เกมปรับตัวของ Fast Fashion
  • Biz Life
  • Jun 29, 2019

ในวันนี้ Fast Fashion ดูจะ ‘ช้า’ ไปเสียแล้ว ตลาดค้าปลีกกลุ่มแฟชั่นซบเซา จนส่อแววถึงทางตัน เมื่อผู้บริโภคหันไป "ช้อปปิ้งออนไลน์" กันจนกลายเป็นช่องทางหลัก สะท้อนตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกที่โตเร็วแบบฉุดไม่อยู่

Statista ประเมินมูลค่าตลาดของกลุ่มค้าปลีกในปี 2019 ของกลุ่มอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 3.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 108 ล้านล้านบาท เขย่าวงการแฟชั่นให้สั่นสะเทือนจนบรรดาแบรนด์ Fast Fashion ทั้งหลายต้องปรับตัว

ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ดังอย่าง Top Shop, GAP, H&M, ZARA ที่ทยอยประกาศปิดสาขา หรือปรับเกมแปลงโฉมไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์กันยกใหญ่

Top Shop ปิดสาขาทั้งหมด

เป็นกระแสฮือฮาในวงการแฟชั่น เมื่อ Topshop และ Topman ทั้งหมดในสหรัฐรวมถึงอีก 200 สาขา ในสหราชอาณาจักรประกาศปิดลงไปตาม Arcadia Group บริษัทแม่ปิดตัวลงไปเมื่อ 3 ปีก่อน สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนของวงการค้าปลีกแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของยุโรป

BBC ระบุว่าการปิดร้านของ Topshop ในสหรัฐฯ เป็นการเคลื่อนตัวของบริษัทแม่ที่ทำเพื่อนำไปสู่การบริหารงานแบบใหม่ ลดความเสี่ยงในการปิดตัวลงของแบรนด์ โดย Topshop และ Topman จะผันตัวมาขายสินค้าในเว็บไซต์ทางการของตัวเอง พร้อมจับมือกับคู่ค้าต่าง ๆ เช่น Nordstrom ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

GAP ปิด 230 สาขา

ตัดภาพมาที่อีกหนึ่งแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันอย่าง GAP ที่ชิงประกาศแผนปิดตัว 230 สาขา จากทั้งหมด 725 สาขาทั่วโลก ภายใน 2 ปี (2021) หลังจากที่ GAP พยายามดิ้นรนสร้างกำไรให้กลับมาในปีที่แล้ว แต่ยังว่ายอดขายทั่วโลกของแบรนด์ลดลง 5% ในปี 2018 จึงตั้งใจผันตัวเองจากแบรนด์เก่าแก่ 50 ปีมาเป็นแบรนด์เล็ก ที่มีความแข็งแกร่ง เล่นบทบาทสำคัญ มอบประสบการณ์ทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ หรือที่เรียกันว่า omni ที่ตรงความวิถีนักช้อปออนไลน์ของคนรุ่นใหม่แทน

H&M ปิด 160 สาขา

ด้าน H&M แบรนด์เสื้อผ้าจากสวีเดน ก็ได้เริ่มได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่นๆ สะท้อนจากเป้าหมายปิด 160 สาขาทั่วโลกในปี 2019 นี้ แถมยังมีแผนปรับรูปแบบสาขาใหม่และเปิดสาขารวม 375 สาขาเพื่อปรับกลยุทธ์เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต 

หลังจากที่พบว่าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 แบรนด์ H&M มียอดขายผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้น 24% ขณะที่ยอดขายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 12% สะท้อนว่าลูกค้าใจจดใจจ่อกับการอัปเดตสินค้าใหม่ๆ และกล้าตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันในมือถือมากกว่าช่องทางเดิม ดังนั้นแบรนด์จึงหันมาพัฒนาการสื่อสารแบบบูรณาการระหว่างร้านแบบออฟไลน์และออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าตามกลยุทธ์ ‘คลิกที่ใช่’ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ได้มากที่สุด


ZARA ผันตัวสู่ร้านออนไลน์เต็มตัวในปี 2020

ZARA ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่ออกมาเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ โดย Inditex บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ เจ้าของแบรนด์ ZARA ออกประกาศว่าจะเปลี่ยน ZARA ให้กลายเป็นร้านแฟชั่นค้าปลีกออนไลน์แบบเต็มตัวในปี 2020 หลังจากเห็นโอกาสจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นมากถึง 41 % ในปี 2017 ขณะที่หน้าร้านก็ปรับตัวกันไปอย่างขลุกขลัก รับมือกับสภาวะค้าปลีกที่ค่อนข้างฝืดโดย Pablo Isla CEO ของ Inditex ออกตัวชัดเจนว่า

“เราต้องการมอบคอลเลคชั่นแฟชั่นของเราให้กับลูกค้าได้ทุกที่ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนในโลก”

เรื่อง: ปณิดดา เกษมจันทโชติ
ภาพ: ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม

Top Shop, GAP, H&M, ZARA ร้านเสื้อผ้ากลุ่ม Fast Fashion พร้อมใจปรับเกมครั้งใหญ่ ประกาศปิดตัวสาขาพร้อมกระโจนสู่ตลาดออนไลน์เพื่อช่วงชิงโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ผันตัวไปช้อปออนไลน์เป็นช่องทางหลัก เมื่อดีไซน์เสื้อผ้าสุดชิคเข้ากับฤดูกาลไม่ใช่ทางรอดอีกต่อไป

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์