เมื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกล่าแม่มด
  • Culture
  • Sep 5, 2019

วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ผลงานของ เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) เป็นหนังสือที่ขายได้มากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลกและยังเป็นวรรณกรรมเยาวชนยอดฮิตตลอดกาลในบ้านเราด้วย ที่ผ่านมาวรรณกรรมเรื่องนี้ได้เสกมนตร์ให้เด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกรักการอ่านมาแล้ว

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาได้มีความรู้สึกว่า ควรแบนเรื่องนี้ และถอดออกจากห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดสาธารณะ ทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งใน Banned Book ในประเทศเสรีดังกล่าว

Banned Book หมายถึง หนังสือต้องห้าม เป็นหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ที่ถูกห้ามหรือถูกระงับโดยสถาบันทางศาสนาหรือโดยรัฐบาลด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง เนื่องจากมีเนื้อหาที่คัดค้านหรือเป็นอันตราย โดยทั่วไปเป็นเหตุผลทางศาสนา ทางการเมือง หรือทางสังคม

หนังสือต้องห้ามเป็นหนังสือที่ถูกห้ามนำเข้าไปไว้ในห้องสมุด ร้านหนังสือ หรือห้องเรียน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการโต้แย้ง การท้าทายในทางการเมือง ทางศาสนา หรือทางสังคม

ในอดีตหนังสือต้องห้ามหลายๆ เล่มถูกเผาหรือถูกปฏิเสธการพิมพ์ การครอบครองหนังสือต้องห้ามถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นกบฏ หรือเป็นผู้มีความคิดเห็นนอกรีต ซึ่งบางครั้งอาจมีโทษทางกฎหมาย ถ้าละเมิด อย่างไรก็ตาม บางครั้งการห้ามก็อาจได้รับการยกเลิกได้เมื่อมีการท้าทายกันในศาล และศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการห้าม

ล่าสุด มีรายงานของสื่อเมื่อวันที่ 3 กันยาย 2019 ว่า โรงเรียนนิกายคาทอลิก เซนต์ เอ็ดเวิร์ด (St. Edward Catholic School) เมืองแนชวิลล์ (Nashville) มลรัฐเทนเนสซี (Tennessee) สหรัฐอเมริกา สั่งถอดหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ทั้ง 7 เล่มออกจากห้องสมุดของโรงเรียน โดยให้เหตุผลว่า วรรณกรรมเยาวชนชุดดังกล่าวอาจเป็นการกระตุ้นให้เด็กร่ายเวทมนตร์คาถาเพื่อปลุกวิญญาณชั่วร้ายได้

เจ.เค.โรว์ลิง กล่าวถึงหลักของ "เวทมนตร์คาถา" ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่า ประกอบด้วยท่าทางประกอบการใช้ไม้กายสิทธิ์ของตัวละคร พร้อมกับการร่ายเวทมนตร์โดยการออกเสียงหรือท่องในใจ ในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม ได้มีการเสนอแนวคิดการร่ายเวทมนตร์โดยไม่ต้องออกเสียง (คาถาไร้เสียง) ทำให้เวทมนตร์คาถาบางบทไม่มีการออกเสียง โดยก่อนหน้านั้น ทุกคาถาที่ร่ายออกมาโดยตัวละครสำคัญล้วนมีการท่องคาถาอย่างเหมาะสม แม้ผู้ใช้เวทมนตร์ผู้ใหญ่ระดับก้าวหน้า อาจใช้คาถาโดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมาในหนังสือเล่มก่อน ๆ ด้วยเหตุนี้ คำร่ายคาถาซึ่งใช้สำหรับเวทมนตร์บางบทที่พบในเจ้าชายเลือดผสมและเรื่องต่อเนื่อง เครื่องรางยมทูต จึงไม่มี

ถ้าอยากรู้เรื่องเวทมนตร์คาถาอย่างลึกซึ้ง ไปอ่านหนังสือชุด "Harry Potter: A History of Magic, The Book of the Exhibition" และ "Harry Potter: A Journey Through A History of Magic" ได้เลย

