8 ดิจิทัลเทรนด์ปี 2020 ที่หนีไม่พ้น
  • Biz Life
  • Nov 28, 2019

“การแข่งขัน และดิสรัปชันมาอย่างรุนแรง ความสำคัญของการทำความเข้าใจการทรานส์ฟอร์มสำคัญมาก โค้งนี้จะเป็นโค้งสุดท้าย เพราะหลังจากปีนี้การทราส์ฟอร์มจะเป็นเรื่องปกติ และไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว เพราะว่าทุกคนได้ย้ายตัวเองไปอยู่ในเศรษฐกิจดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราไม่ตกขบวนจึงจะสามารถแข่งขันได้ และอยู่รอดในโลดิจิทัลได้” 

ศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธานบริษัท OPTIMUS Thailand และนายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี เปิดเผยถึงแนวโน้มเทรนด์ดิจิทัลที่จะมีอิทธิพลต่อธุรกิจไทยในปี 2020 คือเทรนด์ที่เริ่มเป็นที่รู้จักใน 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่จะชัดเจนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อธุรกิจ และวิถีชีวิตของคนไทยในปีนี้ 2020 ประกอบด้วย 8 เทรนด์หลัก ได้แก่

1) Digital Transformation

คือ Digital Transformation คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในยุคที่สังคม และเทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการใช้เทคโนโลยี การวางแผนต่างๆ เข้ามาผสมผสานเพื่อนำองค์กรฝ่ากระแส Digital Disruption ที่กำลังสร้างผลกระทบให้กับคนที่ยังดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ

แม้หลายองค์กรในไทย โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ พยายามขยับตัวและวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในยุคดิจิทัลไปบ้างแล้ว แต่สำหรับในปี 2020 ในแวดวงของธุรกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และใครที่ไม่ยอมปรับ หรือปรับช้าไปกว่านี้ก็มีโอกาสตกขบวนในโลกธุรกิจไปได้ง่ายๆ

 2) Big Data

Big Data คำจำกัดความของข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่รวมตัวกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีหมวดหมู่ที่ชัดเจน โดยสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ตามที่ต้องการผ่านการใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเจาะลึกถึงความต้องการ

แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมาหลายองค์กรเพิ่งเริ่มใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลเท่านั้น สำหรับปี 2020 Big Data จะกลายเป็นพื้นฐานข้อมูลสำคัญที่ทุกองค์กรต้องนำมาใช้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจในมิติที่ลึกขึ้น ตรงจุดมากขึ้น และมีโอกาสแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่มากขึ้นเช่นกัน

3) AI (ปัญญาประดิษฐ์)

ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา เพราะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นเบื้องหลังของนวัตกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมต่างๆ เร็วกว่า แม่นยำกว่าการใช้มนุษย์

องค์กรน้อยใหญ่ที่มองเห็นเทรนด์เทคโนโลยีนี้เริ่มลงทุนใน AI ในส่วนงานต่าง ๆ มากขึ้น สำหรับในปี 2020 จะชัดเจนมากขึ้น ทั้งในแง่ของการใช้เทคโนโลยีนี้มาช่วยมนุษย์ให้ทำงานง่ายขึ้น หรืออาจถึงขั้นแทนที่มนุษย์ในงานบางประเภทได้เลยทีเดียว เทรนด์การพัฒนาของ AI ที่คาดว่าจะได้เห็นชัดเจนขึ้นในปีหน้า 

เริ่มตั้งแต่ Machine Learning (ML) การป้อนข้อมูลเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำการเรียนรู้กับชุดข้อมูลเพื่อแสดงผลตามที่ต้องการ เช่น เฟซบุ๊ก รวบรวมข้อมูลภาพที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรแสดงบนหน้าฟีดให้กับ AI เพื่อวิเคราะห์และหยุดการแสดงภาพนั้นๆ ได้อย่างทันท่วงที เป็นต้น

Natural Language Processing (NLP) การพัฒนาให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เสียง สีหน้าท่าทาง ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้แม่นยำมากขึ้น เช่นการรับข้อมูลจากเสียง การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ฯลฯ

Deep Learning (Neural Networks) ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของระบบโครงข่ายประสาท(neurons)ในสมองมนุษย์ ถูกสร้างขึ้นจากการนำเอา neural network หลายๆ ส่วนมาต่อกัน เป็นโครงสร้างที่ถูกจัดเก็บแบบเป็นกองซ้อน (stack) ทำให้มีโครงสร้างที่ลึก(deep) ยิ่งขึ้น ประมวลผลหลายสิ่งพร้อมๆ กันได้มากขึ้น

4) 5G

5G คือ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในเจเนอเรชั่นที่ 5 โดยจะมีศักยภาพและการทำงานที่มีประสิทธิภาพทั้งภาพและเสียงมากกว่า 4G ถึง 1,000 เท่า รวมถึงรองรับการใช้งานได้มากกว่าแค่ในสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่เป็นการใช้งานที่ครอบคลุมไปถึง IoT (Internet of Things)

รองรับการอัปโหลดที่รวดเร็ว ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือแทบจะครอบคลุมทุกการใช้งาน ยกตัวอย่างเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพในเรื่องความเร็วสูง เพื่อประมวลผลของข้อมูล เนื่องจากต้องส่งผ่านข้อมูลที่มีความซับซ้อนและมีข้อมูลเป็นจำนวนมากในการประมวลผลโดยการใช้อินเทอร์เน็ตร่วมด้วย และ 5G ก็นับได้ว่ามีความเร็วและแรงตอบโจทย์กับนักพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR ได้อย่างไม่ติดขัด

