5 วิธีแก้เกมพวกขี้แกล้ง เมื่อการ Bully ไม่ได้มีแค่ในโรงเรียน!
  • Wellness
  • Aug 21, 2019

หลายคนคงเคยเห็นการ Bully ในโรงเรียนของเด็กๆ ที่ชอบกลั่นแกล้งกัน แต่รู้หรือไม่? การบูลลี่ขยายวงกว้างมากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะการบูลลี่ในโลกโซเชียลหรือที่เรียกว่า Cyberbullying ที่นับวันก็ยิ่งจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ในสังคมไทยพฤติกรรมการ Bully อาจไม่ได้รุนแรงในแง่ของการใช้กำลังทำร้ายกัน แต่มีความีรุนแรงในแง่ของคำพูดจาที่เสียดสี ถากถาง ล้อเลียนปมด้อยเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ ในภาพรวมจะเห็นว่าการบูลลี่มีอยู่ในสังคมของคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กวัยเด็กประถม วัยรุ่นช่วงมัธยม มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งคนโตๆ ที่ทำงานแล้วก็พบว่ามีการ Bully เกิดขึ้นเช่นกัน

แบบไหนที่เรียกว่า Bully ?

มาทำความเข้าใจคำว่า Bully กันก่อน หากมองในเชิงพฤติกรรมของคน การบูลลี่คือพฤติกรรมก้าวร้าวของคนหรือกลุ่มคนที่มีความได้เปรียบทางใดทางหนึ่ง กระทำต่อผู้ที่เสียเปรียบหรืออ่อนแอกว่า กระทำแบบนั้นซ้ำๆ จนผู้ถูกกระทำรู้สึกแย่ เจ็บปวด หรือเกิดความเครียด เช่น การแสดงออกที่ทำร้ายจิตใจ การใช้แรงกดดันทางสังคม การใช้คำพูดทำร้ายความรู้สึก เช่น ล้อเลียน ข่มขู่ ดูถูก วิพากษ์วิจารณ์ พูดจาล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น และ Cyberbullying ก็ถือเป็น 1 ในการ Bully เช่นกัน แถมผู้กระทำก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนอีกต่างหาก Cyberbullying จึงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมยุคปัจจุบัน 

การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน (Workplace Bullying) ไม่ว่าจะเป็นบูลลี่แบบซึ่งหน้าหรือบูลลี่ผ่านโซเชียลก็ตาม อาจส่งผลให้เหยื่อมีประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง ขาดงานบ่อย ไม่อยากทำงาน และอยากลาออกจากงานนั้นๆ อีกทั้งเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว แยกตัวจากสังคม และเสี่ยงมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองอีกด้วย

Bully คือเกมแพ้ชนะทางอำนาจ

หากมองในมิติของอำนาจทางสังคม Brooks Gibbs ผู้เชี่ยวชาญทางด้านทักษะทางสังคมและความยืดหยุ่นทางอารมณ์ อธิบายไว้ว่า Bully คือ ความต่างทางอำนาจ คือเกมแพ้ชนะ บางคนอยากมีอำนาจมากกว่าคุณ และเขาต้องการให้คุณพ่ายแพ้ เพื่อที่เขาจะเป็นผู้ชนะ ..นี่คือความต่างทางอำนาจ ถ้าคนที่กลั่นแกล้งเริ่มพูดจาไม่ดีใส่คุณ แล้วคุณตอบโต้ด้วยความโกรธ เขาจะยิ่งชอบ และกดคุณให้ต่ำลงไปอีก ยิ่งคุณโกรธเขาก็จะยิ่งสนุก! 

Bully VS Crime

หลายคนสงสัยว่าการบูลลี่ ผิดกฎหมายมั้ย? คำตอบคือไม่ผิด! มีข้อมูลจาก Ditch the Label องค์กรต่อต้านการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์จากอังกฤษ ระบุว่า ถ้าเป็นเพียงคำพูดหรือถ้อยคำทำร้ายจิตใจต่างๆ ไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม แต่หากมีการใช้กำลังทำร้ายร่างกาย เช่น ต่อย ตี ตบหน้า หรือการคุกคามทางเพศที่เรียกว่า Sexual Harassment (เช่น ผู้กระทำไปถูกเนื้อต้องตัวผู้ถูกกระทำ ในขณะที่ผู้ถูกกระทำไม่พอใจและไม่ต้องการ) แบบนี้เข้าข่ายอาชญากรรม และควรแจ้งตำรวจหรือดำเนินการทางกฎหมายได้