อาจารย์ประจำของโรงเรียนคาทอลิกเซนต์ เอ็ดเวิร์ด เมืองแนชวิลล์ ออกมาชี้แจงว่า วรรณกรรมเยาวชนชุดดังกล่าวอาจโน้มน้าวผู้อ่านให้ตกอยู่ภายใต้ความชั่วร้ายได้ จากข้อมูลที่ได้รับผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์โดยหนังสือพิมพ์รายวัน เดอะ เทนเนสเซียน (The Tennessean) แดน รีฮิล (Dan Reehil) อาจารย์โรงเรียนนิกายคาทอลิกเซนต์ เอ็ดเวิร์ด กล่าวว่า “เขาได้ทำการติดต่อกับนักไล่ผีทั้งในสหรัฐอเมริกาและกรุงโรมผู้ซึ่งแนะนำว่าควรนำหนังสือชุดดังกล่าวออก”

รีฮิลยังกล่าวอีกว่า “คำสาปและคาถาอาคมในหนังสือคือของจริง เมื่ออ่านหรือท่องแล้วอาจโน้มน้าวทำให้ผู้อ่านเสี่ยงต่อภัยชั่วร้ายได้”

เหล่า มักเกิล (Muggle) เหล่าสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเผลออุทานกันออกมาว่า จริงเหรอเนี่ย!  แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ที่โรงเรียนหรือโบสถ์คริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ปฏิเสธหนังสือวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์  มีรายงานว่าเมื่อต้นเดือนเมษายน ค.ศ. 2019  กลุ่มชาวคริสต์สายอีแวนเจลิกที่ชื่อว่า มูลนิธิเอสเอ็มเอสจากสวรรค์ เผยแพร่รูปภาพในเฟซบุ๊กที่นักบวชนิกายคาทอลิกในตอนเหนือของโปแลนด์กำลังทำพิธีกรรมเผาหนังสือหลายเล่ม โดยอ้างว่าเพื่อทำตามที่ระบุในพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งมีการห้าม และประณามเกี่ยวกับเวทมนตร์ และหนึ่งในหนังสือที่ถูกเผาก็คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์  ชุดนิยายชื่อดังเกี่ยวกับเรื่องราวของพ่อมดน้อยที่มีรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผาก

พ่อมดน้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์ วรรณกรรมในดวงใจของนักอ่านแนวแฟนตาซี ที่เริ่มวางจำหน่ายภาคแรกในปี 1997 หลายครั้ง ถูกวิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์ และศาสนาว่าหมกมุ่นอยู่กับเวทมนตร์หมอผี   สำหรับในประเทศโปแลนด์ได้มีการออกกฎหมายจารีตและความยุติธรรม  ซึ่งรัฐบาลใช้ค่านิยมดั้งเดิมตามหลักของคาทอลิกและศาสนจักรและมีอิทธิพลอย่างมากในสังคมของประเทศ อย่างไรก็ดี การเผาหนังสือนวนิยายได้สร้างเสียงวิจารณ์ในหมู่ชาวเน็ตในโปแลนด์เช่นกัน หลังจากที่เกิดกรณีดังในแวดวงคาทอลิกเนื่องจากพบว่าบิชอปและบาทหลวงหลายคนเคยล่วงละเมิดทางเพศเยาวชน

เริ่มมีกระแสต่อต้าน

การสั่งแบนซีรีส์พ่อมดมาจากครอบครัวเคร่งศาสนาในสหราชอาณาจักรเพราะเรื่องนี้สนับสนุนเวทมนตร์คาถาและเรื่องของผู้วิเศษอย่างพ่อมดแม่มด ซึ่งในคัมภีร์ไบเบิลถือว่าเป็นคนนอกศาสนา เป็นปีศาจชั่วร้าย ในมุมมองของผู้ปกครองรู้สึกขัดใจที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมไม่ดี เช่น โกหก แหกกฎ สร้างปัญหา แต่ตอนท้ายกลับยังคงได้รับคำชื่นชมจากผู้อื่น

เจ.เค.โรว์ลิง เขียนถึงการล่าแม่มดไว้ในเชิงขบขันแต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

การล่า และสังหารแม่มดเป็นเหมือนรอยแปดเปื้อนในประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ ที่ไม่สามารถลบเลือนได้