สำหรับปี 2563 นี้ ประเทศไทยมีกำหนดประมูลคลื่นความถี่ และเริ่มมีการทดลองใช้คลื่นความถี่ 5G ตามที่ กสทช. กำหนด โดยเริ่มกระบวนการประมูลในปี 2563 ซึ่งเป็นจัดการประมูลล่วงหน้า โดยจะผลักดันให้พร้อมเปิดใช้ 5G ให้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2563

หากมีการใช้งาน 5G เกิดขึ้น จะเป็นพื้นฐานของการใช้อินเทอร์เน็ตหลายอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่นี้ ไม่ว่าจะเป็นวงการสื่อฯ วงการภาพยนตร์ การตลาด ฯลฯ ยิ่งสามารถใช้ 5G ที่เป็นประโยชน์ได้เท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตของธุรกิจได้มากเท่านั้น

5) Blockchain

ในปีหน้าบล็อกเชน คาดว่าองค์กรต่างๆ จะมีการเริ่มต้นในการใช้งานโดยยึดประโยชน์ของระบบบล็อกเชน มากกว่าการใช้ในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล อย่าง Bitcoin ที่หลายคนคุ้นเคย

ในปี 2020 ประสิทธิภาพที่แท้จริงของบล็อกเชน จะถูกหยิบขึ้นมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากการทำงานที่เชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องมีคนกลาง สามารถดำเนินการตรวจสอบขั้นตอนในการดำเนินการได้ทั้งหมด มีความโปร่งใสและปลอดภัยเนื่องจากการเข้ารหัสลับที่ซับซ้อน ฯลฯ

ที่ผ่านมามีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน นำข้อดีขของบล็อกเชนเเหล่านี้มาใช้ในบริหารจัดการระบบงาน อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย เริ่มประยุกต์ใช้บล็อกเชนในงานของ ธปท. เอง เพื่อให้ ธปท. และผู้เกี่ยวข้องได้เรียนรู้บล็อกเชนในเชิงลึกและประเมินความเหมาะสมในการนำไปใช้จริง โดยได้ดำเนินโครงการนำร่อง โครงการอินทนนท์ที่ทดสอบใช้บล็อกเชนในการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และ โครงการ DLT Scripless Bond ที่นำบล็อกเชนมาทดสอบใช้ในงานจำหน่ายพันธบัตรเพื่อช่วยลดความซับซ้อน ลดขั้นตอน และเวลาในการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์การใช้บล็อกเชนเหล่านั้นจะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากปี 2020 นี้

6) NDID (National Digital ID)

ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีบริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เป็นตัวกลางในการทำหน้าเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน ทำให้เอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการรองรับทางกฎหมายในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์บนโลกดิจิทัล ช่วยยกระดับการทำธุรกรรมทางดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความล่าช้าในการดำเนินธุรกิจ ลดปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร หรือการสวมสิทธิ์ต่างๆ ได้

การใช้งาน NDID อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ของลูกค้า หรือวางแผนรองรับระบบเหล่านี้เพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

7) IT Security / Data Privacy

แม้การเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาจะมีข้อดีอยู่มาก แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่นำไปสู่การยืนยันตัวตน และทำธุรกรรมต่างๆ

เทรนด์การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญกับระบบ IT Security (ความปลอดภัยทางไซเบอร์) และ Data Privacy (ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล) ให้มากขึ้น เช่นการเตรียมระบบรองรับ ป้องกันภัยไซเบอร์ ระบบรักษความปลอดภัยภายในองค์กร ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญ ทั้งส่วนของข้อมูลลูกค้า และข้อมูลทางธุรกิจขององค์กรด้วย

8) FinTech/Mobile Payment

2 เทรนด์ทางการเงินที่ธุรกิจต่างๆ หนีไม่พ้นคือ FinTech หรือ Financial Technology ที่เป็นการผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ากับการบริหารการเงิน ซึ่งมีส่วนทำให้ผู้บริโภครายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงินมาขึ้น เช่น เครื่องมือจัดการกองทุน แอปพลิเคชันเทรดหุ้นวอลลุ่มต่ำ หรือแม้แต่แอปพลิเคชันลงทุนในทองคำที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ฯลฯ ซึ่งบริการเหล่านี้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2019 และคาดว่าจะเติบโตมากขึ้นในปี 2020 ซึ่งสะท้อนว่าการเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย เป็นโอกาสทางธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่จะได้การตอบรับที่ดีในอนาคต

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง และเห็นได้ชัดเจนที่สุดช่วงปีที่ผ่านมาในบ้านเรา คือ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย นับตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ประกาศฟรีค่าธรรมเนียมในการโอนเงินผ่านอีแบงก์กิง เทรนด์นี้มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้ธุรกิจที่เพิ่มบริการชำระเงินออนไลน์ ซื้อสินค้าออนไลน์ และบริการอื่นๆ ที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าที่ไม่ใช่เงินสด จึงเป็นโอกาสเพิ่มรายได้ในการทำธุรกิจท่ามกลางตลาดที่เข้มข้นได้

นอกจากนี้ นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี ยังเปิดมุมมองว่า “จากการสำรวจและวิเคราะห์ พบว่าเทรนด์เทคโนโลยีใน 10 ปีที่ผ่านมาไม่เปลี่ยแปลงมาก เพราะเทคโนโลยีค่อนข้างจะมั่นคงแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองอย่างไรให้ไม่ตกยุค และทำความเข้าใจว่าทรานส์ฟอร์เมชันไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีแต่มีองค์ประกอบเรื่องแนวคิดในการบริหารธุรกิจในยุคใหม่ด้วย”

เรียนรู้และปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีก่อนจะสาย เพราะปี 2020 อาจเป็นโค้งสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลง

นักเขียนผู้มีใบผู้ประกาศการันตี สนใจเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน รวมทั้งพยายาม เวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ ให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?