display:none;
ศรชัย พงษ์ษา ลูกแรงงานต่างด้าว ที่ใช้ศิลปะจนมีบัตรประชาชน
  • Talk
  • Jun 30, 2019

“ผมอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ และความรู้สึกนั้นก็ผลักดันให้ทำอะไรที่คนอื่นมองว่ายุ่งยาก” ศรชัย พงษ์ษา ศิลปินจัดวาง อดีตแรงงานข้ามชาติ พูดตอนหนึ่งในร้านกาแฟ ละแวกมหาวิทยาศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

พื้นเพครอบครัวของเขาเป็นคนมอญที่อยู่ในเมียนมา พ่อเป็นแรงงานหลบหนีมาตามสันเขาชายแดน อาศัยอยู่ที่อำเภอสังขละบุรี ก่อนย้ายถิ่นฐานมาที่อำเภอไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี

ศรชัยเกิดจากหมอตำแย ในแคมป์คนกลุ่มน้อยที่มีทั้งกะเหรี่ยง พม่า มอญ มีชีวิตแออัดไม่ต่างจากสลัม เขา เคยบอกว่า บ้านที่เขาอาศัยหลับนอนเป็นเพียงห้องสังกะสีแคบๆ ด้านหลังมีน้ำเน่า สมาชิกข้างในมีหลายครอบครัว… ต่างคนต่างอยู่ เช้าไปทำงาน เย็นกลับมานอน  ครอบครัวเขาเองก็เช่นกัน พี่สาวของเขาทำงานตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แถมโชคร้ายบางครั้งทำงานมาสัปดาห์แล้วดันถูกโกง จะไปทวงเงินก็ไม่มีหลักฐานอะไรไปสู้

ชีวิตศรชัย ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่น แต่โชคดีที่เขายังพอได้เรียนหนังสือ แม้จะไม่เคยได้เรียนเต็มสัปดาห์เพราะต้องแบ่งเวลามาทำงาน แถมระหว่างที่เรียนเขามักถูกล้อว่าเป็น ‘เด็กดอย’ เพราะทุกคนรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไทย

“ตอนเรียนชั้นมัธยมฯ มีวันหนึ่งตำรวจชายแดนมาอบรมเรื่องยาเสพติดที่โรงเรียน แล้วช่วงหนึ่งเขาก็พูดขึ้นว่า “ไหน…ใครไม่ใช่คนไทยให้ลุกขึ้นมาข้างหน้า” ซึ่งพอพูดจบทั้งห้องก็เงียบ และหันมามองที่เรา จนเราต้องยกมือแสดงตัว ออกไปหน้าชั้นตามคำสั่งของ พอออกไปเจ้าหน้าที่คนนั้นบอกกับเพื่อนในห้องว่า “ไอ้พ่อแม่คนพวกนี้แหละ คือคนที่เอายาบ้ามาขายลูกหลานพวกเรา” คำพูดนี้ทำเรารู้สึกเสียใจและโกรธมาก เพราะพ่อแม่เราไม่ใช่คนไทย แต่ก็ไม่ได้ขายยา จากวันนั้นเราจึงไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นใครถ้าไม่จำเป็น”

เรื่องดีที่สุดในชีวิตศรชัย คือการได้หัดวาดรูป พอส่งประกวดก็ได้รางวัล บ่อยครั้งเข้าก็กลายเป็นที่รู้จัก ถูกแนะนำปากต่อปากว่าเป็น เด็กต่างด้าววาดรูปเก่ง เริ่มมีคนอยากช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครทำจริงๆจังๆ เพราะขั้นตอนมันยุ่งยาก

วันหนึ่งมีใบปลิวจากมหาวิทยาลัยศิลปากรบอกว่ากำลังรับนักศึกษาใหม่ ศรชัยก็พยายามจนสอบติด เกือบไม่ได้เรียนเพราะไม่มีหลักฐาน แต่อาจารย์ท่านหนึ่งก็เสนอว่า ให้เรียนไปก่อนแล้วค่อยๆ ทำเรื่องให้ผ่าน

“ยิ่งโตขึ้น หลักฐานก็ยิ่งจำเป็น ช่วงเรียนผมเดินทางบ่อยมาก ต้องไปสมุทรสงครามที่ครอบครัวอยู่ ไปกาญจนบุรีที่เป็นสถานที่เกิดเพื่อหาหลักฐาน หาพยานที่จะมายืนยันตัวตนเราว่าเกิดและอาศัยในเมืองไทยจริงๆ” 