โดยเฉพาะการทารุณกรรมต่างๆ ซึ่งเกิดจากฝีมือของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ต้องมีความเมตตาการุณย์อยู่ในจิตใจ  แต่ตรงกันข้าม ไม่ปรากฏหลักฐานว่า แม่มดได้เคยทำร้ายผู้คนจริงๆ นอกจากคำสารภาพของบุคคลที่ถูกทรมานให้รับผิด  เชื่อกันว่า แม่มดเคารพบูชาซาตาน ในการรับใช้จอมมารนั้นต้องเกณฑ์ผู้คนเข้าเป็นพวก อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอันยิ่งใหญ่เพื่อทำลายคริสต์ศาสนา ลดทอนค่านิยมอันดีงาม และล่อวิญญาณมนุษย์สู่ขุมนรก

ในวันธรรมสวนะ หรือ ในวันชุมนุมของศาสนิกชนยิว ในพิธีนั้นเหล่าแม่มดจะทำการสักการะซาตาน ผู้เป็นเจ้านาย ซึ่งจะมาปรากฏตัวให้เห็นเป็นบางครั้งในรูปมนุษย์ แต่บ่อยครั้งจะปรากฏในรูปสัตว์ เช่น แพะสีดำสนิท ตัวใหญ่โตมหึมา เมื่อคริสตจักรเรืองอำนาจจึงเกิดการเข่นฆ่าพวกนอกศาสนาอย่างโหดเหี้ยม

เดิมทีมีการจัดการกับพวกแม่มดหมอผีอยู่บ้าง  แต่การประหัตประหารเหล่าแม่มดอย่างเป็นระบบเริ่มจากการพิพากษาของศาลที่สนับสนุนโดยพระสันตะปาปา ซึ่งจัดตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 13  เพื่อกำจัดพวกนอกรีตอัลโบเจนเซียน หรือชาวเมืองฮีลบี ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แต่ก่อนนั้นพระสันตะปาปาหรือโป๊ป เป็นผู้กุมอำนาจทั้งการเมืองและศาสนา ฉะนั้นแล้ว คริสต์ศตวรรษที่ 13 จึงมีบรรดาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีโป๊ปสนับสนุน  เทียวไปสอบสวน  ระรานพวกอัลโบเจนเซียน เลยเถิดไปจนกลายเป็นการเข่นฆ่าพ่อมดแม่มด

การเข่นฆ่าแม่มดขนานใหญ่เกิดขึ้นกลางยุโรปราวศตวรรษที่ 15 ต่อเนื่องไปจนถึงศตวรรษที่ 17 ยาวนานหลายร้อยปี  มีการกล่าวหาบุคคลต่างๆ มากมาย มีกระบวนการสอบสวน กระทำการทารุณต่างๆ ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถทนได้ เช่น การใช้ตะปูควงตอกเล็บ  ใช้เครื่องชักรอกดึงแขนให้ไขว้ขึ้นเพื่อให้หัวไหล่หลุดแล้วแขวนไว้อย่างนั้นเพื่อให้ทรมานและอื่นๆ อีกมากมาย  ผลการสอบสวนจะยุติลงเมื่อมีการสารภาพ แน่นอนมันคือการยอมรับผิดว่าตนเป็นพ่อมดแม่มด แต่เท่านี้ก็ยังไม่พอ เหยื่อยังถูกให้ซัดทอดต่ออีก

กระทั่งล่วงเข้าศตวรรษที่ 17 ไปแล้วผู้คนเริ่มมีเหตุผลมากขึ้น เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่ประกาศยุติการประหารแม่มดใน ค.ศ. 1610 แต่กว่าจะยุติได้หมดทุกประเทศก็เกือบถึงปลายศตวรรษ มีข้อมูลว่าจำนวนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารด้วยข้อหาแม่มดมีจำนวนมหาศาลเฉพาะในเยอรมนีมีไม่น้อยกว่า 1 แสนคน ฝรั่งเศสกับสกอตแลนด์รวมแล้วราว 1 หมื่นคน อังกฤษประมาณกว่า 1 พันคน เมื่อประเมินทุกประเทศเชื่อกันว่าไม่น้อยกว่า 2 แสนคน

