเดียวกันด้วย

แม้เฟซบุ๊กจะคุยโวว่าตนเองมีฐานผู้ใช้มหาศาลทั่วโลก ที่เอื้อให้ลิบราทะยานอย่างรวดเร็ว แต่ข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวก็ทำให้ผู้ใช้ลังเล

“ทนรอไม่ไหวแล้วกับคริปโตเคอร์เรนซีที่ใช้จรรยาบรรณของอูเบอร์ ต่อต้านการเซ็นเซอร์แบบเพย์พาล กระจายอำนาจแบบวีซ่า ทั้งหมดนี้รวมตัวกันภายใต้ความเป็นส่วนตัวที่พิสูจน์แล้วอย่างเฟซบุ๊ก” ซาราห์ เจมี ลูอิส ผู้อำนวยการองค์การวิจัยไม่หวังผลกำไร โอเพ่นไพรเวซี่ ให้ความเห็น

นอกจากนี้ลิบรายังสร้างความกังขาให้กับคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินทั่วโลก รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

แต่ดิสนีย์เชื่อว่า สุดท้ายแล้วลิบราจะทำให้คณะกรรมการกำกับดูแลกำหนดคู่มือปฏิบัติให้ชัดเจน อย่างที่แวดวงคริปโตเคอร์เรนซีเองก็ต้องการ

“เราคอยมานานแล้วอยากเห็นสัญญาณชัดเจนถึงระเบียบดูแลเงินเสมือนและสินทรัพย์ดิจิทัล”

แต่สำหรับ เจมส์ เบนเน็ต ประธานบริษัทวิจัยคริปโตเคอร์เรนซี บิทแอสซิสต์ โต้แย้งว่า ลิบราไม่เหมือนกับบิทคอยน์

“ในระยะยาว ผู้คนจะตระหนักว่าลิบราไม่ใช่เงินเสมือน คริปโตเคอร์เรนซีของจริงควรทนทานต่อการถูกโจมตีจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐชาติหรือบรรษัทข้ามชาติคริปโตก็เป็นเงินชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับถ่ายโอนมูลค่าผ่านอินเทอร์เน็ต ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่อาจหยุดยั้ง ยึด หรือทำลายได้” เบนเน็ตกล่าวในเวทีฟินเทควีค

แม้แต่ทรัมป์ก็โจมตีสกุลเงินเสมือนแรงๆ อยู่หลายครั้งว่าคลุมเครือ ทั้งยังกล่าวหาลิบราว่าไม่แน่นอนพึ่งพาไม่ได้ไม่เหมือนกับดอลลาร์

“ผมไม่ใช่แฟนบิทคอยน์ หรือคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินตรา แถมมูลค่าก็ผันผวนสูงมาก เลื่อนลอยอยู่ในอากาศ” ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ค.) สะท้อนว่าเส้นทางของลิบราต่อจากนี้คงไม่ราบรื่น

เรียบเรียง: Bottom line

ภาพ : Shutterstock, Twitter

ในความตื่นเต้นของการเกิดเงินสกุลใหม่ ยังมีความกังวลถึงความโปร่งใสและการไม่ผูกขาดไว้ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์