“ผมเสียเงินค่ารถไปไม่รู้กี่เที่ยว ครอบครัวก็ไม่ค่อยมีเงิน ยังดีที่สะสมเงินจากการประดวกวาดรูปอยู่บ้าง สัปดาห์ๆหนึ่ง เราต้องเรียน และกลับไปหาหลักฐานมายืนยัน ไปตามหาผู้ใหญ่บ้าน หมอตำแย หาครู ทำอยู่แบบนี้มานานเป็นปีๆตอนนั้นนั้นไม่คิดอะไรแล้ว ขอให้ได้ทำทุกอย่างที่มีช่องทาง อะไรที่เสียเงินได้เราก็ลองทำมาหมด แต่ไม่สำเร็จสักที เคยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเขามาบอกกับเราส่วนตัวว่า เขาคิดว่าเราเข้าข่ายพิจารณาขอสัญชาติ แต่ก็ไม่กล้าทำเรื่องให้เพราะกลัวจะโดนคนอื่นมองว่ารับเงินคนต่างด้าวมา กลายเป็นคนกลัวที่จะช่วยเราอีก”

ถึงเช่นนั้นทักษะศิลปะที่เขาโดดเด่นมาแต่เล็ก กลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องพร้อมจะเป็นพยานว่าศรชัยเกิดและโตที่ประเทศไทยจริง แม้จะมีไม่กี่คนที่จำชื่อศรชัยได้ หากทุกคนก็จำเรื่องราวของ ‘เด็กดอย’ ลูกแรงงานต่างด้าวที่วาดรูปเก่งได้

กระทั่งตอนอยู่ปี 2 เทอม 2 ระหว่างที่เขากำลังเรียนวิชาปั้น มีโทรศัพท์จากจังหวัด สมุทรสงครามโทรมาบอกว่ากรณีของเขาเข้าข่าย พ.ร.บ.สัญชาติ ที่แก้ไขใหม่ ขอให้เข้ามาแสดงตัวและปฏิญาณตน ศรชัย บอกว่า วันนั้นเขาดีใจมากๆ นับวันที่จะเขาไปปฏิญาณตน จนกระทั่งได้บัตรประชาชนมา หลังจากถ่ายรูปแล้วส่งเข้ากลุ่ม Line ครอบครัว น้ำตาของเขาก็ค่อยๆไหลออกมา

“สำหรับคนต่างด้าว การพูดถึงเรื่องทำเอกสารเป็นอะไรที่ยาก บางคนล้มเลิกเพราะไม่อยากเสียเวลาทำมาหากินมา แต่เพราะผมอยากหลุดพ้นจากตรงนั้น เลยมีแรงผลักดันทำในสิ่งที่คนอื่นมองว่ายุ่งยาก เพื่อนรุ่นเดียวกับผมคนหนึ่งเรียนเก่งกว่าด้วยซ้ำ แต่เขามองว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกแรงงานต่างด้าวจะทำอย่างอื่นได้มากกว่าเป็นแรงงานรายวัน เขาจึงหยุดเรียนมาเป็นแรงงานต่อ ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นแรงงานแบบเดิมอยู่”

ส่วน ศรชัย  เรียนจบปริญญาโทที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินจัดวางอิสระที่เคยได้รับทุนไปแลกเปลี่ยนในหลายประเทศ 

ผลงานของเขาที่ชื่อ ‘ผีมอญ’ ได้รับทุน Mobility funding ไปแสดงงานที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเขาบอกว่า ผลงานนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนความเชื่อของคนมอญที่ทุกตระกูลจะมีผีประจำตระกูล ต้องกราบไหว้ แสดงความนับถือเป็นประจำทุกปี ในอีกแง่หนึ่งคือการกลับมาพบกันของครอบครัว แสดงความนับถือบรรพบุรุษ แม้ว่าตลอดช่วงเวลาอื่นทุกคนต่างดิ้นรนทำมาหากิน เอาชีวิตรอด

ขณะที่ ‘ผีในเมือง’ หรือ Alien Capital ซึ่งเคยแสดงหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร คืองานที่เขาและแรงงานผู้ลี้ภัยร่วมกันจัดสร้างขึ้นภายใต้โครงการบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018
งานชิ้นนั้นประกอบด้วยไม้ไผ่ลักษณะเป็นนั่งร้าน ซึ่งสร้างขึ้นด้วยแรงงานต่างด้าว จำลองชีวิต และการทำงานของแรงงานก่อสร้าง ส่วนด้านในมีวิดีโอสารคดี ซึ่งเก็บข้อมูลจากแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในกรุงเทพฯ

“แรงงานทุกคนเชื่อว่ามากรุงเทพฯจะได้งานแน่ๆ หลายคนเลยทำทุกวิถีทางที่จะมาที่นี่” ศรชัยสะท้อนความคิดที่เขาได้สัมผัสมา 

ผีในเมืองจึงไม่ใช่การพูดถึงวิญญาณในรูปแบบของการเคารพ กราบไหว้บูชา แต่เป็นลักษณะของการไม่มีตัวตน การไม่ปรากฏให้เห็นชัดๆ เปรียบได้กับสถานะทางสังคมของแรงงานต่างด้าวในกรุงเทพฯ ซึ่งต้องหลบๆซ่อนๆ แต่ทุกคนรู้ดีว่ามี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?