การล่าแม่มดยังไม่หมดไปจากโลก

การล่าและต่อต้านแม่มดเป็นเรื่องจริงจังมากจนมีการเขียนเป็นกฎหมาย โทษถึงตายในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี ปาปัวนิวกีนี และปัจจุบันบางประเทศก็ยังคงใช้กฎหมายนี้อยู่ อย่างเช่น ซาอุดิอาระเบีย และ แคเมอรูน ปัจจุบันวาทกรรมการล่าแม่มด ถูกใช้ในบริบทที่แตกต่างออกไปตามยุคสมัย แม้ว่าจะไม่มีแม่มดที่ทำคุณไสยใส่คนเหมือนเมื่อก่อน แต่การล่าแม่มดในปัจจุบัน ก็คือการกระทำเพื่อต่อต้าน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยในแนวคิดขององค์กร ด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการดูหมิ่น หรือ ประจานให้เสียเกียรติ

ซีรีส์พ่อมดชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ยังคงอยู่ในกระแสการล่าแม่มดอยู่ เพราะประเทศต้นกำเนิด         นวนิยายอย่างสหราชอาณาจักรและประเทศเสรีอย่างสหรัฐอเมริกามองว่าเป็นภัยคุกคาม อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ชั่วร้าย และอื่นๆ ตามมา และที่สำคัญคือมองว่าเป็นเรื่องของการต่อสู้กับคริสตจักร และนั่นมันคืออำนาจของวรรณกรรมหรือ?

ไฮน์ริช ไฮน์ กวีชาวเยอรมัน เคยกล่าวไว้เมื่อปี 1823 ว่า "ถ้าหากที่ใดก็ตามมีการเผาหนังสือ ถึงที่สุดแล้วก็จะมีการเผาคนด้วย" คำพูดของเขากลายเป็นความจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่เผด็จการนาซีเผาหนังสือที่อ้างว่าทำให้เกิดความเสื่อม ในนั้นมีหนังสือที่เขียนโดยชาวยิวอยู่ด้วย ในเวลาต่อมาพวกนาซีก็เผาชาวยิวโดยอ้างอุดมการณ์เหยียดเชื้อชาติในแบบนาซี

ปฏิเสธไม่ได้เลยเช่นกันว่าซีรีส์พ่อมด แฮร์รี่ พอตเตอร์ จัดเป็นหนังสือขายดีบนแท่นหนังสือตามร้านหนังสือในหลายประเทศ แน่นอนว่ามันทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้ซัดแทรกเข้ามาอยู่ในปรากฏการณ์กระแสหลักและเป็นแรงกระตุกตุ้นหนึ่งที่ทรงพลังอย่างแรงกล้าพอที่จะสั่นสะเทือนสังคมและกลุ่มผู้เสพ หรือแม้แต่สร้างกระแสในช่วงสั้นๆ

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับประเด็นการสั่งแบน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในโรงเรียนคาทอลิกเซนต์ เอ็ดเวิร์ดนี้ ฝ่ายสังฆมณฑลแห่งแนชวิลล์ (เขตการปกครองของคริสตจักร) นำโดย รีเบคกา แฮมเมล (Rebecca Hammel) กล่าวว่ารีฮิลมีสิทธิ์เด็ดขาดภายในโรงเรียนของเขา แฮมเมลคิดว่าหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์  ประพันธ์โดยเจ. เค. โรว์ลิง ยังอยู่บนชั้นหนังสือของห้องสมุดอื่นๆ ในเขตการปกครองของคริสตจักรภายในเมืองต่อไป

อ้างอิง

The Washington Times

The Telegraph

The Culture Trip

www.qz.com

@ inquirerdotnet on Twitter

การเข่นฆ่าแม่มดขนานใหญ่เกิดขึ้นกลางยุโรปราวศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันวาทกรรมการล่าแม่มด ถูกใช้ในบริบทที่แตกต่างออกไปตามยุคสมัย แม้ว่าจะไม่มีแม่มดที่ทำคุณไสยใส่คนเหมือนเมื่อก่อน แต่การล่าแม่มดในปัจจุบัน ก็คือการกระทำเพื่อต่อต้าน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยในแนวคิดขององค์กร ด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการดูหมิ่น หรือ ประจานให้เสียเกียรติ

  • เรื่อง : วทัญญู ฟักทอง
  • ภาพ :
  • กราฟิก : ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม
  • Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์