ปฏิบัติการดึงแฟนคลับ "ไอดอล" สู่ลูกค้า "Banking"
  • Biz Life
  • Nov 20, 2019

หลังจากมีข่าวลือหนาหูในโซเชียลมีเดียว่าธนาคารแห่งหนึ่งทาบทามวงไอดอลสาว BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

แต่นั่นไม่ใช่ข่าวลือ! เมื่อกสิกรไทยเผยข้อมูลประกาศอัตราค่าบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเงินฝาก เงินให้สินเชื่อ และค่าบริการอื่นๆ ออกมาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562

โดยปรากฏข้อมูลในส่วนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็ม กลุ่มบัตรเดบิตแบบชิปการ์ด (Contactless) ระบุประเภท “บัตรเดบิต BLACKPINK กสิกรไทย” พร้อมระบุอัตราค่าบริการแรกเข้าหรือออกบัตรใหม่อยู่ที่ 750 บาทส่วนค่ารายปี ปีแรก 0 บาท รายปีถัดไปอยู่ที่ 350 บาท โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 21 พ.ย. 62 นี้

ล่าสุด นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงเป้าหมายของการออกบัตรเดบิตในครั้งนี้ว่า ธนาคารต้องการเจาะกลุ่มนิวเจน (New Generation) ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เติบโตมาในโลกที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผันเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เป็นกลุ่มพลังที่ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธนาคารในอนาคต 

และต้องการมีส่วนร่วมในการผลักดันให้กลุ่มนิวเจนเหล่านี้ได้มีโอกาสเติมเต็มความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในชีวิตยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ โดยใช้คอนเซป #แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBankEmpowers Your Belief) พร้อมดึง BLACKPINK มาเล่าเรื่องผ่านความเชื่อ และเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนที่มุ่งมั่น และลงมือทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ได้แก่

เจนนี่ (Jennie): BeyondYourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

โรเซ่ (Rose): NeverStopอย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ

ลิซ่า (Lisa): KeepWinningเอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท

จีซู (Jisoo): BeattheImpossibleสนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

การร่วมมือกันในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเมื่อ โลกของแบงก์กิ้งทุ่มทุนดึงวงสาวๆ BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โดยไม่ได้ชูแค่ “ลิซ่า-ลาลิษา มโนบาล” ที่มีเชื้อชาติไทยเพียงคนเดียวเหมือนที่หลายๆ แบรนด์เคยทำ แต่เชิญมาเป็นพรีเซนเตอร์ทั้งวง สะท้อนถึงพลังความฮอตสไตล์ K-POP ในไทยที่ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ และต้องติดตามกันต่อไปว่า โฉมหน้าของบัตรเดบิต BLACKPINK กสิกรไทย จะมีลูกเล่นอะไรมาเอาใจชาว Blink (คำเรียกกลุ่มแฟนคลับ BLACKPINK) อย่างไรบ้าง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธนาคารในประเทศไทย ที่จับเอากระแสไอดอลมาไว้ในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

ก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ธนาคารออมสินได้ทาบทามสาวๆ BNK48 ไอดอลสาว ที่มีรากจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในบ้านเรา ทั้งในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงาน

ธนาคารออมสิน เลือกพรีเซนเตอร์จาก BNK48 มาถึง 6 คน ได้แก่ ออม, เฌอปราง, โมบายล์, ปัญ, วี และ จูเน่ พร้อมออกลายหน้าบัตรออมสินเดบิตรุ่น GSBxBNK48 รุ่นพิเศษที่มีถึง 12 ลาย

บัตรออมสินเดบิต GSBxBNK48 มีทั้งหมด 2 ประเภท แบบแรกคือ “บัตรออมสิน เดบิต GSBxBNK48 Limited” เปิดจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา มีทั้งหมด 6 ลาย ซึ่งจะเป็นภาพศิลปินแบบกลุ่มให้ได้เลือกสะสม

ส่วนแบบที่ 2 คือ “บัตรออมสิน เดบิต GSBxBNK48” ที่จำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศไปในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 เป็นภาพศิลปิน BNK48 แบบภาพเดี่ยว 6 คน 6 ลาย เปิดโอกาสในแฟนจับจอง และใช้บริการ

ทำไมต้องเป็น BLACKPINK และ BNK48

แนวดนตรีและการนำเสนอสไตล์เกาหลี หรือที่รู้จักกันว่า “เค-ป็อป” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นไทยมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเดี่ยว บอยแบรนด์​ หรือแม้แต่เกิร์ลกรุ๊ปก็ได้รับการตอบรับที่ดีอยู่เสมอ 