5 วิธีแก้เกมพวกชอบ Bully

ในเมื่อการ Bully ไม่ผิดกฎหมาย แต่หลายคนพอโดนกับตัวเองแล้วก็ทำเอาชีวิตเป๋ไปเหมือนกัน แถมสุขภาพจิตเสียทั้งโกรธ หงุดหงิด นอยด์ เครียด ปล่อยเอาไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่โดนคนที่ทำงานบูลลี่ และไม่รู้จะจัดการยังไงดี วันนี้ Bottom Line มีวิธีแก้เกมพวกที่ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นมาแนะนำ

1. เขาแรงมา อย่าแรงตอบ เราไม่ใช่ตัวปัญหา

องค์กร Ditch the Label แนะนำว่า ถ้าคุณถูก Bully อย่างแรกที่ต้องคิดเลยคือ อย่ามองว่าตัวเองเป็นปัญหา เพราะเหตุผลที่ผู้คนถูกข่มขู่ไม่ใช่เพราะเรื่องเพศ สีผิว เชื้อชาติ รูปร่าง หน้าตา ความพิการ หรือปัจจัยพิเศษอื่นๆ แต่มันเป็นเพราะทัศนคติของคนๆ นั้นต่างหาก และทัศนคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากมาก จำไว้ว่าคนที่รังแกนั่นแหละคือคนที่มีปัญหา ไม่ใช่คุณ! เพราะฉะนั้นอย่าไปแรงตอบ ปล่อยวางไปเถอะ

2. ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรมา อย่าโมโห!

Brooks Gibbs แนะนำว่าถ้ามีคนเริ่ม Bully พูดจาไม่ดีใส่คุณ แล้วคุณตอบโต้ด้วยความโกรธ เขาจะยิ่งชอบ ยิ่งคุณโกรธเขาก็ยิ่งสนุก แต่ถ้าคุณมีความยืดหยุ่นทางความคิด มีความมั่นคงทางอารมณ์ และมีความแข็งแกร่งทางจิตใจ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะพูดอะไรใส่คุณก็ตาม คุณก็ไม่ได้ใส่ใจ 

ถ้าคุณเป็นเหยื่อของคนที่ทำให้คุณเสียน้ำตา ยั่วยุ กลั่นแกล้ง ให้ตัดสินใจว่าจะไม่โมโห ทำตัวให้หนังหนาเข้าไว้ เมื่อเขาพูดอะไรมากระทบคุณก็ให้คำด่าพวกนั้นกระเด้งออกไปจากตัวคุณซะ และไม่ต้องสนใจว่าเขาจะพูดอะไรต่อ การกลั่นแกล้งมันก็เป็นแค่เกมแพ้ชนะ และวิธีที่จะเอาชนะเกมนี้ คือ คุณก็แค่ไม่ต้องโมโหไปกับมัน คนกลั่นแกล้งก็จะแพ้ไปเอง เมื่อเขาแพ้...เขาก็จะไม่อยากเล่นเกมอีกต่อไป เขาก็จะถอยห่างจากคุณไปเอง 

3. ไม่ต้องสนใจ แต่เก็บไปรายงานเบื้องบน!

ถ้าคุณโดน Bully ก็ไม่ต้องสนใจ ให้มองคนๆ นั้นให้เป็นอากาศธาตุไปซะ แต่ถ้ายังมากลั่นแกล้งยั่วยุอยู่บ่อยๆ ก็ต้องแก้ไขด้วยการเก็บหลักฐาน จดสถิติไว้ว่าคนๆ นี้ชอบบูลลี่คุณและคนอื่นๆ ในที่ทำงานบ่อยแค่ไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร แล้วนำข้อมูลไปรายงานผู้บังคบบัญชาหรือฝ่ายบุคคลเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลมาแล้ว มีข้อมูลจาก สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน ZAmerican Psychological Association : APA) ระบุว่า ในโครงการหนึ่งมีนักจิตวิทยาสอนให้พนักงานเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการให้พนักงานรวบรวมข้อมูลปัญหาที่พบเจอในที่ทำงานแล้วส่งหมุนเวียนไปตามขั้นตอนในระดับปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บังคับบัญชา จากนั้นปัญหาถูกนำมาพิจารณา ไตร่ตรอง และแก้ไขปัญหาได้จริง พบว่าเมื่อลองทำวิธีนี้แล้วพนักงานมีพฤติกรรมความก้าวร้าวน้อยลง และทำงานอย่างมีความสุขและพึงพอใจมากขึ้น

