ช่วยโลกด้วยการเลือกกิน
  • Social
  • Aug 13, 2019
  •   32

เชื่อไหมว่า แค่เปลี่ยนการกิน เราก็ช่วยโลกได้แล้ว

เรื่องนี้ยืนยันจากคณะทำงานพิเศษที่จัดตั้งโดยสหประชาชาติบอกว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ง่ายที่สุด เพราะนอกจากจะได้อนุรักษ์โลกแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยทางอาหารอีกด้วย

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ไอพีซีซี รายงานว่า รูปแบบการบริโภคและอุปโภคของมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น กลายเป็นการทำลายพื้นดินและผืนน้ำอย่างชัดเจน เพราะมนุษย์จำเป็นต้องใช้และแปรรูปทรัพยากรมากขึ้นเพื่อการดำรงชีวิต

แม้ว่าไอพีซีซีไม่ได้ระบุว่า มนุษย์ต้องเลิกการบริโภคเนื้อสัตว์อย่างถาวร แต่การใช้คำว่าการบริโภคอาหารโดยเพิ่มสัดส่วนของผัก ผลไม้และธัญพืช จะช่วยรักษาพื้นที่การเกษตรที่รวมถึงป่าได้อีกหลายล้านตารางกิโลเมตร ภายในปี 2593

“จนกว่าถึงช่วงเวลานั้นจะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยมากถึงปีละ 0.7 ถึง 0.8 กิกะตัน (1 กิกะตันเท่ากับ 1,000 ล้านตัน) เนื่องจากอุณหภูมิบริเวณผิวดินเพิ่มขึ้นมากถึง 1.53 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นมากเกือบ 2 เท่า คือ 0.87 องศาเซลเซียส”

ไอพีซีซียังบอกด้วยว่า ภาวะโลกร้อนและความแปรปรวนของสภาพอากาศโลกสร้างความแปรปรวนอย่างหนักให้กับห่วงโซ่อาหารโลก ซึ่งหากว่าพฤติกรรมการดำรงชีวิตของมนุษย์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ความปลอดภัยทางอาหารจะลดลง โดยราคาอาหารพื้นฐานอาจเพิ่มขึ้นถึง 7.6% ภายในปี 2593

ปัจจุบัน ประชากรโลก 2 พันล้านคนมีภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประชากรโลก 821 ล้านคนกำลังล้มป่วยด้วยภาวะทุพโภชนาการ

ตั้งแต่ยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในภาคพื้นดินได้เพิ่มสูงขึ้น 1.53 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่วัดจากทั้งผืนดิน อากาศและมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น 0.87 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นนี้กำลังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ผืนดินกลายเป็นทะเลทราย และความอุดมสมบูรณ์ของดินถดถอย

กว่า 1 ใน 4 ของผืนดินนั้น “เสื่อมสภาพเนื่องจากการกระทำของมนุษย์” แต่ยังมีวิธีการแก้ไขหลายทางเลือกเพื่อฟื้นฟูและปรับสภาพ ซึ่งยังเป็นวิธีที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ เอสดีจี

นอกจากนี้ ยังพบว่า 23% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ เกิดจากการทำลายป่า การเผาไหม้ และเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม แต่ผืนดินนั้นสามารถช่วยกักเก็บคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบอาหาร ทั้งจากการผลิตและการบริโภค มีปริมาณมากถึง 37% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด

คำถามคือ ถึงเวลาหรือยังที่ เราจะเลือกกินเพื่อโลก หรือจะยังคงกินไม่เลือกเพื่อตัวเองต่อไป

  • เรื่อง : Bottom Line
  • ภาพ : -
  • กราฟิก : -
เกี่ยวกับผู้เขียน
Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์