ในขณะที่เดียวกัน กระแสความนิยม “เจ-ป็อป” หรือแนวดนตรีของประเทศญี่ปุ่นที่เคยได้รับความนิยมมากๆ ในกลุ่มวัยรุ่นไทยเมื่อ 10 ปีก่อนก็ยังไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทย ยิ่งมีการกลับมาของไอดอลกรุ๊ปใหญ่อย่าง BNK48 ที่มีคอนเซปมาจากวง AKB48 วงไอดอลสาวจากญี่ปุ่น ปลุกกระแส เจ-ป็อป กลับมาอีกครั้ง แถมยังสร้างปรากฏการณ์บรรดาหนุ่มๆ ตามติดไอดอลสาวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

อิทธิพลของของศิลปินเกาหลีและญี่ปุ่น ไม่ได้อยู่แค่ในวงการบันเทิงเท่านั้น ในมิติของการตลาดการเลือกใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียง และกำลังเป็นที่นิยมมาเป็นพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ก็มีส่วนสร้างความสำเร็จได้ไม่น้อย การทาบทามศิลปินที่กำลังฮอตสุดๆ อย่าง BLACKPINK และ BNK48 มาเป็นพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์จึงเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นวงการแบงก์กิงและประชาสัมพันธ์ศิลปินไปในเวลาเดียวกัน เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ วิน วิน กันทั้งคู่

ทำไมต้องเจาะนิวเจนเนเรชัน

ความร่วมมือระหว่างธนาคารกับไอดอล ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยให้ลูกค้าอยากหันมารับบริการทางการเงินจากธนาคารที่มีไอดอลของพวกเขาเป็นพรีเซนเตอร์เท่านั้น

เพราะหากมองลึกลงไป จุดประสงค์ของการดึงไอดอลมาอยู่กับผลิตภัณฑ์ของธนาคารในครั้งนี้ คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายแฟนคลับของเหล่าไอดอลเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 15-25 ปี ที่มีมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เติบโตมาในโลกที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผันเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) คุ้นเคยกับบริการทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล สอดรับกับบริการ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ในปัจจุบัน ศักยภาพตรงนี้ ทำให้ธนาคารมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญในอนาคต

เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ได้อย่างชัดเจน สะท้อนจากงานวิจัย “ต่าง Gen ต่างใจ เจาะ Insight ผู้บริโภคไทย 2015” จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ชายและหญิง ใน 3 ช่วงอายุ คือ 20-29 ปี 30-39 ปี และ 40-55 ปี รวมจำนวน 40 คน พบว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ช่วงอายุ 20-29 ปี  กลุ่มวัยเรียนหรือทำงานตอนต้น มีประสบการณ์การบริโภคยังน้อย ยังไม่มีความเป็นตัวของตัวเองนัก โดยใช้สินค้าตามกลุ่มเพื่อนหรือกระแสสังคม

โดยปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อสินค้า มาจากพฤติกรรมเด่น คือ ชอบแสวงหาสิ่งแปลกใหม่เสมอ โดยได้รับอิทธิพลจากสื่อสูง โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย อีกทั้งชอบของดีมีคุณภาพ แต่ยังไม่ยึดติดกับแบรนด์ใหม่แบรนด์หนึ่ง เริ่มใส่ใจสุขภาพตามเทรนด์ ซื้อสินค้าโดยดูที่ราคาและความคุ้มค่า และยังมักบริโภคตามความเคยชิน สำหรับสินค้าหรือการตลาดที่จะจูงใจคนกลุ่มต้องเป็นสินค้าที่หลากหลาย มีความสนุกสนาน สร้างสังคมกับเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลมีเดียได้ 

จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม จึงไม่แปลกที่บรรดาธนาคารมุ่งเป้ามาที่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีแนวโน้มเข้าร่วมกิจกรรมของแบรนด์ได้สูงกว่าวัยอื่นๆ 

ขณะเดียวกัน หากมองในมิติของธุรกิจ การดึงไอดอลเหล่านี้เข้ามาอยู่หน้าบัตรเดบิต คือการพยายามสะท้อนภาพลักษณ์ Digital Banking หรือการเปลี่ยนธนาคารยุคดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อสื่อสารถึงการปรับตัวของธนาคารในยุคดิสรัปชัน เข้าถึงวัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างภาพลักษณ์ของธนาคารในยุคดิสรับชัน ที่ใครๆ ก็อยากเป็นดิจิทัลแบงก์กิงอันดับ 1 ในใจลูกค้า และสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลที่ไม่ว่าองค์กรไหนๆ ก็ต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง เพื่อจับเทรนด์กลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

เป็นที่น่าจับตาว่าหลังจากนี้ นอกจากการร่วมมือกับไอดอลที่ได้รับความนิยมมาเป็นพรีเซนเตอร์แล้ว ธนาคารอื่นๆ จะงัดกลยุทธ์ใดมาดึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่อีกบ้าง

ยุคดิจิทัลดิสรัปชัน คือจุดเริ่มต้นของการปรับตัวในทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นธนาคาร ที่ต้องจับเทรนด์คนรุ่นใหม่ให้ทัน เพื่อสร้างฐานลูกค้าในอนาคต

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?