เพรียกนกเงือกเทือกเขาบูโด (2) : อำลามหา'ลัยหนองม้า
  • Environment
  • Aug 23, 2019

หลังกลับจากการร่วมทีมสำรวจนกเงือกที่เทือกเขาบูโด​ ผมยังต้องกลับมาทำงานในป่าห้วยขาแข้งบริเวณหนองม้า​ซึ่งอยู่ติดกับหน่วยเขาบันไดต่ออีกระยะหนึ่ง​ในโครงการศักยภาพของนกหัวขวานที่ก่อให้เกิดโพรงรังของนกเงือกและช่วยงานวาดภาพรังนกในป่าเบญจพรรณ​ เป็นงานTesis ของพี่ กาหลิบ -​ ณรงค์​ จิรวัฒกวี​

จนกระทั่งในปี พ.ศ.2541หลังเสร็จสิ้นงานที่ผืนป่าตะวันตก​ในระยะเวลา ​3 ปี​ ผมจึงได้ลงมา เทือกเขาบูโด เพื่อเริ่มงานสำรวจ​ วิจัยและอนุรักษ์นกเงือกที่นี่ตามที่ได้รับปากกับอาแมวไว้

ผู้เขียนกับ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เขาสูงที่สลับซับซ้อนบนพื้นที่แสนกว่าไร่เมื่อมองจากถนนสายเอเชียขณะผ่าน อำเภอบาเจาะ นั้นคือ จุดหมายปลายทาง​ อาแมว​ ผมและทีมงานนกเงือก ซึ่งเดินทางมาพร้อมกันจากบางกอกสู่เขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี​เมื่อพลบค่ำ​ ด้วยรถโตโยต้าแวนสีขาว​

ระยะทางจากบางกอกถึงนราธิวาสพันกว่ากิโลเมตร​ หัวหน้าสมน้อย​ ภัทรเมธา (ปัจจุบันถึงแก่กรรม)​ มาต้อนรับ และเลี้ยงมื้อค่ำ​ อาแมวบอกฝากฝังผมกับหัวหน้าอุทยานฯ และขอบ้านพักหนึ่งหลังสำหรับอาศัยชั่วคราว​

ผมได้บ้านพักเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ ชื่อ บ้านบีแต ในภาษายาวีที่แปลว่า ดวงดาว คล้ายบ้านทาร์ซาน แต่ทรุดโทรมเพราะไม่ได้อยู่อาศัยนานแล้ว​ ตั้งอยู่ริมลำธารติดกับกุโบร์​ ซึ่งเงียบ และห่างไกลจากผู้คน แม้ว่าจะเป็นที่พักหลังเล็กๆ เก่าๆ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และรู้สึกปลอดภัย

เช้าวันใหม่ของการเริ่มต้น..

อาแมวพาพวกเราไปพบชาวบ้านซึ่งบางคนเคยเอาลูกนกไปขาย​บางคนรับจ้างลากไม้เถื่อน​และชาวบ้านที่เราไปหาคนแรกคือ แบมุ หรือ นิมุ​ รายอคารี​ ผู้กว้างขวางแห่งบ้านตะโล๊ะตา

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ.2537 อาแมวได้เริ่มเข้ามาสำรวจ และลงพื้นที่จากการแนะนำของเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ อับดุลเลาะห์​ การี​ เขาแจ้งไปที่โครงการฯ ว่าพบนกเงือกหัวแรดที่เทือกเขาบูโด​ ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่านกชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยแล้ว​

ข่าวการพบนกเงือกหัวแรดที่นี่สร้างความดีใจให้กับอาแมว และทีมงาน​ อับดุลเลาะห์ซึ่งเป็นผู้ส่งข่าว และติดต่อมาที่โครงการฯ ว่า มีโพรงรังนกเงือกหลายโพรงที่ชาวบ้านล้วงไปขาย รวมทั้งโพรงรังของแบมุด้วย​

แบมุ หรือ นิมุ​ รายอคารี​ (ขวา) หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอีกคนในงานอนุรักษ์นกเงือก

แรกๆ แบมุก็ไม่ค่อยไว้ใจนักเพราะอยู่ๆ จะมาห้ามไม่ให้เอาลูกนกได้ไง​ มันเป็นรายได้เสริมนะ ตัวหนึ่งก็เป็นพัน​ โพรงรังก็เป็นของแกอยู่แล้ว​ เมื่ออาแมวและทีมงานมาหาแบมุที่บ้านจึงพูดคุย​อธิบายทำความเข้าใจเพื่อขอความร่วมมือกันที่จะดูแลนกเงือกให้อยู่คู่เทือกเขาบูโดไปนานๆ

​อาแมวบอกแบมุว่า​ ถ้าแบมุยังล้วงลูกนกไปขายอยู่ต่อไปนกเงือกก็จะหมดไปจากเขาบูโด​คนรุ่นต่อๆไปก็จะไม่ได้เห็นนกเงือกอีก​

"ลูกหลานมันจะขุดกระดูกมาด่าเอา​ ว่าไม่เหลืออะไรไว้ให้เลย​ รุ่นพ่อมันทำลายหมด..ถ้าใครมาจับลูกเราไปมั่งล่ะจะรู้สึกไง"

ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำกับแววตาที่เอาจริง​ของอาแมว​ ทำให้แบมุเริ่มเข้าใจ และรู้สึกสำนึก​ผิด ตั้งแต่นั้นมาแบมุจึงเป็นแนวร่วมอนุรักษ์นกเงือกที่เข้มแข็ง และพร้อมจะปกป้องนกเงือก​ อีกทั้งยอมรับอาแมวเป็นสหายเพราะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

รถแวนสีขาวมาจอดที่บ้านทรงไทยภาคใต้หลังใหญ่ในหมู่บ้านตะโล๊ะตา​ แบมุออกมาต้อนรับอยู่หน้าบ้าน​ อาแมวลงจากรถ และจับมือสลาม​ แบมุดูมีความสุขที่เพื่อนจากบางกอกมาเยี่ยม​ แบมุมีโพรงรังนกเงือกอยู่บนภูเขา 3 โพรงที่ล้วงลูกไปขายอยู่ทุกๆ ปี​คือ นกเงือกหัวแรด 2 โพรง และนกกก 1 โพรง​

โครงการฯ จึงกำหนดให้นกเงือกหัวแรดรังนี้เป็นโพรงรังหมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ​ ปัจจุบันเราพบโพรงรังนกเงือกหัวแรดที่เทือกเขาบูโดจำนวนทั้งสิ้น​ 67 โพรง

พ.ศ. 2537 มีรายงานว่า พบนกเงือกหัวแรดที่เทือกเขาบูโด​ ซึ่งตอนนั้นทีมวิจัยฯ เข้าใจว่านกชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยแล้ว​

  • เรื่อง : ปรีดา เทียนส่งรัศมี
  • ภาพ : -
  • กราฟิก : -
  • Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์