3 คำถาม จาก "ศศิน เฉลิมลาภ" ถึง "กระเช้าภูกระดึง"
  • Environment
  • Sep 4, 2019

กระเช้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึงควรมีหรือไม่ กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นถึงความคืบหน้าการทำกระเช้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายให้รอบด้าน เพราะบางฝ่ายมองว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เกิดผลดีต่อธรรมชาติที่ไม่ต้องถูกย่ำระหว่างทางเดินจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขึ้นไปท่องเที่ยวและอาจทิ้งขยะมากขึ้น จนสร้างความเสื่อมโทรมต่อป่า

ขณะที่กลุ่มคนพิการมองว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะทำให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สามารถขึ้นไปเที่ยวภูกระดึงได้ด้วย เพราะปัจจุบันมีการใช้ลูกหาบเดินทาง ต้องฟังความคิดเห็นจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นอย่างไร และจะรีบสรุปผลให้ได้โดยเร็ว ถ้าภูกระดึงเป็นสถานที่ที่ชาวไทยและต่างชาตินิยมไปท่องเที่ยว

วันนี้ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ตั้งข้อสังเกต และฝากคำถามให้ช่วยกันคิดต่อ 3 เรื่อง 3 ระดับ

โดยเขามองว่า หากทำกระเช้าภูกระดึง สิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์อันดับแรกน่าจะเป็น ธุรกิจที่สัมพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ที่มีคนครอบครองอยู่รอบๆ ภูเขาภูกระดึง และเส้นทางสู่ภูกระดึง จะคึกคักทั้งการเพิ่มมูลค่า การหมุนเวียนของเม็ดเงินต่างๆในการขยายกิจการเพื่อรับการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น และหมุนเวียนมาเยือนเพื่อขึ้นลงกระเช้าไปที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขา ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากใช้สองเท้าเดิน

เรื่องต่อมา ก็คือ ทำให้คนที่คิดว่าตัวเองขึ้นไม่ไหว ไม่มีเวลา และไม่กล้าขึ้น รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ และร่างกายอื่นๆมีโอกาสขึ้นไปได้ และกระเช้าไฟฟ้าอาจจะช่วยนำคนเจ็บป่วย บาดเจ็บ ขยะ และขนส่งข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ขึ้นไปง่ายขึ้น นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

แต่การสร้างกระเช้าภูกระดึง ก็ยังมีโจทย์ที่ ไม่มีใครคิดจะตอบ 3 ข้อ 3 ระดับ

ระดับที่ 1 ภูกระดึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาที่เป็น Trekking trail ที่ดีที่สุดของประเทศ เมื่อประเมินจากระยะทางที่ไม่ไกลมาก แทบไม่มีอันตรายอะไรถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท การจัดการที่ลงตัว มีค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวไม่แพง รวมถึงเมื่อขึ้นไปแล้วก็มีที่สวยๆ ให้ไปเดินเที่ยวมากมาย เรียกว่าคุ้มค่าเดินขึ้น และเดินเที่ยว

สิ่งต่างๆ ที่ว่ามาทำให้ภูเขาลูกนี้ทำหน้าที่มอบความรักธรรมชาติ ความซึมซับความงามทั้งจากธรรมชาติ และมิตรภาพระหว่างทาง รวมถึงการเรียนรู้ที่บังเกิดขึ้นมากมายระหว่างความอดทนเดินขึ้น สถานที่แบบนี้ในประเทศไทยมีที่เดียวคือ “ภูกระดึง” ส่วนที่อื่นๆ ก็มีถนนขึ้นถึง หรือ เดินไกลเกินไป เดินไปถึงแล้วก็ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก

ดังนั้น เมื่อมีกระเช้า ความท้าทายให้ไปถึงเรื่องที่ว่ามาย่อมสู้ความสบายเย้ายวนของการขึ้นกระเช้าไม่ได้ มีคนเดินขึ้นก็คงมีน้อยกว่าน้อย พวกที่จะเลือกเดินก็เป็นคนที่รักธรรมชาติมากมายอยู่แล้ว คนที่ขึ้นกระเช้าไปก็ไม่ได้ซึมซับอะไร ขึ้นไปก็เหมือนขับรถขึ้นภูเรือ ดอยอินทนนท์ หรือภูเขาอื่นๆ ที่กลับมาก็ไม่มีความหมายอะไร ภูกระดึงทำหน้าที่นี้ให้ประเทศไทยมากว่าห้าสิบปี ตั้งแต่รุ่นปู่ จนถึงปัจจุบัน การมีกระเช้าหมายถึงเราเลิกใช้ฟังก์ชั่นนี้ของภูกระดึงแล้ว จะเทียบไปคงเหมือนเปลี่ยนวัด โบสถ์ วิหาร เป็นบอร์ดนิทรรศการพุทธศาสนา นี่คือ เรื่องที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเลือกทิ้งคุณค่าเรื่องนี้หรือไม่


 

ระดับที่ 2 จากผลการศึกษาและการออกแบบระบบกระเช้า คาดว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย (เช่นตัดต้นไม้ไม่กี่ต้น) แต่ผลที่ตามมาหลังจากมีกระเช้ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่นเมื่อคนจำนวนมากขึ้นไปข้างบนแล้วจะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่ๆ เช่นอาคารกลางแหล่งธรรมชาติ ที่สำคัญ คือ ถนนหนทางข้างบนที่ต้องรองรับผู้มาเยือนที่ไม่เตรียมตัวไป “เดิน” และไม่พร้อมจะรับรู้ทั้งนั้นว่าทำไมไม่มีรถวิ่งไปชมที่ท่องเที่ยวที่ห่างจากสถานีกระเช้าหลายกิโลเมตรในแต่ละที่ รวมถึงการจำกัดคนค้างแรม การจัดการขยะ ต่างๆ ภายใต้สถานภาพความเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย กำลังคน งบประมาณในการดูแลให้คงสภาพธรรมชาติ เราพร้อมจะปล่อยให้ที่สวยๆ ข้างบนพังไปอีกที่ใช่หรือไม่

ระดับที่ 3 ถ้ามีคนขึ้นไปมากๆ จริงๆ แล้ว เราพร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นธรรมชาติ ไปรองรับการบริการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ กลายเป็น เมืองท่องเที่ยวข้างบนไปเลยในอนาคต ไปเลยไหม หากนโยบายวันข้างหน้าจะเอาอย่างนั้น ยกเลิกอุทยานไปเลยนี่คือเรื่องที่ต้องตัดสินใจตามกระเช้ามาในระดับท้ายสุด

กระเช้าภูกระดึง โครงการพัฒนาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติยังคงเป้นทั้งโอกาส และความท้าทายทั้งในเรื่องการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว การเข้าถึง และแนวทางการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับผลกระทบที่ตามมา

  • เรื่อง : Bottom Line
  • ภาพ : Nation Photo
  • กราฟิก :
  • Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์