4. ถ้าต้องตอบโต้ ต้องมีเมตตาและใจเย็น

บางครั้งการนิ่งๆ และทำเป็นไม่สนใจ ก็ไม่สามารถหยุดพวกชอบ Bully ได้ เราจึงต้องสวนกลับซะบ้าง! แต่อย่างที่บอกไปว่าอย่าตอบโต้ด้วยความโกรธ แต่เราต้องตอบโต้อย่างฉลาดเพื่อให้ชนะเกมนี้ ส่วนคนที่แกล้งเราก็ให้แพ้ไปแบบจุกๆ

สิ่งที่ต้องทำคือ เมื่อโดนบูลลี่มาปุ๊บ ให้ยืนหยัดอย่างมั่นคงแล้วพูดเพื่อบอกคนพาลคนนั้นไปว่า ..คุณคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นมืออาชีพมากกว่านี้.. พูดด้วยท่าทีสงบและมีความมั่นใจ เท่าที่คุณจะสามารถรวบรวมได้ ถึงเวลาแล้วที่คนๆ นั้นต้องรู้พฤติกรรมแย่ๆ ของตัวเองสักที

5. คำด่าของเขา ไม่มีผลอะไรกับชีวิตคุณ

หนึ่งในการตอบโต้ที่ชาญฉลาดที่สุด คือ ให้บอกพวกที่ชอบมา Bully คุณไปว่า "นี่เธอ...จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ คำพูดของเธอไม่มีผลอะไรกับชีวิตฉันหรอก ถ้ามีความสุขก็ทำไปเถอะ" ..รับรองได้ผลชะงัด และลองมาดูตัวอย่างการ Bully และการตอบโต้ด้วยชุดคำพูดที่ไม่ใช้ความโกรธ จากคำแนะนำของ Brooks Gibbs

A: คุณมันโง่ // B: คุณคิดว่าผมโง่เหรอ

A: ใช่ // B: อืม บางครั้งผมก็ทำสิ่งโง่ๆ มันก็จริงนะ

A: ใช่สิ คุณทำแต่เรื่องโง่ๆ ตลอดแหละ // B: ผมรู้ คุณฉลาดสินะ คุณโชคดีจังเลย

A: ใช่ นี่แหละตัวฉัน // B: คุณนี่เจ๋งไปเลย

A: ขอบคุณ แต่คุณมันไม่เจ๋งเอาซะเลย

B: ใช่ ความเจ๋งนี่เราต้องสร้างมันขึ้นมา ฟังนะ...ความสุขของผมไม่ได้ตั้งอยู่บนความคิดของคุณว่าผมเจ๋งหรือไม่เจ๋ง ผมก็ยังจะมีความสุขอยู่ดี ถึงแม้คุณจะเกลียดผมก็เถอะ แล้วผมก็ยังจะทำดีกับคุณเหมือนเดิม

A: โอเค // B: คุณนี่น่ารักดีนะ ว่าไหม?

A: ขอบคุณนะ // B: ไม่เป็นไร

ที่มา: brooksgibbsapa.orgtinypulseditchthelabel.org, pobpad

ถ้าจู่ๆ มีคนในที่ทำงานมา Bully ใส่คุณ จงจำไว้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้ตัวใหญ่หรือมีอำนาจมากกว่าคุณ ไม่ต้องไปตอบโต้อะไร พวกเขาก็แค่คนอ่อนแอที่ต้องการความรักและการยอมรับจากคนรอบข้าง แต่กลับใช้วิธีผิดๆ แค่นั้นเอง

  • เรื่อง : วรุณรัตน์ คัทมาตย์
  • ภาพ : Shutterstock
  • กราฟิก : ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม
  • นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

    Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

    เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

    • About
    • Contact
    • For Advertiser
    • Want to become an author?