แชร์ 5 วิธี "เก็บเงินเที่ยว" ระดับเทพ!
  • Pleasure
  • Aug 9, 2019
  •   201

ชมทะเลหมอก เดินป่า ล่องแพ ดำน้ำดูปะการัง ว่ายน้ำกับโลมา นอนดูดาว หรือแม้แต่ไปล่าแสงเหนือ ฯลฯ หากคุณเป็นหนึ่งในมนุษย์เงินเดือนที่กำลังแพลน ทริปในฝัน แต่เงินดันไม่ค่อยมี ก่อนจะถึงสิ้นปีนี้ (มองดูปฏิทิน นี่มันครึ่งค่อนปีมาแล้วนะ!) ลองมา เก็บเงินเที่ยว ให้จริงๆ จังๆ ดูสักครั้งเพื่อทริปนั้นในใจคุณ!

Bottom Line มีเคล็ดลับ How to วิธีเก็บเงินเที่ยวเพื่อเนรมิตทริปในฝันได้ดั่งใจ สไตล์มนุษย์เงินเดือนมาบอกต่อ ซึ่งเป็นวิธีเก็บเงินแบบ Intensive Course ใช้เวลาแค่ 3-4 เดือน ก่อนจะถึงวันหยุดยาวช่วงสิ้นปี รับรองทำตามได้ไม่ยากถ้าตั้งใจจริง

ก่อนที่จะมาเล่าถึงวิธี เก็บเงินเที่ยว อยากให้คุณเตรียมตัวขั้นแรกให้พร้อมก่อน นั่นคือ เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไปให้ชัดเจน ให้ถามตัวเองว่าปลายปีนี้อยากไปเที่ยวไหน? ให้รีบตัดสินใจไว้เลย เพราะการตั้งเป้าหมายไว้เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น อย่างน้อยจะได้เช็กราคาค่าตั๋วเดินทาง ราคาที่พัก ค่าอาหารการกิน ค่าเช่ารถ ค่าจิปาถะ ฯลฯ คำนวณไว้คร่าวๆ เพื่อที่จะได้รู้ตัวเลขที่จะต้องเก็บเงินให้เพียงพอสำหรับทริปนี้

- เที่ยวไทย: ส่วนใหญ่ทริปปลายปี คนไทยนิยมไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็นที่เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน ฯลฯ แพลนทริป 3-4 วันมีค่าใช้จ่ายราวๆ 5,000-7,000 บาท

- เที่ยวต่างประเทศ: บางคนอยากไปเที่ยวต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ฯลฯ แพลนทริป 3-4 วันมีค่าใช้จ่ายราวๆ 12,000-15,000 บาท

แนะนำให้แพลนวันลาหรือวันหยุดเอาไว้เลย แล้วรีบหาตั๋วโปรโมชัน ถ้าวัน-เวลาลงตัวแล้วก็รีบกดจองตั๋วเลย เพราะตั๋วราคาถูกหายากนะ จะบอกให้! เอาล่ะ...มาดูเคล็ดลับวิธีเก็บเงินแบบเข้มข้นในระยะเวลาสั้นๆ ให้ได้ตามเป้าหมายกัน

1. เงินเดือนออกปุ๊บ เก็บก่อนปั๊บ!

วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ยืนยันจาก จักรพงษ์ เมษพันธุ์ Money Coach ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน อธิบายไว้ว่า เวลาจะเริ่มเก็บเงินหลายคนมักชะล่าใจ รอให้มีเงินเหลือมากๆ ก่อนค่อยเอาไปเก็บออม ซึ่งวิธีแบบนี้เสี่ยงมากที่จะไม่ได้ออมเงินก้อนสักที

วิธีที่ The Money Coach แนะนำคือการตัดเงินออมแบบอัตโนมัติ พอเงินเดือนออกปุ๊บก็ตัดเข้าบัญชีเงินออมปั๊บ เพราะเงินที่เราไม่เห็นคือเงินที่เราจะไม่ได้ใช้ คือ ใช้เฉพาะเงินที่เห็นอยู่ในกระเป๋าเราก็พอ แบบนี้เรียกว่าวิธีหักดิบ อาจจะเจ็บตัวหน่อยแต่ได้ผลชัวร์

ยกตัวอย่าง เช่น คุณจะเก็บเงินไปเที่ยว 6,000 บาท พอเดือนนี้เงินเดือนออกปุ๊บ ก็ถอนออกไปเก็บไว้ที่บัญชีออมทรัพย์อีกบัญชีทันที 6,000 บาท แล้วค่อยมาจัดการชีวิตกับเงินที่เหลือ เป็นต้น

อ่านเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:

- หนีความจน แบบคนกำลังสร้างตัว

- คู่มือ Travel Survivors ฉบับ First Jobber

2. เก็บน้อย แต่เก็บ(สม่ำเสมอ)นะ

โดยธรรมชาติของคนเรามักจะมีความขี้เกียจ ความเผลอ ความขี้ลืม หรือข้ออ้างอะไรต่างๆ นานาอยู่แล้ว เวลาจะเริ่มเก็บเงินทีไรก็มักจะทำได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ ให้เอาขวดโหลหรือกระปุกมาตั้งไว้ในที่ๆ เรามองเห็นทุกวัน เขียนป้ายแปะไว้เลยว่า เก็บเงินเที่ยว แล้วต้องเอาเงินมาหยอดโหลนี้ทุกวัน จะมากจะน้อยก็ต้องหยอด ทำให้เป็นนิสัย

หรืออีกวิธีคือ "เก็บแบงก์ 50 บาท" เป็นวิธีที่ชาวโซเชียลแชร์กันกระหน่ำอยู่ระยะหนึ่ง และมีหลายคนเอาไปทำตามและได้ผลดีซะด้วย ถ้าเริ่มเก็บเงินตั้งแต่วันนี้ เก็บทุกวันๆ ละ 50 บาท ในระยะเวลา 3-4 เดือนก่อนถึงสิ้นปี คุณจะมีเงินเก็บอย่างน้อย 4,500-6,000 บาท

3. เก็บเหรียญให้หมด!

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบพกเหรียญให้หนักกระเป๋าด้วย ให้คุณเน้นใช้ธนบัตรในการจับจ่ายใช้สอยเป็นหลัก พอได้เงินทอนมาเป็นเหรียญก็เก็บไปหยอดใส่กระปุกที่บ้านให้หมด วิธีนี้ช่วยให้คุณมีเงินเก็บได้จริง แต่อาจจะไม่ได้ในจำนวนมากอย่างที่คุณต้องการในระยะเวลาสั้นๆ เหมาะกับการเก็บออมระยะยาวมากกว่า

4. เก็บแบบหารเงินเดือน

ให้คุณลองทำแบบนี้ ถ้าคุณจะไปเที่ยวโดยตั้งงบไว้ 6,000 บาท เหลือเวลาเก็บเงินอีก 3 เดือนหรือ 90 วัน เราก็หารเฉลี่ยออกมาเลยจ้าว่าจะต้องเก็บครั้งละเท่าไหร่ อาจจะเก็บเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้ เช่น 

- ถ้าเก็บรายเดือน ก็จะต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละ 2,000 บาท (6,000/3)

- ถ้าเก็บรายสัปดาห์ ก็ต้องเก็บให้ได้สัปดาห์ละ 500 บาท (6,000/12)

- ถ้าเก็บแบบรายวันทุกวัน ก็จะต้องเก็บเงินวันละ 66.66 บาท (2,000/30)

5. ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสิ!

เราอยู่ในยุค 4.0 กันแล้ว ถ้าพอจะมีเทคโนโลยีอะไรที่ช่วยให้คุณเก็บเงินเที่ยวได้ตามเป้าหมายได้ดีขึ้น ก็ควรลองหามาใช้ดู เรากำลังพูดถึงแอปพลิเคชันเก็บเงิน ซึ่งจะช่วยให้คุณทำบัญชีรายรับรายได้ได้ดีขึ้น มีระบบแจ้งเตือนให้คุณไม่ลืมเก็บเงินรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน แถมบางแอปฯ ก็ยังช่วยเตือนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วย ป้องกันไม่ให้คุณรูดปื้ดๆ เพลินจนวงเงินเต็ม

สำหรับแอปฯ ที่ช่วยบริหารจัดการเงินและการเก็บเงิน ได้แก่ Money Lover Expense Tracker, Weple Money, Piggipo, Household Account Book, Spendee Budget & Money Tracker เป็นต้น

ทริกแถมท้ายอีกอย่างที่อยากแนะนำคือ ถ้าคุณแพลนว่าจะไปเที่ยวแล้ว ให้คุณเล่าให้คนรอบข้างฟังด้วย เพราะมีงานวิจัยระบุว่า ถ้าคุณได้เขียนหรือบอกคนอื่นถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ มันมีโอกาสที่จะสำเร็จมากขึ้น ฉะนั้นบอกให้หมด พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือจะเขียนโน๊ตแปะไว้ตามจุดต่างๆ ที่คุณจะต้องมองเห็นมัน เช่น ตู้เย็น หน้ากระจก ข้างจอคอมพ์ที่โต๊ะทำงาน เป็นต้น

เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้คุณเก็บเงินได้ตามเป้าหมายได้จริงจังสักที

ที่มา: aommoney, skyscanner, krungsri, gobear

มนุษย์เงินเดือนสายท่องเที่ยวมักจะมีเคล็ดลับ How to วิธีเก็บเงินต่างๆ มาบอกต่อเพื่อนๆ ที่ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน เพื่อเป้าหมายสร้างทริปในฝันให้กลายเป็นจริง

  • เรื่อง : วรุณรัตน์ คัทมาตย์
  • ภาพ :
  • กราฟิก :
เกี่ยวกับผู้เขียน
นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนมาเกือบ 10 ปี ทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต